Connect with us

CMD WEALTH

หุ้น OR ขึ้นเครื่องหมาย ST มีความหมายว่าอะไร – CMD WEALTH

Published

on

หุ้น OR ขึ้นเครื่องหมาย ST มีความหมายว่าอะไร นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้ เครื่องหมาย ST มาจากคำว่า Stabilization เพื่อระบุว่าเป็นหุ้นที่อยู่ในช่วงรักษาเสถียรภาพราคา แล้วเกี่ยวยังไงกับหุ้นเราจะมาเล่าให้ฟัง

หุ้น OR ขึ้นเครื่องหมาย ST มีความหมายว่าอะไร

หุ้นORเปิดขายให้ประชาชน 2,610 ล้านหุ้น แต่หุ้นORที่ต้องขึ้นเครื่องหมาย ST เพราะ PTT ให้ยืมหุ้นORมาขายให้นักลงทุนเพิ่มอีก 390 ล้านหุ้น กลายเป็น 3,000 ล้านหุ้น(2610+390) และเมื่อจบช่วง IPO แล้ว บล. KKP(ผู้ทำดีล) จะต้องนำหุ้น OR 390 ล้านหุ้นไปคืนให้ PTT ภายใน 30 วัน ตลาดจึงขึ้นเครื่อหมาย (ST) เพราะหุ้นนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ยังต้องแต่งองค์ทรงเครื่อง เรื่องหุ้นที่ยืมมา

หุ้น OR
ขอบคุณรูปภาพจาก ข่าวสด

โดยจะแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกันคือ

กรณีที่ 1 : ถ้าราคาบนกระดานต่ำกว่า 18 บาท KKP จะไล่ซื้อหุ้นเพื่อไปคืน PTT
และ KKP จะได้กำไรด้วย เพราะยืมเขามามูลค่า18 บาท แต่ซื้อคืนต่ำกว่า 18 เรียกได้ว่าใช้ทุนน้อยกว่าเดิม แต่ได้จำนวนหุ้นเท่าเดิม เงินเหลือก็ถือเป็นกำไรของKKP อันนี้อาจถือว่าเป็น Greenshoue พยุงราคาหุ้นอย่างหนึ่ง

กรณีที่ 2 : ถ้าราคาบนกระดานสูงกว่า 18 บาท การซื้อหุ้นคืนต้อง PTT จะแพงกว่าเดิม ใช่เงินเอะกว่าเดิมมันควรเป็นแบบนั้น แต่ไม่เลย ทาง PTT และ KKP ทำข้อตกลงกันว่า ถ้าตลอด30วันราคาบนกระดานเกิน 18 บาท สามารถออกหุ้น OR เพิ่มได้อีก 390 ล้านหุ้น ในราคา 18 บาท และให้สิทธิ KKP เป็นผู้ซื้อเอาไปคืน PTT ซึ่งภาษาในวงการหุ้นเขาเรียกว่า Greenshoue Options

แล้วส่งผลกับนักลงทุนยังไง ?

ซึ่งถ้าเกิดเป็นกรณีที่ 2 จะให้หุ้นในตลาดรวม เพิ่มขึ้นอีก 390 ล้านหุ้น ถามว่ามีผลอะไรกับเรามั๊ย คำตอบ ” มี” มีแบบอ้อมๆ เพราะจำนวนหุ้นเยอะขึ้น การปันผลจะถูกแบ่งโดยได้ต่อหุ้นน้อยลง เหมือนเค้กมี 1 ก้อนแต่จำนวนคนมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติมของหุ้น OR ได้ที่ : https://chiangmaidailynews.com/cmdwealth/7115/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CMD WEALTH

CPALL ยกเครื่องรีแบรนด์ใหม่จาก เทสโก้ โลตัส ที่ทุกคนคุ้นเคยสู่ Lotus’s

Published

on

By

CPALL ยกเครื่องรีแบรนด์ใหม่จาก เทสโก้ โลตัส ที่ทุกคนคุ้นเคยสู่ Lotus’s

ช่วงต้นปีที่แล้วกลุ่มบริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) ด้วยมูลค่าถึง 10,576 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 338,445 ล้านบาท 

ขอบคุณภาพจาก https://thestandard.co/lotus-rebrand/

ล่าสุดทางบริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ได้ทำการรีแบรนด์ใหม่ จาก “เทสโก้ โลตัส” (Tesco Lotus) เป็น “โลตัส ” (Lotus’s) และได้มีการใช้สีสันออกไปในทางพาสเทลมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารของผู้บริหาร และเจ้าของใหม่ ซึ่งมีมีการอธิบายว่า ’s’ มาอีก 1 ตัว แทนคำว่า สมาร์ท (Simple, Motivate, Agile, Responsible, Transformative)

CPALL
ขอบคุณภาพจาก https://www.prachachat.net/marketing/news-613823

โดยสาขาแรกที่นำร่องเลยก็คือ Lotus’s สาขาเรียบด่วนรามอินทรา และสาขาพระราม 4 ซึ่งจะมีด้วยกันสองรูปแบบร้านก็คือ ร้านขนาดใหญ่ใช้ชื่อ Lotus’s ส่วนสาขา Express ใช้ชื่อว่า Lotus’​s go fresh ที่จะเน้นไปที่การขายของสด หรือตลาดขนาดย่อม ๆ นั่นเอง

หลังจากวันนี้ถ้าในเชียงใหม่เริ่มมีห้างสีสันสดใสในชื่อ Lotus’s ก็อย่าเพิ่งตกใจกันนะครับ เพราะนั่นก็คือรูปแบบใหม่ของ Tesco Lotus’s ที่พวกเราคุ้นเคยกันมานั่นเอง

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CMD WEALTH

ดังชั่วข้ามคืน! “Clubhouse” แอพฯ แชทด้วยเสียง กระแสมาแรงเพราะ “อีลอน มัสก์”

ยุคนี้ไม่ว่าอีลอน มัสก์ จะหยิบจับอะไรก็ดังชั่วข้าคืน แถมกลายเป็นกระแสให้คนหันมาใช้ตาม ๆ กัน โดยเฉพาะ Clubhouse แอพพลิเคชันแชทด้วยเสียง

Published

on

ยุคนี้ไม่ว่าอีลอน มัสก์ จะหยิบจับอะไรก็ดังชั่วข้ามคืน แถมกลายเป็นกระแสให้คนหันมาใช้ตาม ๆ กัน โดยเฉพาะ Clubhouse แอพพลิเคชันแชทด้วยเสียง

เพราะจู่ ๆ แอพพลิเคชันนี้ก็กลายเป็นกระแส เริ่มต้นมาจากเจ้าพ่อเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง อีลอน มัสก์ สร้างห้องสนทนาพูดคุยกับซีอีโอของ Robinhood แพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ที่กำลังเป็นประเด็นในช่วงเวลานั้น ทำให้นักลงทุนต่าง ๆ ที่กำลังสนใจเทคโนโลยีก็แห่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน Clubhouse นี้มาใช้งาน จนกลายเป็นกระแส ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเอง ที่มีดารานักแสดงชาวไทยหลายคน ได้ดาวน์โหลดมาใช้งานพร้อมเชิญชวนแฟนเข้าไปพูดคุยกันด้วย

โดยจุดกำเนิดของ Clubhouse มาจาก 2 ผู้ก่อตั้งคือ โรธาน เซธ และพอล เดวิสัน ที่ต้องการสร้างโซเชียลมีเดียสำหรับการสนทนาผ่านเสียงเป็นสื่อหลัก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เข้ามาสื่อสาร และพบปะผู้คนจากทั่วโลกได้ผ่านแพลตฟอร์มนี้ ภายใต้การควบคุมเนื้อหาในการสื่อสารของ Moderator และเงื่อนไขการใช้งานที่มั่นใจว่าจะไม่เกิดการเสียดสี หรือโดนไซเบอร์บูลลี่ ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีทั้งความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

โดยจุดเด่นของแอพพลิเคชันนี้ เป็นลักษณะของการเลือกใช้เสียงในการสนทนาเป็นหลัก เพราะผู้รับฟังจะสามารถเข้าถึงอารมณ์ และน้ำเสียงของผู้พูดได้ ทำให้รู้สึกถึงความใกล้ชิดกันมากกว่าการสนทนาผ่านตัวอักษร เปรียบเหมือนการฟังวิทยุ หรือพอดคาสต์รายการที่เราสามารถกระโดดเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ทันที

ในปัจจุบันนี้ Clubhouse เปิดให้ใช้บริการเฉพาะระบบ ios เท่านั้น ซึ่งระบบ Android จะสามารถใช้งานได้ในอนาคต เพราะผู้พัฒนาก็มีแผนจะเริ่มต้นให้เปิดใช้งานในระบบนี้เช่นกัน

สำหรับ Clubhouse จะมีรูปแบบการเข้าใช้งานที่ต้องได้รับคำเชิญเท่านั้น จึงทำให้กลุ่มผู้ที่เข้ามาใช้งาน Clubhouse ในช่วงแรกจะเป็นกลุ่ม Early Adopter ซึ่งถ้าสังเกตจะเห็นว่ากลุ่มคนแรกๆ ในไทยที่เข้าใช้งานจะเป็นบรรดา Tech StartUps จนถึงบรรดานักลงทุน นักการตลาดดิจิทัล รวมถึงผู้ที่ต้องการหาโซเชียลมีเดียใหม่ๆ ที่ให้ประโยชน์เข้ามาใช้งาน

โดยในการเข้าใช้งานจะเริ่มจากผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน Clubhouse มาลงทะเบียนในลักษณะของการจองชื่อบัญชีผู้ใช้ เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ถ้ามีผู้ที่มีรายชื่อผู้ติดต่อของเราอยู่ในแอพพลิเคชันก็จะสามารถกดอนุมัติให้เราเข้าไปใช้งานได้ทันที

แน่นอนว่าประเทศไทยเองก็มีห้องสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนหัวข้อต่าง ๆ มากมาย เช่น เป็นการซื้อหุ้น พันธมิตร ทองคำ บิตคอยน์ รวมถึงบรรดาไลฟ์โค้ชที่เข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนวิธีการที่จะสร้างรายได้บน Clubhouse ในลักษณะของการสร้างห้องสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่หลาย ๆ คนสนใจ

ข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CMD WEALTH

Bitcoin ทำนิวไฮ มีโอกาสขึ้นเป็น Digital Gold มากน้อยแค่ไหน

Published

on

By

Bitcoin

Bitcoin ทำนิวไฮ กับโอกาสขึ้นเป็น Digital Gold เมื่อ Tesla ประกาศลงทุนในสกุลเงินดิจิทรัลนี้มุลค่ากว่า 45,000 ล้านบาท นราคาบิทคอยน์ทำนิวไฮอีกครั้งทะลุกว่า 1.3 ล้านบาท อ่านข่าวเกี่ยวกับ TESLA เพิ่มเติมได้ที่ https://chiangmaidailynews.com/wp-admin/post.php?post=7178&action=edit

Bitcoin
ขอบคุณภาพจาก TESLA annual report official

มุมมอง ของ เรย์ ดาลิโอ ต่อ Bitcoin

ในมุมมองของ เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater หนึ่งใน Hedge Fund ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ได้แบ่งปันมุมมองส่วนตัวของเขา ร่วมกับผลการศึกษาโดยทีมงานของ Bridgewater เกี่ยวกับอนาคตของบิตคอยน์ว่า ถึงแม้จำนวน Bitcoin จะมีจำกัด แต่จำนวนของเหรียญดิจิทรัลอื่น ๆ ในโลกยังมีอีกเป็นจำนวนมาก

Bitcoin
ขอบคุณรูปภาพ บิทคอยน์จาก cnn.com

ความเสี่ยง

ที่ผ่านมาเราจะเห็นสกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด และจะมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเช่น เหรียญ DOG COIN เป็นต้น ซึ่งในอนาคตนั้นสกุลเงินดิจิทัลที่ดีกว่าในอนาคตจะเข้ามาแทนที่บิตคอยน์ โดยเขามองว่านี่แหละคือ ‘ความเสี่ยง’ ของ Bitcoin แต่ในเรื่องของการโจรกรรมนั้นBitcoinพิสูจน์ตัวเองมาได้ตลอด 10 ปี ไม่ใช่แค่เพียงการยืนระยะหรือเติบโต แต่เพราะที่ผ่านมาระบบของกระทรวงความมั่นคงยังถูกแฮกได้ แต่มันกลับไม่เกิดขึ้นกับสินทรัพย์ดิจิทัลท จึงเป็นที่มั่นใจในเรื่องของการถูกโจรกรรมได้เลย

นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคสำคัญก็คือรัฐบาลของแต่ละประเทศ ซึ่งมันค่อนข้างยากที่จะเชื่อว่ารัฐบาลแต่ละแห่งจะยอมกำหนดให้บิตคอยน์กลายเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหลัก โดยเฉพาะกับประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่ยังไม่พัฒนา

และเขายังทิ้งท้ายไว้อีกด้วยการลงทุนในบิตคอยน์นี้มีความเสี่ยงสูงมากคุณมีโอกาศศูนย์เงินทุนไปมากถึง 80% ในการลงทุน 1 ครั้ง การที่บิตคอยน์คล้ายกับทองคำคือ มูลค่าของมันจะไม่ลดลงจากการปั๊มเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศ รวมถึงอุปทานที่มีจำกัด นอกจากนี้ในทางทฤษฎีแล้วมันสามารถโอนย้ายได้โดยง่ายทั่วโลก โดยเฉพาะสำหรับบุคคลทั่วไป และมีศักยภาพที่จะเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending