Connect with us

CULTURE

ใกล้แล้ว! 13 ตุลาคมนี้ ประเพณี “มหัศจรรย์กางจ้องล้านนา” ที่ อ.สันกำแพง

Published

on

พบกับมหัศจรรย์ร่มล้านนานับหลายพันคัน หลากหลายสีที่ทำเป็นอุโมงค์ร่ม เข้าชมและมาท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2562 ถึง วันที่ 5 มกราคม 2563

ซึ่งภายในงานนี้ มีชื่องานว่า เทศกาลสืบสานประเพณีวัฒนธรรม มหัศจรรย์กางจ้องล้านนา พุทธบูชาองค์พระนอนฯ ณ วัดพระนอนแม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

สามารถเข้ามาชมความสวยงาม ตั้งแต่เวลา 06.00 ถึง 22.00 น. พร้อมสักการะบูชาองค์หลวงพ่อพระนอน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว

แล้วมาถ่ายรูปสวย ๆ อวดภาพร่มล้านนาที่มีสีสันสลับกันอย่างงดงามกันนะคะ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CULTURE

ผางประทีป สัญลักษณ์ประเพณียี่เป็ง ของชาวล้านนา

Published

on

การจุดผางประทีส หรือ ผางประทีป คือภาชนะดินเผา ตรงกลางมีลักษณะเป็นหลุมลงไปไม่ลึกมาก เพื่อให้เพียงพอต่อการใส่ไส้เทียนที่ทำมาจากฝ้ายและขี้ผึ้ง เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่า เข้าสู่ช่วง ประเพณีลอยกระทง หรือเทศกาลยี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว

ผางประทีป ถือได้ว่าเป็นการสักการบูชาในพระพุทธศาสนา เป็นเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น แสงที่สว่างไสวของประทีปมีความเชื่อว่าจะทำให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีแสงสว่างนำทางชีวิตให้โชติช่วงชัชวาลแก่ผู้บูชาดั่งแสงจากผางประทีป

ในช่วงประเพณียี่เป็ง ชาวล้านนาจะนิยมจุดผางประทีสเป็นพุทธบูชา สืบเนื่องมาจากตำนานพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ ได้แก่ พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) พระศรีอริยะเมตไตร พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ได้ถือกำเนิดจากแม่กาเผือก

วันหนึ่งขณะที่แม่กาออกไปหาอาหารได้เกิดพายุขึ้น ทำให้ไข่ทั้งห้าฟองของแม่กาเผือกถูกพัดตกจากรังไหลไปตามแม่น้ำ และมีแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และแม่ราชสีห์เก็บไปเลี้ยง เมื่อไข่ทั้งห้าฟองฟักออกมาเป็นมนุษย์เป็นเพศชาย ก็ได้บวชเป็นฤๅษีทั้งห้าองค์ เมื่อฤๅษีทั้งห้าได้พบกัน จึงไต่ถามถึงมารดาของแต่ละองค์ แต่ละองค์ก็ตอบว่า แม่ไก่เก็บมาเลี้ยง แม่นาคเก็บมาเลี้ยง แม่เต่าเก็บมาเลี้ยง แม่โคเก็บมาเลี้ยง และแม่ราชสีห์เก็บมาเลี้ยง ฤๅษีทั้งห้าองค์จึงสงสัยว่า แม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร จึงพากันอธิษฐานขอให้ได้พบแม่ ด้วยคำอธิษฐาน จึงทำให้พกาพรหม ผู้เป็นแม่ได้แปลงกายเป็นกาเผือกบินลงมาเล่าเรื่องในอดีตให้ฤๅษีทั้งห้าฟัง และได้บอกว่าหากคิดถึงแม่ ให้นำด้ายดิบมาฟั่นเป็นตีนกาจุดเป็นประทีปบูชาในวันยี่เป็ง ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายประทีสตีนกา จึงทำให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ (คัมภีร์อานิสงส์ผางประทีส, ม.ป.ป.)

ในช่วงประเพณีลอยกระทงแบบนี้ เราจึงเห็นผู้คนออกมาจุดผางประทีปกันทั่วเมืองเชียงใหม่ และการจุดผางประทีปนี้ ยังเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อทดแทนการปล่อยโคมลอย นอกจากจะช่วยลดจำนวนการจุดโคมลอยขึ้นฟ้าในเขตชุมชนแล้ว ยังทำให้เยาวชนรุ่นหลังได้สืบสานวิถีการจุดผางประทีปดั้งเดิมไม่ให้สูญหายไปด้วย

Continue Reading

CULTURE

เริ่มแล้ว! เทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยฯ

Published

on

ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมบูชา ถวายโคม แขวนโคม แด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เริ่มวันนี้ 25 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมบูชา ถวายโคม แขวนโคม แด่องค์พระธาตุหริภุญชัยในงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เนื่องในงานประเพณียี่เป็งเมืองลำพูน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตเจ้าหริภุญชัย และถวายเพื่อเคารพสักการะพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน ระหว่างวันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2562 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ในส่วนของการร่วมบูชาโคม ถวายโคม และแขวนโคม แด่องค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย ดวงละ 99 บาท เริ่มวันนี้ 25 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ซึ่งการบูชา ถวายโคม และแขวนโคมในช่วงเดือนยี่เป็ง เป็นการแสดงออกถึงการบูชา เคารพ เพื่อให้เห็นความสว่างของพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และการถวายแสงสว่างแด่องค์พระธาตุ ซึ่งหมายถึงพุทธบูชาองค์พระธาตุหริภุญชัย ซึ่งประกอบไปด้วย ดูกธาตุของพระพุทธเจ้า ฉะนั้นองค์พระธาตุก็คือสัญญาลักษณ์ หรือตัวแทนของพระพุทธเจ้า ส่วนการถวายโคม แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูน เพราะพระนางเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งเมืองหรอภุญชัย เป็นผู้ที่นำพระพุทธศาสนาเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ จึงเกิดความรุ่งเรืองทางพระพุทะศาสนา แผ่กระจายไปยังเมืองต่างๆ ในแถบนี้และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมภายในงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ประกอบด้วย
วันที่ 25 กันยายน 2562 เริ่มมีการบูชาโคม และแขวนโคม ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และแขวนโคมในสถานที่ต่างๆ
วันที่ 29 ตุลาคม 2562 มีพิธีเปิดงานเทศกาล “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” โดยผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขบวนแห่โคมล้านนา 2,000 ดวง
วันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2562 มีการแสดงทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับ 8 จังหวัดภาคเหนือ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับภาคอีสาน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับ ประเทศไทย จีน เกาหลี และญี่ปุ่น การประดับโคมไฟถนนคนเดินข่วงพันปี ถนนรถแก้ว ทั้งสาย จนถึงประตูมหาวัน ผ่านกาดหนองดอก เข้าสู่ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 22.00 น. ทุกวัน
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 18.30 น. ชมขบวนแห่โคมถวายบูชาองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย เวลา 19.30 น. พิธีถวายโคม แด่องค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 19.00 น. พิธีถวายโคมแด่พระนางจามเทวี ณ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี โดย เทศบาลเมืองลำพูน
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 05.00 น. ร่วมฟังเทศน์มหาชาติ ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัย เวลา 10.00 น. ชมการประกวดโคมลอย บูชาพระเกศแก้วจุฬามณี และการประกวดกระทงเล็ก ดอกไม้สด ที่ลานด้านทิศใต้วัดพระธาตุหริภุญชัย เวลา 17.30 น. ชมการประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ของจังหวัดลำพูน

ข้อมูล :  
อานนท์ บุญมาตุ้ย / สปชส. จ.ลำพูน
www.cm108.com/w/10137/

Continue Reading

CULTURE

ย้อนอดีต 7 เรื่อง(ไม่)ลับ กับรัฐประหาร 19 กันยา 2549

Published

on

วันนี้ (19 กันยายน 2562) ทาง BBC ประเทศไทย ได้ลงเรื่องราวของจุดเริ่มต้น “รัฐประหารในปี 2549” ที่เรียกว่า “รัฐประหารเสียของ” ที่หลายคนต่างพูดว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายแบบไทยๆ แต่ก็มีอีกหลายฝ่ายที่เห็นด้วย

ในช่วงค่ำของวันที่ 19 กันยายน 2549 นายกทักษิณในขณะนั้นได้ทำการอ่านประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพฯ จากนครนิวยอร์ก (นอกราชอาณาจักร) โดยการออกคำสั่งปลดผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แล้วแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เข้าควบคุมสถานการณ์ แต่การสื่อสารของนายกฯ คนที่ 23 ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ถูกตัดสัญญาณ ปฏิบัติการยื้ออำนาจข้ามทวีปของเขา จึงหยุดลง

และในช่วงเวลาประมาณ 22.54 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องขึ้นประกาศของ “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” (คปค.) โดยมรมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร (ต่อมา คปค. แปรสภาพเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือคมช.)

ย้อนอดีต 7 เรื่อง(ไม่)ลับ กับรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ที่หลายคนเรียกว่า จุดเริ่มต้นแห่งฝันร้ายของคนไทย

  1. ก่อนเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร พล.อ.สนธิเคยถูกทักษิณถามถึง 2 ครั้งเกี่ยวกับข่าวลือปฏิวัติท่ามกลางกระแสข่าวปลด ผบ.ทบ. สิ่งที่เขาตอบคือ “ถ้าย้ายผม ผมก็ปฏิวัติสิครับ”
  2. มีข้อมูลระบุว่า พล.อ.สนธิคิดถึงการยึดอำนาจ 6-7 เดือนก่อนลงมือจริง แต่มาเตรียมแผนปฏิบัติการในช่วง 16-18 ก.ย. 2549
  3. มีข้อมูลระบุว่า วันเวลาในการยึดอำนาจมีการกำหนดไว้ชัดเจน แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงถึง 2 ครั้ง ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จากเดิมกำหนดไว้เวลา 19.00 น. วันที่ 22 ก.ย. แต่มาเปลี่ยนเป็น 24.00 น. วันที่ 20 ก.ย. และเลื่อนมาเผด็จศึกเร็วขึ้นเป็น 22.00 น. วันที่ 19 ก.ย. หลังทราบข่าวทักษิณร่นกำหนดเดินทางกลับไทย และพันธมิตรนัดเคลื่อนไหวใหญ่
  4. จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง ต่างให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า พล.อ.สนธิเขียนแถลงการณ์ด้วยตนเอง โดยยกร่างแถลงการณ์ คปค. เกิดขึ้นที่ห้องทำงานภายใน บก.ทบ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยใช้เวลา 3 ชม. จึงแล้วเสร็จ
  5. พล.อ.สนธิเสนอให้ใช้ชื่อ “คณะอนุรักษ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” แต่ถูกนายทหาร-นักวิชาการท้วงติง จึงเปลี่ยนเป็น คปค.
  6. สถิติตัวเลขน่าสนใจก็คือ ผบ.เหล่าทัพที่ร่วมทีมยึดอำนาจล้วนเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 (ตท. 6) ซึ่งมีนายกทักษิณ ในขณะนั้น (ตท. 10) เป็นผู้แต่งตั้งทั้งสิ้น
  7. พล.อ.สนธิเรียกระดมขุมกำลังด้านกฏหมาย โดยนึกถึงเป็นคนแรกๆ คือวิษณุ เครืองาม และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นคนแรกๆ (มือกฎหมายสำนักมีชัย)

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลและคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สนธิกับสื่อหลายสำนัก โดยข้อ 1, 7 มาจากคอลัมน์ “ลึกแต่ไม่ลับ” โดยจรัญ พงษ์จีน ในมติชนสุดสัปดาห์ 24 พ.ย. 2549 ข้อ 2, 3 มาจากหนังสือ “ลับ ลวง พราง” โดยวาสนา นาน่วม และบทสัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์ลงเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ 26 ต.ค. 2549 ข้อ 4 จากหนังสือ “ลับ ลวง พราง” และข้อ 5 จากบทสัมภาษณ์ของกรุงเทพธุรกิจ

ที่มา : https://www.bbc.com/thai/thailand-41315814

Continue Reading
Advertisement

Trending