Connect with us

CULTURE

อ.เฉลิมชัย ชี้นักศึกษาวาดภาพพระอุลตร้าแมน ไม่ผิด! ผู้ว่า ตำรวจจ่อดำเนินคดี

Published

on

จากกรณี นักศึกษา หลักสูตรศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมา ได้วาดรูป “พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” จนเกิดเสียงวิจารณ์จนทางผู้บริหารมหาลัย ผู้ว่าราชการ และพระอาจารย์ระดับคณะจังหวัดต้องออกมาปราม และนำตัวนักศึกษามาขอขมาจนเป็นการเร่งด่วน

แต่หลังจากมีข่าวได้ไม่นาน ทาง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ได้ออกมาแสดงความคิดกับกรณีนี้ว่า

“ตนรู้สึกเศร้าใจที่เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าเปลี่ยนแปลงแล้วถูกผู้ใหญ่ด่า ทำให้เด็กหวาดกลัวทำอะไรก็ไม่ได้ นั่นคือปัญหาที่ทำบ้านเมืองแย่ลงทุกวันนี้ เมื่อเด็กไม่กล้าคิดต่างก็เลยลอกอย่างเดียว ทำให้มีแต่คนคิดจะลอกกันมันเลยคิดไม่เป็น บ้านเมืองของเราจะเจริญได้อย่างไร”

และอยากจะบอกถึงนักศึกษาที่เขียนรูปนี้ว่า เขาเขียนตามความคิดว่าอุลตร้าแมนเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้เขา เห็นว่ามีความเป็นฮีโร่ มีคุณงามความดี และปกป้องรักษาโลก เด็กจึงแทนที่ใบหน้าด้วยอุลตร้าแทน แต่เศียรยังคงเป็นพระพุทธเจ้าอยู่ เพื่อบอกถึงคุณงามความดี แล้วสื่อไปถึงคนรุ่นใหม่เหมือนเขา โดยที่ไม่ได้เอาเศียรไปใส่กับซาตาน หรือตัวละครในหนังที่ชั่วร้าย แต่นำไปใส่กับตัวละครที่ดีที่สุด มีคุณธรรมศีลธรรม คอยปกป้องรักษาโลก การมองว่าเป็นการลบหลู่ศาสนา จึงเป็นเรื่อง “บ้าบอคอแตก”

นอกจากนี้ การที่ให้เด็กไปกราบไหว้ขอโทษก็ทำให้เด็กสั่นไหว และส่งผลถึงเด็กทั่วประเทศ เพราะต่อไป ถ้าผู้ใหญ่ด่าเขาก็จะไม่กล้าทำอะไรอีก และหันไปลอกเลียนแบบ ผมถามว่าเด็กที่วาดรูปพระพุทธเจ้าให้เหมือนมากมีกี่คน คำตอบคือมีจำนวนมาก แต่คนที่กล้าทำให้เกิดความแตกต่างมีบ้างไหม คำตอบคือน้อย และเด็กคนนี้กล้า และไม่ผิดด้วย เนื่องจากเป็นอุลตร้าแมนที่เป็นตัวละครดีที่สุด ตามสติปัญญาของเด็ก

“อย่าไปมองว่าความแตกต่างคือความผิด หรือผิดจากตัวเองแล้วต้องด่าลูกเดียว แต่เราควรยกย่องคนไทยด้วยกัน อย่าไปด่าเด็กเพราะสงสารเด็ก เด็กไม่ได้ผิดอะไร ไม่ได้เอาเศียรพระพุทธรูปไปใส่กับเปรต สัตว์นรกหรือคนชั่ว หรือตัวละครที่ชั่วๆ ส่วนเด็กนักศึกษาที่วาดภาพก็อย่าท้อ และขอให้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไป”

ทางด้านพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระภิกษุแห่งวัดสร้อยทอง ระบุว่า

“ภาพนี้เป็นแค่ภาพที่อยู่ในจินตนาการ อยู่ในความคิดและความรู้สึก ซึ่งไม่ได้ถูกรังสรรค์ออกมาเป็นภาพวาดจริงๆ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งนับถือพระพุทธเจ้าและมองเห็นความเป็นฮีโร่ในตัวของพระองค์ เห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงมีพลังพิเศษ คือสามารถขจัดปัดเป่าหรือบำราบทุกข์บำรุงสุขให้เกิดแก่คนหมู่มากได้ สามารถประทานพระธรรมเทศนาอันเปรียบดั่งศัตราวุธ เพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายคือกิเลสตัณหาในหัวใจของมนุษย์ให้หมดสิ้น

“พระมหาไพรวัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพวาดก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเงาสะท้อนแห่งจินตนาการ และความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในเช่นกัน ความเคารพศรัทธาไม่มีรูปแบบ และมันเป็นนามธรรมอันลึกซึ้งมากกว่าที่ใครจะมาแบ่งแยกความสูงความต่ำ ความละเอียดวิจิตรหรือความเลวทรามหยาบกระด้าง ตลอดจนถึงการแสดงออก ซึ่งใครก็ไม่รู้ที่มาจำกัดแค่การกราบไหว้บูชา

จะวิจารณ์งานศิลปะสักชิ้นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ดูจากภาพที่วาดออกมาเท่านั้น ต้องดูนัยยะว่าต้องการสื่อความหมายอะไร ซึ่งคนส่วนใหญ่มองข้าม ทุกคนมีสิทธิ์อธิบายความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าในแบบของเขา ทำไมต้องบังคับให้เขาศรัทธาในแบบของคุณอย่างเดียว “

พระมหาไพรวัลย์

และในขณะนี้ ภาพดังกล่าวได้ถูกปลดภาพวาดออกจากนิทรรศการ และเจ้าของภาพเข้ากราบขอขมาเจ้าคณะ จ.นครราชสีมา

การวาดภาพดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่พระพุทธศาสนาแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการสื่อให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่เหมือนอุลตร้าแมน ที่สามารถอดทนต่อสิ่งเร้ารอบด้าน และช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้กับมนุษย์ ทำให้โลกมนุษย์สงบสุขได้ แต่อย่างไรก็ตามถือเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน จึงกราบขอขมาและขออภัยทุกคนทุกฝ่ายมาด้วย

ทางฝั่ง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า

“ได้เห็นภาพวาดดังกล่าวแล้ว ทางจังหวัดฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังเร่งหาทางแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม โดยหารือร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนา อธิการบดีมหาวิทยาลัย ต้นสังกัดของนักศึกษาเจ้าของผลงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้ เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม เป็นการแสดงออกทางศิลปะที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน”

“นอกจากนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันตรวจสอบ ไม่ให้นำเสนอผลงานศิลปะต่อสาธารณะในลักษณะสุ่มเสี่ยง ละเมิด หรือก้าวล่วงสถาบัน พระพุทธศาสนา หรือกระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธา และความเชื่อถือของประชาชน รวมทั้งขอความร่วมมือไปยังศิลปินทุกคนให้คำนึงถึงภาพรวมเป็นหลัก และเพื่อไม่ให้เกิดกระแสความแตกแยกทางความคิดจนกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง “

นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังอาจบานปลายเมื่อ พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา กล่าวเสริมว่า

“ต้องรอข้อสรุปของสำนักงานพระพุทธศาสนาว่ากรณีภาพวาดลักษณะนี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาหรือไม่ เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาหรือไม่ หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน สำนักงานพระพุทธศาสนา ในฐานะผู้เสียหาย จะต้องมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย”

แล้วคุณละ มีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร ? มาร่วมพูดคุยกันได้ครับ

ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9620000086208

https://voicetv.co.th/read/esj-gRjD3

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CULTURE

ผางประทีป สัญลักษณ์ประเพณียี่เป็ง ของชาวล้านนา

Published

on

การจุดผางประทีส หรือ ผางประทีป คือภาชนะดินเผา ตรงกลางมีลักษณะเป็นหลุมลงไปไม่ลึกมาก เพื่อให้เพียงพอต่อการใส่ไส้เทียนที่ทำมาจากฝ้ายและขี้ผึ้ง เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่า เข้าสู่ช่วง ประเพณีลอยกระทง หรือเทศกาลยี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว

ผางประทีป ถือได้ว่าเป็นการสักการบูชาในพระพุทธศาสนา เป็นเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น แสงที่สว่างไสวของประทีปมีความเชื่อว่าจะทำให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีแสงสว่างนำทางชีวิตให้โชติช่วงชัชวาลแก่ผู้บูชาดั่งแสงจากผางประทีป

ในช่วงประเพณียี่เป็ง ชาวล้านนาจะนิยมจุดผางประทีสเป็นพุทธบูชา สืบเนื่องมาจากตำนานพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ ได้แก่ พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) พระศรีอริยะเมตไตร พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ได้ถือกำเนิดจากแม่กาเผือก

วันหนึ่งขณะที่แม่กาออกไปหาอาหารได้เกิดพายุขึ้น ทำให้ไข่ทั้งห้าฟองของแม่กาเผือกถูกพัดตกจากรังไหลไปตามแม่น้ำ และมีแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และแม่ราชสีห์เก็บไปเลี้ยง เมื่อไข่ทั้งห้าฟองฟักออกมาเป็นมนุษย์เป็นเพศชาย ก็ได้บวชเป็นฤๅษีทั้งห้าองค์ เมื่อฤๅษีทั้งห้าได้พบกัน จึงไต่ถามถึงมารดาของแต่ละองค์ แต่ละองค์ก็ตอบว่า แม่ไก่เก็บมาเลี้ยง แม่นาคเก็บมาเลี้ยง แม่เต่าเก็บมาเลี้ยง แม่โคเก็บมาเลี้ยง และแม่ราชสีห์เก็บมาเลี้ยง ฤๅษีทั้งห้าองค์จึงสงสัยว่า แม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร จึงพากันอธิษฐานขอให้ได้พบแม่ ด้วยคำอธิษฐาน จึงทำให้พกาพรหม ผู้เป็นแม่ได้แปลงกายเป็นกาเผือกบินลงมาเล่าเรื่องในอดีตให้ฤๅษีทั้งห้าฟัง และได้บอกว่าหากคิดถึงแม่ ให้นำด้ายดิบมาฟั่นเป็นตีนกาจุดเป็นประทีปบูชาในวันยี่เป็ง ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายประทีสตีนกา จึงทำให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ (คัมภีร์อานิสงส์ผางประทีส, ม.ป.ป.)

ในช่วงประเพณีลอยกระทงแบบนี้ เราจึงเห็นผู้คนออกมาจุดผางประทีปกันทั่วเมืองเชียงใหม่ และการจุดผางประทีปนี้ ยังเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อทดแทนการปล่อยโคมลอย นอกจากจะช่วยลดจำนวนการจุดโคมลอยขึ้นฟ้าในเขตชุมชนแล้ว ยังทำให้เยาวชนรุ่นหลังได้สืบสานวิถีการจุดผางประทีปดั้งเดิมไม่ให้สูญหายไปด้วย

Continue Reading

CULTURE

ใกล้แล้ว! 13 ตุลาคมนี้ ประเพณี “มหัศจรรย์กางจ้องล้านนา” ที่ อ.สันกำแพง

Published

on

พบกับมหัศจรรย์ร่มล้านนานับหลายพันคัน หลากหลายสีที่ทำเป็นอุโมงค์ร่ม เข้าชมและมาท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2562 ถึง วันที่ 5 มกราคม 2563

ซึ่งภายในงานนี้ มีชื่องานว่า เทศกาลสืบสานประเพณีวัฒนธรรม มหัศจรรย์กางจ้องล้านนา พุทธบูชาองค์พระนอนฯ ณ วัดพระนอนแม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

สามารถเข้ามาชมความสวยงาม ตั้งแต่เวลา 06.00 ถึง 22.00 น. พร้อมสักการะบูชาองค์หลวงพ่อพระนอน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว

แล้วมาถ่ายรูปสวย ๆ อวดภาพร่มล้านนาที่มีสีสันสลับกันอย่างงดงามกันนะคะ

Continue Reading

CULTURE

เริ่มแล้ว! เทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยฯ

Published

on

ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมบูชา ถวายโคม แขวนโคม แด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เริ่มวันนี้ 25 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมบูชา ถวายโคม แขวนโคม แด่องค์พระธาตุหริภุญชัยในงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เนื่องในงานประเพณียี่เป็งเมืองลำพูน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตเจ้าหริภุญชัย และถวายเพื่อเคารพสักการะพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน ระหว่างวันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2562 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ในส่วนของการร่วมบูชาโคม ถวายโคม และแขวนโคม แด่องค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย ดวงละ 99 บาท เริ่มวันนี้ 25 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ซึ่งการบูชา ถวายโคม และแขวนโคมในช่วงเดือนยี่เป็ง เป็นการแสดงออกถึงการบูชา เคารพ เพื่อให้เห็นความสว่างของพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และการถวายแสงสว่างแด่องค์พระธาตุ ซึ่งหมายถึงพุทธบูชาองค์พระธาตุหริภุญชัย ซึ่งประกอบไปด้วย ดูกธาตุของพระพุทธเจ้า ฉะนั้นองค์พระธาตุก็คือสัญญาลักษณ์ หรือตัวแทนของพระพุทธเจ้า ส่วนการถวายโคม แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูน เพราะพระนางเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งเมืองหรอภุญชัย เป็นผู้ที่นำพระพุทธศาสนาเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ จึงเกิดความรุ่งเรืองทางพระพุทะศาสนา แผ่กระจายไปยังเมืองต่างๆ ในแถบนี้และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมภายในงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ประกอบด้วย
วันที่ 25 กันยายน 2562 เริ่มมีการบูชาโคม และแขวนโคม ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และแขวนโคมในสถานที่ต่างๆ
วันที่ 29 ตุลาคม 2562 มีพิธีเปิดงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” โดยผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขบวนแห่โคมล้านนา 2,000 ดวง
วันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2562 มีการแสดงทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับ 8 จังหวัดภาคเหนือ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับภาคอีสาน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับ ประเทศไทย จีน เกาหลี และญี่ปุ่น การประดับโคมไฟถนนคนเดินข่วงพันปี ถนนรถแก้ว ทั้งสาย จนถึงประตูมหาวัน ผ่านกาดหนองดอก เข้าสู่ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 22.00 น. ทุกวัน
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 18.30 น. ชมขบวนแห่โคมถวายบูชาองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย เวลา 19.30 น. พิธีถวายโคม แด่องค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 19.00 น. พิธีถวายโคมแด่พระนางจามเทวี ณ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี โดย เทศบาลเมืองลำพูน
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 05.00 น. ร่วมฟังเทศน์มหาชาติ ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัย เวลา 10.00 น. ชมการประกวดโคมลอย บูชาพระเกศแก้วจุฬามณี และการประกวดกระทงเล็ก ดอกไม้สด ที่ลานด้านทิศใต้วัดพระธาตุหริภุญชัย เวลา 17.30 น. ชมการประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ของจังหวัดลำพูน

ข้อมูล :  
อานนท์ บุญมาตุ้ย / สปชส. จ.ลำพูน
www.cm108.com/w/10137/

Continue Reading
Advertisement

Trending