Chiangmai Daily News

เชียงใหม่เตรียมจัดงาน Chiang Mai Creative Fashion &Lifestle 2020

จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดงาน Chiang Mai Creative Fashion &Lifestle 2020 ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2563 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

การเตรียมจัดงานดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่กับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งนี้ กฎบัตรเชียงใหม่ จึงได้มีแนวคิดที่จะร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อสร้างสรรค์งานแฟชั่นในแบบฉบับของจังหวัดเชียงใหม่ มาดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด โดยการนำเสน่ห์และไลต์สไตล์การท่องเที่ยวในแบบเชียงใหม่ มาผสมผสานกับแฟชั่น จนเกิดเป็นกิจกรรม  CMCM2020 Chiang Mai Creative Fashion & Lifestle 6 สัปดาห์สัมผัส ไลฟ์สไตล์แฟชั่น ในแบบคุณ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2563

โดยผู้ร่วมงานจะได้พบกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ กับ 5 ธีม 6 เส้นทาง ประกอบด้วย ธีมที่ 1 สวัสดีคร๊าฟ สัมผัสงานคร๊าฟและงานฝีมือเครื่องประดับแห่งล้านนา ธีมที่ 2 ลำนำแห่งขุนเขา เส้นทางแห่งนางพญาผ้าซิ่น และยืนถิ่น กินนรีแห่งขุนเขา ธีมที่ 3 ศิลปะครอบครัว ความสุข สร้างดีไซน์ วิถีล้านนา ศิลปะ สร้างความสุข ธีมที่ 4 เส้นฝ้ายและสายไหม  ย้อม ทัก ปัก ทอ  DIY สร้างชีวิต และธีมที่ 5 ศิลปะ ริมทาง แฟชั่น เดินถนน

นอกจากนี้แล้ว การจัดงานดังกล่าวยังมีกิจกรรมที่สำคัญที่จะเกิดขึ้น ในสัปดาห์ที่ 6 นั่นก็คือ การจัดตลาดนัดอาร์ตคร๊าฟ ที่จะรวมของดีจากทั้ง 5 ธีม มาอยู่ในงาน ในช่วงวันที่ 20 – 22 พฤศจิกายน 2563 พร้อมทั้งชมไฮไลท์การแสดงแฟชั่นโชว์จากดีไชน์เนอร์ทั่วเชียงใหม่ และชุดแฟชั่นที่มาจากทั้ง 5 ธีม กว่า 80 ชุด และนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการใช้สะพานขัวเหล็ก แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นสถานที่ในการจัดงาน

เปิดเงินเดือน! ส.ส.-ส.ว.-รัฐมนตรี แต่ละตำแหน่งได้เงินเดือนเท่าไรกัน

ตอบข้อสงสัยของใครหลายคน ถึงเงินเดือนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส.ส.-ส.ว.-รัฐมนตรี ว่ามีจำนวนเท่าไรกันบ้าง เลยหยิบยกข้อมูลมาฝากกัน

เงินเดือนและค่าตอบแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 

           1. ประธานสภาผู้แทนราษฎร  

           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 75,590 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 50,000 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 125,590 บาท    
           
           2. รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 

           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 73,240 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 42,500 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 115,740 บาท 

           3. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 73,240 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 42,500 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 115,740 บาท 

           4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 71,230 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 42,330 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 113,560 บาท 

เงินเดือนและค่าตอบแทนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 

   1. ประธานวุฒิสภา 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 74,420 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 45,500 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 119,920 บาท
 2. รองประธานวุฒิสภา 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 73,240 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 42,500 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 115,740 บาท 

  3. สมาชิกวุฒิสภา 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 71,230 บาท 
           เงินเพิ่มเดือนละ 42,330 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 113,560 บาท    

ตำแหน่งข้าราชการการเมืองที่สำคัญ 

    1. นายกรัฐมนตรี 
           อัตราเงินเดือน 75,590 บาท 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 50,000 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 125,590 บาท     

    2. รองนายกรัฐมนตรี 
           อัตราเงินเดือน 74,420 บาท 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 45,500 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 119,920 บาท 

           3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง / รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 

           อัตราเงินเดือน 73,240 บาท 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 42,500 บาท 
           รวมเป็นเดือนละ 115,740 บาท 

  4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง 
           อัตราเงินเดือน 72,060 บาท 
           เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 41,500 บาท  
           รวมเป็นเดือนละ 113,560 บาท  

ซึ่งนอกจากรายได้ประจำแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และข้าราชการการเมืองต่าง ๆ ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายการเดินทาง สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเบี้ยประชุม โดยถ้าเป็นประธานประชุมกรรมาธิการ ได้ครั้งละ 1,500 บาท

และหากท่านนั้นมีการประชุมกรรมาธิการ ได้ครั้งละ 1,200 บาท ส่วนประชุมอนุกรรมาธิการ ได้ครั้งละ 800 บาท

Financial Times ชี้ ไทยยังเป็น ‘คนป่วย’ ของอาเซียน

Financial Times (ไฟแนนเชียลไทม์ส) สื่อด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการเงิน จากสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความเรื่อง Thailand remains the sick man of south-east Asia หรือ ไทยยังเป็นคนป่วยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนเดิม

บทความนี้มองว่า เหตุผลที่ไทยยังเป็นคนป่วยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเพราะนักลงทุนต่างไม่เชื่อมั่นว่า รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะทำให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนไปได้ สะท้อนจากการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา ที่พัฒนาประเทศได้ไม่มาก แม้ว่าจะถือกฎหมายที่มีอำนาจไม่จำกัดอยู่ในมือก็ตาม

และยังวิเคราะห์อีกว่า รัฐบาลที่จะเกิดขึ้น ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดิม อาจจะอ่อนแอมากที่สุดในรอบประมาณ 20 ปีเลยก็ว่าได้ เพราะมีพรรคการเมืองเข้าร่วมจำนวนมาก แต่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของฝั่งรัฐบาล มีมากกว่าฝ่ายค้านแค่ไม่กี่เสียง ทำให้การออกกฎหมายต่างๆ ต้องลุ้นกันตัวโก่งว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มองว่าประเทศไทยยังคงเป็นคนป่วย คือการที่ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบสี่ปี อยู่ที่ไม่ถึง 4% ต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ที่เติบโตตั้งแต่ 5% ขึ้นไป ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศเติบโตไม่มากนักตั้งแต่การทำรัฐประหารครั้งล่าสุด

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จากความขัดแย้งด้านการค้าของประเทศมหาอำนาจ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเศรษฐกิจของไทยในอนาคตด้วย

ไม่ใช่แค่นั้น หนี้สาธารณะยังสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจไทย เพราะตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศ หนี้สาธารณะก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 34% ของจีดีพี และมีความเป็นไปได้ ที่หนี้ของไทยอาจเพิ่มมาอยู่ที่ 40% ของจีดีพี ในอีก 4 ปีข้างหน้า เพราะรัฐบาลที่พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำมีนโยบายที่จะเพิ่มค่าแรงขึ้นถึงประมาณ 1 ใน 4 ของค่าแรงในปัจจุบัน และยังมีนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร ที่ทำให้ราคาผลผลิตสูงกว่าความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างคาดการณ์กันว่ารัฐบาลใหม่ของประเทศไทยอาจอยู่ไม่นาน เนื่องจากสูญเสียเสียงข้างมากในสภาไป แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ในทันที เพราะยังมีวุฒิสภา และปัจจัยหนุนเอ่ยๆ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

แต่นั่นหมายความว่า รัฐบาลอาจจะสูญเสียความสามารถในการทำงาน และอาจทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องเผชิญกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออาจเป็นการถอดถอนเขา และเสี่ยงที่จะเกิดรัฐประหารอีกครั้ง

ข่าวดีวันนี้ ‘ออสเตรเลีย’ เพาะเชื้อ ‘ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่’ ในห้องแล็บสำเร็จ

อีกหนึ่งข่าวดีของชาวโลก เพราะล่าสุด นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันปีเตอร์ โดเฮอร์ตี ของประเทศ ออสเตรเลีย ได้ทำการเพาะเชื้อ ‘ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่’ ในห้องแล็บสำเร็จแล้ว

แถลงการณ์ของสถาบันปีเตอร์ โดเฮอร์ตี ได้ออกมาเปิดเผยว่า “ทีมนักวิจัยออสเตรเลีย ได้นำตัวอย่างเชื้อไวรัสอู่ฮั่น มาจากผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง นำมาเพาะเชื้อในห้องแล็บจนประสบความสำเร็จครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์จากทั่วโลกมีข้อมูลสำคัญในการรักษา เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ มีโอกาสทำการรักษาให้สำเร็จได้”

โดย ดร.จูเลียน ดรูซ จากโรงพยาบาลโรยัล เมลเบิร์น กล่าวว่า “การที่เรามีเชื้อไวรัสจริง จะทำให้เรามีความสามารถในการกำจัด และรับรองวิธีการทดสอบทั้งหมด รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่าง และลักษณธเฉพาะต่างๆออกมาได้”

กล่าวโดยสรุป

การค้นพบในครั้งนี้หมายความว่า นักวิทยาศาสตร์จะมีความสามารถในการสร้างวิธีตรวจแอนตี้บอดี้ ซึ่งจะสามารถตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการได้ และจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมที่แม่นยำและชัดเจนขึ้น ถึงความรุนแรงของการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น และอัตราการตายที่แท้จริง รวมไปถึงช่วยในการประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนด้วย 

มีข่าวดีออกมาแบบนี้ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแพทย์ของไทยจะได้รับการพัฒนา และสามารถจะรักษา เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นี้ได้อย่างจริงจังสักทีนะครับ

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) ประกอบด้

1. การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น
2. หากไปประเทศจีนมาในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางด้วย
3. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด ในที่ชุมชนควรสวมหน้ากากอนามัย
4. อยู่ห่างจากผู้มีอาการของทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม
5. หมั่นล้างมือด้วยสบู่และให้น้ำไหลผ่านอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ
6. ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น

9 สัญชาติแนะนำ ที่คนไทยสามารถซื้อได้ ง่ายกว่าที่คิด

ใครกำลังมองหาสัญชาติใหม่บ้างมั้ย ? นี่เลยรวม 9 สัญชาติที่คนไทยของ่ายๆ เพียงแค่ “มีเงินก็ซื้อสัญชาติได้แล้ว”

ปัญหาในประเทศ เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ความต้องการย้ายถิ่นานของใครหลายคน มาดูความเป็นไปได้ และจุดเริ่มต้น ของ “การขายสัญชาติ” กันดีกว่า ว่ามันมาจากไหน และเพราะอะไรถึงเกิดการขายสัญชาติขึ้นมา

เมื่อปัญหาหลายอย่างดูเหมือนไม่เป็นใจให้เราอยู่ในประเทศได้อย่างสบายใจแล้วในตอนนี้  ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ  ชีวิตความเป็นอยู่ หลายคนเริ่มมองหาโอกาสแล้วว่า การออกนอกประเทศด้วยการซื้อสัญชาตินั้น “กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ที่เป็นประตูไปสู่ความสบายใจที่มากขึ้น” อีกทั้งนโยบายการขายสัญชาติของหลายประเทศยังสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่อยากจะซื้อสัญชาติได้ง่ายและสะดวกอีกด้วย ดังนั้นโอกาสในการย้ายประเทศ โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลา หรือทำเงื่อนไขที่ยุ่งยาก หลายประเทศมักหยิบยื่นข้อเสนอเหล่านั้นด้วยการใช้เงินซื้อและลงทุน ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณต้องตัดสินใจเองว่า อนาคตที่เราเลือก เราจะไปที่ไหนหากต้องการสัญชาติใหม่ ?

เราลองมามองปัญหาของประเทศที่ขายสัญชาติเหล่านี้บ้างดีไหมว่า เพราะอะไรถึงเกิดการขายสัญชาติที่ซื้อได้ด้วยเงิน 

เริ่มต้นนั้นเกิดจากประเทศในแถบทะเลแคริเบียน ได้ทำการเปิดขายสัญชาติเป็นที่แรก ซึ่งหลายประเทศในปัจจุบันได้เอามาเป็นต้นแบบ หนึ่งในนั้นก็คือประเทศเซนต์คิสแอนด์เนวิส ที่พวกเขาเปิดขายสัญชาติด้วยเพียงแค่การใช้เงินลงทุน หรือบริจาคให้รัฐบาลเพียงเท่านั้น คุณก็จะได้สัญชาติของเซนต์คิสแอนด์เนวิสไปอย่างง่ายดาย การขายสัญชาติของเซนต์คิสแอนด์เนวิสเกิดขึ้นเนื่องจากช่วงหนึ่ง ที่ประเทศเป็นหนี้จีดีพี ที่ค่อนข้างสูงมาก จึงเริ่มต้นด้วยโครงการเสนอสิทธิการเป็นพลเมือง ไปเสนอขายกับผู้ที่ร่ำรวยในต่างประเทศ ด้วยการโฆษณาหลากวิธีถึงภูมิประเทศอันสวยงามของเซนต์คิส การเก็บภาษีที่ต่ำกว่าปกติ หรือพาสปอร์ตทรงอิทธิพลไปได้หลากหลายประเทศ 

แค่เพียงศักยภาพของพาสปอร์ตในการถือสัญชาตินี้ ก็ทำให้เศรษฐีหลายคน เลือกที่จะกระโจนเข้าหาสัญชาตินี้อย่างไม่ลังเล และแน่นอน ว่าเซนต์คิสจะเป็นอันดับต้นๆ ที่เราชาวไทยขอสัญชาติได้ง่ายที่สุดอีกด้วย 

ประเทศที่คนไทยมีสิทธิ์ซื้อและขอสัญชาติได้ง่ายที่สุด 9 ประเทศ พร้อมเผยว่าวีซ่าแต่ละประเทศทรงอิทธิพลขนาดไหน ?

ประเทศโดมินิกา

เป็นประเทศอันดับ 1 จากหนังสือ A guide to global citizenship 2019 ที่รวบรวมเอาประเทศ ที่สามารถขอสัญชาติได้ง่ายที่สุด โดยการอิงจากระยะเวลาในการขอ หรือเงื่อนไขที่สะดวกต่อชาวต่างชาติ

 โดยเงื่อนไขของโดมินิกาในการขอสัญชาตินั้นมีอยู่ 2 เงื่อนไข คือ คุณจะเลือกลงทุน หรือเลือกบริจาค 

หากเลือกลงทุน เป็นการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์เสียเป็นส่วนใหญ่ ที่ 6,000,000 บาทหากเลือกบริจาค ต้องฝากเงินเข้าธนาคารภายในประเทศประมาณ 3,500,000 บาทขึ้นไป หลังจากที่เลือกได้แล้วว่า จะขอสัญชาติด้วยเงื่อนไขใด คุณต้องเตรียมพร้อมเรื่องการสัมภาษณ์อีกนิดหน่อย ที่ไม่ได้ยากเกินความสามารถ ก็จะได้รับสัญชาติโดมินิกามาแล้วอย่างง่ายดาย

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า)ของประเทศโดมินิกา นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งพาสปอร์ต ที่ไม่ธรรมดา เพราะว่าไปได้ถึง 137 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น โดมินิกาเป็นเกาะเล็กๆ ด้านตะวันออกของทะเลแคริบเบียน ที่มีขนาดใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตบ้านเราเพียงแค่เล็กน้อย แต่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “Nature Isle of the Caribbean” 

ประเทศเซนต์คิสแอนด์เนวิส

เป็นประเทศอันดับ 2 จากหนังสือ A guide to global citizenship 2019 จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ประเทศที่เป็นเกาะแถบทะเลแคริเบียน มีการเสนอขายสัญชาติของตัวเองหลายประเทศ โดยมีประเทศเซนต์คิสเป็นต้นแบบ 

เงื่อนไขการขอสัญชาติของประเทศเซนต์คิสแอนด์เนวิส มี 2 ประเภท   การจ่ายเงินเพื่อกองทุนการเติบโตอย่างยั่งยืนมีราคา 4,500,000 บาท/คน     หรือจะเลือกจ่ายแบบครอบครัว 4 คนที่ราคา 5,800,000 บาท/ครอบครัว 4 คน    เกินกว่า 4 คนเพิ่มคนละ 300,000 บาท     การเลือกลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ หากเลือกลงทุน 12,000,000 บาทโดยประมาณ จะขายได้หลังจากผ่านไป 5 ปี หรือเลือกลงทุน 6,000,000 บาท จะสามารถขายได้หลังจากผ่านไป 7 ปี หากสามารถทำตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง การขอสัญชาติของเซนต์คิส จะได้รับภายในเวลาเพียง 5-6 เดือนเท่านั้นเอง ถือว่ารวดเร็ว และคุ้มค่าอย่างมาก

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) คุณสามารถเข้าออก EU ได้หลายทวีปในแอฟริกาได้ ไม่ต้องขอวีซ่าแค่ถือพาสปอร์ตเล่มเดียว ก็ไปได้ถึง 150 ประเทศเลย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ในช่วงแรกของประเทศ ก่อนที่จะมีโครงการเสนอสิทธิ์การเป็นพลเมืองเศรษฐกิจหลักของเซนต์คิสเป็นอ้อย แต่หลังจากที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นอยู่บ้าง ทำให้มีหนี้ GDP สูงอันดับต้นๆ ของโลก จึงเปิดขายสัญชาติขึ้นมา หลังจากนั้นประเทศก็รวยขึ้นมาเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

ประเทศแอนติกาแอนด์บาบูดา

เป็นประเทศอันดับที่ 5 จากหนังสือ A guide to global citizenship 2019 เป็นอีกหนึ่งประเทศชื่อแปลกที่เราไม่เคยได้ยิน แต่ยังคงอยู่แถบทะเลแคริเบียนเช่นเดิม 

โดยมีเงื่อนไขเสนอขายสัญชาติ ง่ายๆ 2 ประเภทเช่นกัน เลือกบริจาค 3,000,000 บาท ให้กับประเทศ
หรือจะเลือกลงทุนในประเทศประมาณ 12,000,000 บาท ด้วยการจ่ายเงินเพียง 2 ช่องทาง ก็ทำให้คนที่พอมีเงินชนิดที่ว่าไม่ไกลตัวเท่าไหร่นัก ได้มีสัญชาติได้ไม่ยากเลย

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) ของประเทศแอนติกาแอนด์บาบูดา สามารถไปได้มากถึง 149 ประเทศ ไม่ได้น้อยหน้า 2 ประเทศก่อนหน้านี้เลย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น เป็นอีกประเทศเกาะ ที่ตั้งอยู่ในแถบทะเลแคริบเบียน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินปูนและเกาะปะการัง แต่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น  “Land of 365 Beaches” มีสินค้าส่งออกสำคัญคือผลิตภัณท์ปิโตรเลียม ที่นอน งานผีมือ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนทางด้านอุตสาหกรรมสำคัญ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเบา การก่อสร้าง ที่ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า ไม่สร้างมลพิษจนเกิดปัญหาเรื่องภาวะมลพิษแน่นอน มีการส่งออกสินค้ากับ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ถือว่าไม่ธรรมดา

ประเทศบราซิล

หลุดออกมาจากประเทศเกาะแถบแคริเบียนกันบ้าง ถึงคิวของบราซิล ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ต้นกำเนิดแห่งอารายธรรมหลายประเภท

โดยมีเงื่อนไข ที่อาจจะยุ่งยากกว่าประเทศอื่นอยู่นิดหน่อย ดังนี้      

ต้องอยู่ในบราซิลไม่ต่ำกว่า 5 ปี หรือหากคุณแต่งงานกับชาวบราซิล คุณจะได้สัญชาติหลังจากแต่งงาน 1 ปี 

นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับนักวิทยาศาสตร์และศิลปินชั้นสูง หากอยู่ในประเทศเกิน 2 ปีพวกเขาก็จะได้สัญชาติทันที โดยไม่จำเป็นที่จะต้องผ่านเงื่อนไขอื่น หากใครที่มีความสามารถตามเงื่อนไขท้ายสุด ถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ง่ายมาก อาจจะมีการเสียเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าปัจจัยอื่นๆ อีกเพียงเล็กน้อย ก็จะได้รับสัญชาตบราซิลได้เลย

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) บราซิล เป็นอีกหนึ่งพาสปอร์ตที่ทรงคุณค่า จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะว่าสามารถไปได้ถึง 169 ประเทศ

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น เศรษฐกิจของบราซิลประกอบไปด้วยภาคส่วนเกษตรกรรม เหมืองแร่ การผลิต และการบริการขนาดใหญ่ที่มีการพัฒนาอย่างสูง ตลอดจนชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ถือได้ว่าบราซิลเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในทวีปอเมริกาใต้ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง เศรษฐกิจระดับมหภาคได้ค่อยๆ ทวีความมั่นคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศและลดระดับหนี้โดยแปลงหนี้ให้เป็นตราสารหนี้สกุลเงินจริงและตราสารหนี้ในประเทศอีกด้วย

ประเทศปารากวัย

เงื่อนไขในการขอสัญชาติของประเทศปารากวัย สามารถขอสัญญาติได้โดยต้องมีเงินฝากธนาคารภายในประเทศ 175,000 บาท และต้องพำนักอยู่ในปารากวัยอย่างถูกกฎหมายไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) ปารากวัย สามารถไปได้ทั้งหมด 143 ประเทศ

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ที่ประเทศปารากวัยจะมีเรื่องสิทธิการเข้ารับบริการดูแลสุขภาพรวมถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ฟรีด้วย

ประเทศอุรุกวัย

            เงื่อนไขของการได้สัญชาติของอุรุกวัย คือ หากเป็นคู่สามีภรรยาต้องพำนักในประเทศนี้มาแล้วอย่างน้อย 3 ปี แต่หากเป็นคนโสดต้องพำนักไม่น้อยกว่า 5 ปี และต้องมีเงินฝากอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) อุรุกวัย สามารถไปได้ทั้งหมด 153 ประเทศ
ถือว่าทรงอิทธิพลมากๆ เช่นกัน

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ประเทศอุรุกวัยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยังคงเน้นเรื่องการเกษตรเป็นการส่งออกหลัก ด้านระบบแรงงานมีการศึกษาที่ดีตามขั้นพื้นฐาน รัฐบาลมีบทบาทสำคัญมากมาย แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายในภาคสังคมที่ค่อนข้างสูง อีกหนึ่งเศรษฐกิจสำคัญคือเรื่องการท่องเที่ยว

ประเทศอาร์เจนตินา

เงื่อนไขของการได้สัญชาติของอาร์เจนตินา ต้องอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย 
ไม่ต่ำกว่า 2 ปี จึงจะมีสิทธิ์ในการขอสัญชาติของอาร์เจนตินา

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) อาร์เจนตินาไปได้มากถึง 170 ประเทศ ถือว่าเป็นพาสปอร์ตที่สามารถไปได้เยอะที่สุดแล้วสามารถไปเที่ยวแถบยุโรปได้สบาย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีสภาพแวดล้อมที่พอเหมาะให้ฝนได้ตกตามฤดูกาลสม่ำเสมอ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ 
จึงเน้นเรื่องการส่งออกเกษตรกรรมมากที่สุด ประชากรส่วนใหญ่มีการศึกษาที่ดี 

ประเทศมอลโดวา

เงื่อนไขของการได้สัญชาติของมอลโดวา มีเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น ด้วยการบริจาคอย่างเดียว ที่ราคาประมาณ 3,300,000 บาท

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) มอลโดว่า ที่ไปได้ 119 ประเทศ ไม่ได้เยอะแล้วก็ไม่ได้น้อย ถือว่าสามารถท่องเที่ยวได้ระดับดีเลย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น มอลโดวาเป็นรัฐอิสระที่เป็นกลางไม่ผูกกับใคร ทำให้มีการให้สิทธิ์เรื่องชนกลุ่มน้อยในประเทศได้อย่างเท่าเทียม มีการเกษตรกรรมเป็นหลัก 

ประเทศวานูอาตู 

เงื่อนไขของการได้สัญชาติของวานูอาตู มีเงื่อนไขเพียงแค่ข้อเดียว ด้วยการเลือกช่องทางการบริจาคให้กับประเทศที่จำนวนเงิน 3,900,000 บาท

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) วานูอาตู ที่ไปได้ทั้งหมดกว่า 130 ประเทศ

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ส่งออกจำพวกไม้ ของปศุสัตว์ เพราะว่าที่วานูอาตูมีโรงงานแปรรูปและบรรจุกระป๋องเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานจากประชาคมยุโรปด้วย ทำให้ส่งออกเนื้อสัตว์แปรรูปได้อีกหนึ่งทาง ที่สำคัญคือ วานูอาตู ไม่มีการเก็บภาษีเงินได้อีกด้วยนะ

ใครที่อยากย้ายไปอยู่ประเทศไหน หรืออยากได้สัญชาติอะไร เก็บเงินตอนนี้ก็ยังทัน สำหรับใครที่เป็นป๋าสายเปย์มีเงินในบัญชีเหลือเฟืออยู่แล้วก็กดเงินออกมาซื้อหรือลงทุนในประเทศที่เราถูกใจได้เลย

เช็กสถานที่ขึ้นเงิน ‘สลากกินแบ่งรัฐบาล’ ที่ไหนคุ้มสุด!

ในวันพรุ่งนี้ 16 พฤษภาคม 63 สลากกินแบ่งรัฐบาล จะกลับมาให้บริการและออกสลากเป็นปกติ

หลังอธิบดีกรมสรรพสามิตและคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล มีมติยืนยันให้กลับมาออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 เมษายน 2563 ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ที่จะถึงนี้ รวมถึงจะเริ่มกลับมาออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลตามปกติตั้งแต่งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป และอนุญาตให้มีการขายสลากตามปกติได้

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อถูกรางวัลแล้ว ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ยังมีธนาคารและร้านต่าง ๆ รองรับและเพิ่มทางเลือกให้กับคอหวยได้นำสลากมาขึ้นเงินรางวัล จะมีอัตราที่ถูกหักสำหรับการถูกรางวัลที่ต่างกันออก โดยจะมีที่ไหนบ้าง ที่ไหนคุ้มกว่า ต้องมาดูกันเลย

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
สิ่งที่ต้องเตรียมมา บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ และเตรียมค่าอากรแสตมป์
นำไปให้ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล เจ้าหน้าที่จะจ่ายเงินสดให้ไม่เกิน 20,000 บาท แต่หากรางวัลที่ถูกมีมูลค่ามากกว่า เจ้าหน้าที่จะจ่ายเป็นเช็คเงินสดให้ไปขึ้นเงิน
ค่าธรรมเนียม : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ตามจำนวนเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล

ธนาคารกรุงไทย
จะจ่ายให้กับล็อตเตอรี่ทุกรางวัล ยกเว้นรางวัลที่ 1 โดยจ่ายให้เฉพาะงวดปัจจุบัน ไม่รับแลกสลากถูกรางวัลย้อนหลัง
ค่าธรรมเนียม : รวมภาษีมูลค่าเพิ่มจะคิด 1% ของรางวัลที่ได้ บวกรวมเข้ากับ ค่าอากรแสตมป์อีก 0.5% รวมทั้งหมด 1.5%

ธนาคารออมสิน
จะให้บริการจ่ายเงินรางวัลทุกรางวัลยกเว้นรางวัลที่ 1 โดยจ่ายเฉพาะงวดปัจจุบันเท่านั้น ไม่รับแลกสลากถูกรางวัลย้อนหลัง
ค่าธรรมเนียม : จะหักออก 1% จากเงินรางวัลที่ได้ บวกรวมกับค่าอากรแสตมป์อีก 0.5% รวมเป็น 1.5%

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส)
รับแลกสลากที่ถูกรางวัลเป็นเงินสดและรับแลกเฉพาะในงวดปัจจุบันเท่านั้น รวมถึงไม่รับแลกสลากที่ถูกรางวัลที่ 1
ค่าธรรมเนียม : จะหักออก 1% จากเงินรางวัลที่ได้ บวกรวมกับค่าอากรแสตมป์อีก 0.5% รวมเป็น 1.5%

แผงล็อตเตอรี่
แผงล็อตเตอรี่ที่รับซื้อสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลสามารถหาได้ทั่วไป
ค่าธรรมเนียม : ส่วนใหญ่นิยมคิดเปอร์เซ็นต์ที่ร้อยละ 2-3  หรือ 2-3% จากเงินรางวัล

ร้านทอง
จะมีความคล้ายกับแผงล็อตเตอรี่ ไม่หักค่าอากรแสตมป์ โดยสามารถแลกและรับเงินสดได้ทันที
ค่าธรรมเนียม : ส่วนใหญ่จะรับซื้ออยู่ที่ 1-3% จากเงินรางวัล

เอาเป็นว่าถือเป็นทางเลือกสำหรับคอหวยที่เตรียมตัวจะรวย ไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมเยอะ ก็ลองเอาแหล่งรับซื้อที่เรามาแนะนำไปเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจได้เลย

รถตู้และมินิบัส สายเชียงใหม่-ดอยติ-ลำปาง จองออนไลน์ได้แล้ว!!

“ข่าวดี” จาก GreenBus Thailand ปรับระบบใหม่สำหรับคนที่ต้องการเดินทาง โดยรถตู้ Blue9 มินิบัส 20 ที่นั่งจาก เชียงใหม่ – ดอยติ – ลำปาง

เพราะว่าวันนี้ ผู้โดยสารรถตู้/มินิบัส Blue9 เส้นทาง เชียงใหม่ – ลำปาง ตอนนี้จองตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้แล้ว ไม่ต้องไปยืนรอคิวกันให้เมื่อยอีกต่อไป

เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น คุณสามารถจองตั๋วรถตู้/รถมินิบัส Blue9 เส้นทาง เชียงใหม่ – ลำปาง (ผ่านดอยติ) ผ่านช่องทางออนไลน์จากเว็บ www.greenbusthailand.com หรือ แอพ Greenbus ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

แนะนำเพื่อเติมสำหรับช่องทางการจอง

สำหรับท่านใดที่ต้องการล็อคการเดินทางสามารถเข้าไปจองได้ 3 ช่องทางนี้

▪ เว็บไซต์ www.greenbusthailand.com

▪ Mobile App Greenbus

▪ และ สถานีขนส่งเชียงใหม่ (อาเขต 2) ปั๊ม ปตท. ดอยติ สถานีขนส่งลำปาง

(กรุณาแสดงบัตรประชาชนก่อนซื้อตั๋วหน้าช่อง ทุกครั้ง)

อย่างกับหลุดมาจากโลกอนาคต เครื่องฟอกอากาศ Ao Air จาก ATMOS Faceware

อย่างที่ทราบกันดีว่าโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ มากมายที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมานับไม่ถ้วน ล่าสุด บริษัท ATMOS Faceware ได้ทำการเปิดตัวหน้ากากกรองอากาศที่สะเทือนไปทั้งวงการเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ แถมคุณยังสามารถพกติดตัวไปด้วยได้ทุกที่

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าเครื่องนี้หลุดมาจากหนังไซไฟหรือโลกอนาคตรึเปล่า เพราะยังไงหน้าตามันก็เหมือนสิ่งของที่มาจากโลกอนาคตในหนังที่เราดูกันมากเหลือเกิน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะเป็นจริง ที่เราจะได้ติดเครื่องฟอกอากาศสุดล้ำนี้ไว้บนใบหน้าของเรา นี่คือเครื่องฟอกอากาศ Ao Air จาก ATMOS Faceware เครื่องฟอกอากาศชนิดพกพา ที่เรานำติดตัวไปไหนก็ได้ เหมาะเจาะกับช่วงเวลาที่โลกของเราประสบปัญหาเรื่องฝุ่นควันกันทั่วโลก ทำให้ใครต่างก็ต้องการอากาศบริสุทธิ์เพื่อตัวเองกันทั้งนั้น 

โดยเจ้าเครื่องฟอกอากาศนี้ได้ทำการเปิดตัวในงาน CES 2020 เป็นที่แรก ซึ่งจุดเด่นของมันเลยก็คือมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไปด้วยซ้ำ แน่นอนว่ามันสามารถกรองอากาศได้ดีมากกว่าหน้ากากทั่วไปถึง 50 เท่า สู้ PM 2.5 ได้สบายด้วยฟิลเตอร์ 4 ตัว ที่ติดอยู่ทั้ง 2 ด้านของหน้ากาก ทำการดูดอากาศผ่านช่องที่อยู่ใต้หู จากนั้นปล่อยผ่านเข้าไปในหน้ากากสามารถกรองอากาศบริสุทธิ์ได้ประมาณ 240 ลิตรต่อนาที และสำหรับแบตเตอรี่นั้นสามารถอยู่ได้ถึงราวๆ 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

ซึ่งคอนเซ็ปต์ในการออกแบบจากดีไซเนอร์ให้มีรูปลักษณ์โปร่งใสตรงปากนั้น เพราะจะทำให้เราเห็นรอยยิ้มและไม่ปิดกั้นการแสดงออกทางใบหน้าของผู้สวมใส่นั่นเอง รวมทั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารระหว่างบุคคลอีกด้วย แต่ยังไงมันก็ดูหลุดออกมาจากโลกอนาคตอยู่ดี 

สำหรับใครที่อยากเป็นทั้งคนคูลและปลอดภัยจากมลพิษด้วย ทาง ATMOS Faceware สนนราคาให้คุณอยู่ที่ 350 ดอลลาห์สหรัฐหรือราวๆ 10,500.- 

เชียงใหม่คว้าอันดับ 3 เมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ดีที่สุดในโลก

เชียงใหม่คว้าอันดับ 3 เมืองน่าท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ดีที่สุดในโลก จากการจัดอันดับจากนิตยสาร Travel and Leisure ที่มีผู้ติดตามอยู่ทั่วโลก ส่วนอันดับ 1 ตกเป็นของเมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม

เว็บไซต์ Travel and Leisure ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในสหรัฐอเมริกา และมีผู้ติดตามอยู่ทั่วโลก ได้จัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลก (The Top 15 Cities in the World) ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ติดอันดับที่ 3 เมืองที่ดีที่สุดในโลก โดยได้คะแนนทั้งสิ้น 89.56 คะแนน สำหรับอันดับที่ 1 ตกเป็นของเมือง ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม ได้รับคะแนน 90.39 คะแนน

สำหรับการโหวตในครั้งนี้ มาจากผู้อ่านของนิตยสาร Travel and Leisure ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยว ที่มีผู้อ่านและติดตามอยู่ทั่วโลก โดยใช้เกณฑ์ในการโหวตมาจากประสบการณ์ของผู้อ่านที่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังที่ต่างๆ คือให้ผู้อ่านได้แบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวและให้คะแนนเมืองในสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ วัฒนธรรม อาหาร ความเป็นมิตร การช็อปปิ้ง รวมไปถึงความสะดวกสบายในการเดินทาง และคุณค่าโดยรวม

ซึ่ง 5 อันดับ เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019 คือ

อันดับ 1 ฮอยอัน, เวียดนาม – 90.39 คะแนน

อันดับ 2 ซานมิเกล เดอ อาเลนเด, เม็กซิโก – 90.23 คะแนน

อันดับ 3 เชียงใหม่, ประเทศไทย – 89.56 คะแนน

อันดับ 4 เม็กซิโกซิตี้, เม็กซิโก – 89.30 คะแนน

อันดับ 5 วาฮากา, เม็กซิโก – 89.16 คะแนน

ไม่ใช่แค่เป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับโลกเท่านั้น เชียงใหม่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมือง Digital Nomad หรือเมืองที่เหมาะสำหรับการทำงานนอกออฟฟิศมากที่สุด อันดับ 1 ของโลก โดยมีจุดเด่นที่สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ภูมิอากาศ ความเสถียรของอินเตอร์เน็ตและค่าครองชีพที่ค่อนข้างถูก ทำให้สามารถดึงดูดคนทำงานฟรีแลนซ์หรืองาน Start-up ได้จากทั่วทุกมุมโลก