Connect with us

INTERNATIONAL

อินเดียประกาศเปิดใช้ “ไฮเปอร์ลูป” เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ

Published

on

“ไฮเปอร์ลูป” : ล้มเครื่องบิน – หยุดไฮสปีด

เชื่อเหลือเกินครับว่าคนไทยในที่นี้หลายคนอาจเคยได้ยินคำๆนี้ “ไฮเปอร์ลูป” เพราะเจ้าไฮเปอร์ลูปมันเคยเป็นหนึ่งใน ‘นโยบายหนึ่งของอนาคตใหม่’ ที่เคยออกมาผ่านหูผ่านตาผู้คนมาไม่มากก็น้อยแล้วแน่ๆ

แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีข่าวเกี่ยวกับเจ้า “ไฮเปอร์ลูป” อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ในประเทศไทยของเราอีกแน่นอนนะครับ

เพราะตอนนี้ทางประเทศอินเดียได้ประกาศเปิดโครงการ “ไฮเปอร์ลูป” โดย ‘รัฐบาลรัฐมหาราษฏระ’ ประกาศรับรองสถานะโครงการไฮเปอร์ลูปของ บริษัท Virgin Hyperloop One และ DP World บริษัทพาร์ทเนอร์ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ไม่ต่างจากโครงการสร้างถนนหรือสะพาน และกำลังเตรียมการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้เวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน กลายเป็นโครงการไฮเปอร์ลูปโครงการแรกที่ได้รับการรับรองโดยรัฐบาล

โดยรัฐบาลรัฐมหาราษฏระ ระบุในที่แถลงว่า “โครงการนี้จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของของคมนาคมในประเทศอินเดีย” ซึ่งการรับรองจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการนี้ นับได้ว่าเป็นการแซงหน้าเทสลาและสเปซเอ็กซ์ของ ‘อีลอน มัสก์’ ซึ่งเป็นผู้นำเสนอไฮเปอร์ลูปมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2558 เลยทีเดียว

และสำหรับไฮเปอร์ลูปในรัฐมหาราษฏระนั้นจะเป็นเส้นทางเมืองปูเน-มุมไบ โดยใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 35 นาทีเท่านั้น ขณะที่การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งขึ้นไป

ตามข้อเสนอของเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน-ดีพีเวิลด์นั้นไฮเปอร์ลูปนี้จะรองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 200 ล้านคน ปัจจุบันนี้มีผู้เดินทางระหว่างเมืองมุมไบและปูเนประมาณปีละ 75 ล้านคน และคาดว่าจะสูงขึ้นถึง 130 ล้านคนในปี 2569

โดยยังระบุอีกว่า “ทางรัฐบาลคาดว่าในเฟสแรกของการก่อสร้างจะมีระยะทาง 11.8 กิโลเมตร โดยใช้เวลาสร้างในช่วงครึ่งปีถึงสองปี ด้วยเงินลงทุน 50,000 ล้านรูปีอินเดีย (ราว 22,280 ล้านบาท) โดยพาร์ตเนอร์อย่างดีพีเวิลด์ แถลงว่าพร้อมจะลงทุน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 15,440 ล้านบาท) ในเฟสแรกเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและใช้ได้จริง”

ส่วนรัฐบาลจะรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายและโลจิสติกส์สำหรับจัดหาที่ดินสร้างไฮเปอร์ลูป โดยรวมแล้วคาดว่าโครงการนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 700,000 ล้านรูปี (ราว 312,000 ล้านบาท)

ในช่วงแรกนั้น เฟสหนึ่งจะเป็นเหมือนเส้นทางนำร่องเพื่อรับรองว่าเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปสามารถเปิดให้บริการผู้โดยสารได้จริง โดยทางเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน ต้องการให้เส้นทางนำร่องนี้สร้างเสร็จและเปิดใช้งานภายในปี 2567 หากเฟสนี้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยไปได้ก็จะเป็นการกรุยทางไปสู่การสร้างไฮเปอร์ลูปต่อในเส้นทางปูเน-มุมไบ

ทั้งนี้ เวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน ลงนามข้อตกลงกับรัฐมหาราษฏระและรัฐกรณาฏกะ เพื่อศึกษาผลกระทบของไฮเปอร์ลูปต่อภูมิภาคตั้งแต่ปี 2560 อีกด้วย

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

INTERNATIONAL

ร้อนแรงไม่หยุดกับหนึ่ง ตัวละครเอก ในมหากพย์ 1MDB “สุดยอดนักฟอกเงิน โจ โลว์”

Published

on

หลังจากที่ปิดมหากาพย์เรื่อง ชาเบียร์ ฆุสโต กับช่วงเวลาแห่งพันธมิตรมืด มาต่อกันที่ Middle man สุดยอดนักฟอกเงิน ของปีโตรซาอุดี เพื่อนสนิทห่างวัยแต่สัมพันธ์แน่นแฟ้นด้วยผลประโยชน์กับ นาจิบ ราซัค

jho low
โจ โลว์
ซักฟอกเงิน
1MDB 
นักซักฟอกเงิน
middle man
ขอขอบคุณภาพจาก : thestar.com

Middle man ที่จะกล่าวถึงคราวนี้คือ โจ โลว์(Jho Low) ที่ให้ฉายาว่า Middle man เพราะเขาคนนี้ คือ หนึ่งในคนสำคัญของ 1MDB ในฐานะ “สุดยอดนักฟอกเงิน”  ในช่วงที่คดี 1MDB ถูกเปิดโปงใหม่ๆ ตอนนั้น 
โจ โลว์ มีอายุเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้น ตัวเขานั้นไปมาเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ในรัฐเพนซิลวาเนีย เขาผูกสัมพันธ์กับชาวมาเลเซีย ผู้มีฐานะมากมาย รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์อาหรับ รวมทั้ง ริซา อาซิซ ลูกเลี้ยงของนาจิบ ที่เขาเคยขายที่ดินจนได้กำไรมหาศาล

ช่วงเวลาต่อมา ตัวเขาได้ผันตัวมาเป็นนายหน้าค้าสังหาอริมทรพย์ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่า ปู่ของเขาได้ทำกำไรกับอุตสหากรรมสุราในไทย ปี 2013 ทำให้เขามีสินทรัพย์กว่า 6,900 ล้านริงกิต หลังจากที่เขาเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นกับทาง The Wall Street Journal ทำให้โจ โลว์ เป็นที่จับตามองจาก New York Times มากขึ้น เพราะเขาได้ไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นคอนโดมิเนียมของบียอนเซ่ มูลค่ากว่า 120 ล้านริงกิต โดยใช้ชื่อบริษัท Shelf เป็นผู้ซื้อ แต่ทว่าเมื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่สามารถทราบได้เลยว่า บริษัทนี้ประกอบกิจการอะไร และถึงแม้ว่าตัวของ โจ โลว์ เอง ที่ออกมากล่าวว่า บริษัทนี้ไม่มีการเกี่ยวข้องกับ 1MDB แต่อย่างใด ถึงกระนั้นก็ยังคงเชื่อยากอยู่ดี สาเหตุมาจาก เพื่อนหรือคนสนิทของเขามากมาย เป็นผู้บริหารใน 1MDB 

หลังจากที่เรื่องราวเริ่มอื้อฉาวขึ้นมาเรื่อยๆ โจ โลว์ ได้ใช้ ปีโตรซาอุดี ในการโยกย้ายเงินของ 1MDB และต่อมามีการเสนอที่จะซื้อกิจการธนาคารของ UGB Bank ของรัฐสาราวัก ในเดือน กุมภาพันธ์ 2017 ใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ที่หลังจากการเลือกตั้งของมาเลซียในปี 2018 ทางการมาเลเซียก็ได้ออกหมายจับ โจ โลว์ และอีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง Interpol เองก็ได้ออกหมายแดงด้วยเหมือนกัน

ประวัติการเดินทางของโจ โลว์
การเดินทางเข้าออกไทยของโจว โลว์
โจ โลว์
jho low
1MDB
ขอขอบคุณภาพจาก : Twiiter Pannika Wanich

ตรงเนื้อหาส่วนนี้ พึ่งถูกเผยแพร่ผ่านการอภิปรายนอกสภาของ ช่อ-พรรณิการ์ ว่า แท้จริงแล้ว โจ โลว์ เคยเข้ามาหลบซ่อนอยู่ที่ประเทศไทย โดยสิงคโปร์ระบุเพิ่มเติมว่า เขามาอยู่ที่ภูเก็ตนี่เอง อีกทั้งเนื้อหาที่ทางคุณช่อ-พรรณิการ์ได้เอามาเผยแพร่ เป็นการเดินทางเข้าออกของโจ โลว์ และคนสนิท ที่ดูเหมือนกับว่า ทางการไทยได้ช่วยให้เขาสามารถเข้าออกประเทศไทยได้หลายครั้ง โดยไร้การคัดกรอง หรือความร่วมต่อหมายแดง และการออกหมายจับของทางมาเลเซีย 

เท่านั้นยังไม่พอ ภายหลังที่ทำการสืบค้นประวัติการเดินทาง ข้อมูลที่เคยมีก็ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว นี่เท่ากับว่า “ทางการไทย ให้ความร่วมมือในการซ่อนตัวผู้ร้าย ใช่หรือไม่?”

ตม.แจงปมรัฐเอี่ยว 1MDB
ตม.แจงเรื่องการเดินทางโจ โลว์
การเดินทางเข้าออกประเทศไทย
โจ โลว์
jho low
1MDB
ขอขอบคุณภาพจาก : Kapook

หลังจากที่การซักฟอกอย่างดุเดือดได้ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ตม.จ่อฟ้องกลับ ช่อ-พรรณิการ์ แล้วว่าทางตม.ไม่ได้เอื้อประโยชน์ในการเดินทาง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยให้การอ้างว่า ได้รับหมายจับตำรวจสากล เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ โจ โลว์ และคนสนิท ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว 

โจ โลว์
jho low
1MDB
หมายแดงสิงคโปร์
หมายจับโจ โลว์
หมายแดง
ขอขอบคุณภาพจาก : Twiiter Pannika Wanich
โจ โลว์
jho low
1MDB
หมายแดงมาเลเซีย
หมายจับโจ โลว์
หมายแดง

และถึงแม้ว่าทาง ตม. จะมีการอ้างหมายจับที่มาช้ากว่าการเดินทางของทั้งสองผู้มีหมายจับนี้ ทาง Twiiter ของคุณช่อ-พรรณิการ์ ก็ได้มีการเสริมข้อมูลเรื่องหมายแดง หรือหมายจับที่สิงค์โปร และมาเลเซียขอให้ทาง Interpol หรือตำรวจสากลออกนั้น เป็นคนละช่วงเวลา เพราะทาง สิงคโปร์ได้ขอให้ออกหมายจับก่อนตั้งแต่ วันที่ 7 ตุลาคม 2559 แล้ว ส่วนของทางมาเลเซีย ได้มีการออกหมายจับเพิ่มเติมเป็นหมายแดง จาก Interpol อีกเช่นกัน ในวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ซึ่งทั้งสองหมายจับคือ ช่วงเวลาก่อนที่ตม.จะแจ้งว่าได้รับหมายจับเสียอีก

ฉะนั้นแล้ว ปัจจุบันนี้เอง โจ โลว์ ก็ยังไม่ถูกจับ และมีการคาดเดาจากข่าวปัจจุบันว่า เขาหลบซ่อนตัวอยู่ที่เมือง อูฮั่น จากสถานการณ์การปิดเมื่อง จากการระบาดของโรค COVID-19 ณ ปัจจุบัน 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

INTERNATIONAL

ผลวิจัยชี้ “ทวีความรุนแรง โคโรน่า ระบาดไม่เลิก แถมซ่อนตัวได้นานกว่าเดิม”

Published

on

พักหลังมานี้อาจจะดูเหมือนว่า ข่าวเกี่ยวกับโคโรน่าเริ่มเบาลงแล้ว แถมยังมีสัญญาณดีอย่างการเพาะเชื้อได้ การรักษาคนไข้หาย แต่ก็ดูเหมือนว่ามันมีโอกาสทวีความรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

ในกรณีแรก เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 นักวิทยาศาสตร์จีน(ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา) ได้เผยว่า จากเดิมไวรัสโคโรน่าที่มะระยะฟักตัว หรือเผยอาการเมื่อครบ 14 วัน แต่ตอนนี้อาจจะเป็นไปได้แล้วว่า มันสามารถฟักตัวได้ตั้งแต่ 0-24 วัน ทำให้ผู้ที่ถูกกักบริเวณเพื่อตรวจสอบเชื่อจาก 14 วันต้องอยู่ในระยะกักกันที่นานขึ้นกว่าเดิม แต่โดยเฉลี่ยแล้วระยะฟักตัวของโคโรน่าตอนนี้จะอยู่ที่ 3 วันเท่านั้น 

กรณีที่ 2 ไต้หวันได้ประกาศยกระดับคำเตือน สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปประเทศไทย หรือนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปไต้หวัน เพราะไทยได้ถูกยกระดับให้เป็นระดับ 1 แล้ว(ระดับเริ่มต้น) จะมีการตรวจโรคที่เข้มมากขึ้น หากแสดงอาการว่ามีไข้ หรือเป็นหวัด จะถูกกักกันอย่างน้อย 14 วันแน่นอน เนื่องจากทางประเทศไทยนั้นยังคงเปิดรับนักท่องเที่ยงจีนอยู่เป็นปกติ ทำให้ทางไต้หวันเองก็ไม่ไว้ใจในเรื่องการรับมือกับไวรัสโคโรน่าของประเทศไทย

กรณีที่ 3 ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อกว่า 61 รายบนเรือสำราญ DIAMOND PRINCESS โดยการตรวจครั้งแรกพบผู้ติดเชื้อเพียง 10 คน ครั้งที่สองอีก 10 คน จนมาถึงครั้งที่สามจึงพบผู้ติดเชื้อกว่าอีก 41 ตน(จากการตรวจทั้งหมด 273 คนในรอบที่สาม) ซึ่งทั้งหมดบนเรือสำราญมีจำนวนนักท่องเที่ยวและลูกรวมรวมกันถึง 3,700 คน ซึ่งตอนนี้มีการเผยแพร่ในจำนวนผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นแล้วว่า มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดนอกประเทศจีน มีมากถึง 86 ราย และนอกจากเรือ DIAMOND PRINCESS ตอนนี้ยังมีเรือสำราญอีกหนึ่งลำ ที่กำลังล่องลอยอย่างไร้ทิศทาง คือ WESTERDAM(เนื่องจากพบว่ามีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า) ในครั้งแรกได้ขอเข้าเทียบท่าที่โอกินาว่า แต่รัฐบาลญี่ปุ่นก็ให้การปฏิเสธกลับไป แม้ว่าบนเรือสำราญจะมีคนญี่ปุ่นอยู่ 4คนก็ตามที ต่อมาได้เข้ามาขอเทียบท่ากับทางประเทศไทย แต่ทางการไทยก็ปฏิเสธเช่นกัน รวมถึง ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ลูกเรือลำนี้มีจำนวนกว่า 2,700 คน โดยที่ตอนนี้ไม่สามารถทราบได้เลยว่า มีผู้ติดเชื้อหรือไม่ หากมี จะมีจำนวนเท่าไหร่แล้ว

ในหลากหลายกรณีที่ทั่วโลก กำลังเผชิญกับไวรัสโคโรน่าที่ไม่ยอมอ่อนกำลังลงแม้แต่น้อย ที่ประเทศไนจีเรีย ก็ได้เกิดโรคระบาดใหม่ ที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 104 ราย เสียชีวิตแล้ว 15 ราย ซึ่งเจ้าโรคใหม่นี้ ไม่ใช่อีโบล่า ลาสซา หรือโคโรน่า และถ้าหากติดเชื้อรุนแรง มีโอกาสเสียชีวิตได้ใน 48 ชั่วโมง สาเหตุการระบาดจากโรคใหม่นี้ ทางไนจีเรียคาดว่า เป็นสารบางชนิดที่มาจากการหาปลา

ที่มา :

https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/10-questions-to-unlock-the-truth-about-the-corona-virus
https://www.voathai.com/a/coronavirus-update/5282207.html

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

INTERNATIONAL

พาไปชมโรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่น ที่จีนสร้างภายใน 10 วัน

Published

on

สร้างเสร็จแล้วสำหรับโรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่นที่เมื่อครั้งก่อนทางการจีนประกาศว่าจะสร้างให้เสร็จภายใน 10 วัน เพื่อใช้รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่กำลังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ ตอนนี้เราจะมาชมกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ?

โรงพยาบาลดังกล่าวมีชื่อว่า โรงพยาบาล “หั่วเสินซาน” มีพื้นที่ ขนาด 25,000 ตารางเมตร ใช้รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่กำลังแพร่ระบาด โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 1,000 เตียง ซึ่งประชาชนในประเทศจีนให้ความสนใจมากกว่า 40 ล้านคน เนื่องจากการถ่ายทอดสดของ CCTV สถานีโทรทัศน์ของทางการจีน 

บุคลากรทางการแพทย์

โรงพยาบาล “หั่วเสินซาน” มีบุคลากรทางการแพทย์ราว 1,400 คน โดยเริ่มปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ในวันจันทร์ที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมานี้ เป็นวันแรก ซึ่งจะประกอบไปด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเครือกองทัพสนับสนุนโลจิสติกส์แห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) จำนวน 950 คน และทีมแพทย์จากวิทยาลัยแพทย์ของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ อีก 450 คน

ทำไมโรงพยาบาลนี้ถึงเสร็จเร็วนักล่ะ?

สิ่งหลายคนน่าจะสงสัยที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องของสาเหตุ หรือ รูปแบบวิธีในการสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ ว่าทำไมถึงสร้างได้เสร็จรวดเร็วยิ่งนัก นั่นเป็นเพราะว่า โรงพยาบาล “หั่วเสินซาน” แห่งนี้ถูกสร้างด้วย ชิ้นส่วนอาคารสำเร็จรูป นอกจากนี้ยังมีทีมวิศวกรมาจากทั่วประเทศมาคอยแนะนำ ให้คำปรึกษา และระดมสมองกันในการสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ขึ้นมาอีกด้วย

เรามาชมภาพของโรงพยาบาล “หั่วเสินซาน” แห่งนี้ตั้งแต่แรกเริ่มจนเสร็จกันดีกว่าครับ

คนงานที่มีส่วนช่วยในการสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ให้เสร็จทันเวลากำหนด
การก่อสร้างดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ทางวิศวกรได้นำมาประกอบกันเป็นโรงพยาบาล
ภาพภายโรงพยาบาลหลังจากสร้างเสร็จพร้อมให้บริการ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending