Connect with us

INTERNATIONAL

พาไปชม Tyson Ranch รีสอร์ตกัญชา ผลงานชิ้นโบแดงของยอดนักชก

Published

on

ปัจจุบัน กฏหมายและข้อกำหนดด้วย “กัญชา” ของประเทศไทย กำลังมีการปรับแก้ครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเอื้อประโยชน์ทั้งด้านการแพทย์ ผู้ปลูก ผู้ค้า และส่งออก

วันนี้พวกเราจึงขอพาไป เปิดภาพ Tyson Ranch รีสอร์ตกัญชา ผลงานชิ้นโบแดงของยอดนักชก ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไมค์ กำลังเดินหน้าเอาจริง เอาจริง ตอบรับกระแสตลาดโลกที่กำลังตื่นตัวกับกัญชา

ที่มา : https://www.instagram.com/tysonranchofficial/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

ผู้บริหาร เอช.ไอ.พี. มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ และ ซีเอ็มดี นิวส์ (เชียงใหม่) ผู้หลงไหลในการพัฒนาดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การเมือง และการท่องเที่ยว

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

INTERNATIONAL

#อู่ฮั่นฉันต้องรอด เปิดภาพอู่ฮั่นหลังปิดเมือง ควบคุมโรค (มีคลิป)

Published

on

เปิดภาพราวกับในภาพยนต์ของเมืองอู่ฮั่น หลังทางการจีนประกาศปิดเมืองควบคุมโรค โดยภาพถ่ายและวิดิโอ ถูกบันทึกไว้โดยคุณ ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร ที่ยังคงอาศัยอยู่ภายในเมือง

พร้อมกับข้อความว่า

มะกี้เราลงไปตุนของกินมา แมร่งความรู้สึกเหมือนในหนังเลย รถบนถนนไม่มี ตลาดปิด ทุกอย่างปิด มีซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆเปิดอยู่ร้านเดียว มีเจ้าหน้าที่มาคุมใครไม่ใส่แมนไม่ให้เข้า พอเข้าไปมีคนมาตุนของอยู่ 5-6 คน ทุกคนดูรีบๆอะไรหยิบได้หยิบ เดินห่างๆกันแบบระแวงๆ มองหน้ากันตลอด แมร่ง..ขนลุกชิบหาย..!
ของกินเหลือแต่มาม่า ขนมปัง ไส้กรอกแพคๆ ของกินเหลือไม่เยอะมาก ของสดในซูเปอร์ไม่เหลือเลย เราเลยได้แค่ ขนมปัง มาม่า แล้วก็นม

โคตรน่ากลัวอะ ถ้ารอดไปได้กุจะเล่าให้ลูกหลานฟัง #อู่ฮั่นฉันต้องรอด

Posted by ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร on Friday, 24 January 2020
https://www.facebook.com/injusticez.black/posts/10157042982673100
https://www.facebook.com/injusticez.black/posts/10157042982673100
https://www.facebook.com/injusticez.black/posts/10157042982673100

ขอบคุณที่มาจาก : ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

INTERNATIONAL

สรุปสถานการณ์และไทม์ไลน์ของ “เชื้อไวรัสอู่ฮั่น”

Published

on

เริ่มปี 2020 ได้ไม่นาน หลังหวั่นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 โลกก็กลับมาระส่ำเพราะโรคระบาดอีกครั้ง หลังมีการตรวจพบการติดเชื้อไวรัสปริศนาครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ทำให้เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยเราจะมา สรุป ไทม์ไลน์ของ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” กันครับว่ามีที่มาอย่างไร และจะทำให้เรารู้ว่าเชื้อนั้นรุนแรงแค่ไหน เราควรจะต้องเฝ้าระวังมากน้อยเพียงใด ?

  • “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” พบครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2019 (ผ่านมาแค่ 1 เดือนนิดๆเองนะครับ) โดยแน่นอนว่าค้นพบที่เมือง หวู่ฮั่น ประเทศจีน คาดว่าต้นตอของเชื้อไวรัสมาจากอาหารทะเลในเมือง และบางแหล่งข่าวก็ระบุว่ามาจากเชื้อไวรัสที่กลายพันธ์ในค้างคาว ทำให้วันที่ 1 ธันวาคม 2019 ตลาดในเมืองถูกสั่งปิดทันที
  • ในวันที่ 9 มกราคม 2020 WHO ได้ทำการระบุว่า เชื้อไวรัสที่มีการแพร่ระบาดจากจีน ที่เมือง หวู่ฮั่น นั้นเป็นเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ และใช้ชื่อว่า Coronavirus ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคซาร์ ที่เคยระบาดมาแล้วในอดีต
  • วันที่ 11 มกราคม พบผู้เสียชีวิตรายแรกจาก Coronavirus และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 53 ราย
  • วันที่ 13 มกราคมเชื้อไวรัส Coronavirus แพร่ออกจากประเทศจีนครั้งแรก โดยพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ในไทย (เป็นชาวต่างชาติปัจจุบันหายดีและถูกส่งกลับประเทศแล้ว)
  • วันที่ 17 มกราคม 2020 ทางสหรัฐได้ทำการคัดกรองคนเข้าประเทศอย่างเข้มงวด ในสนามบิน 3 แห่ง ได้แก่ ซานฟรานซิสโก เจเอฟเค และลอสแองเจลิส โดยพบผู้ป่วยในสหรัฐแล้ว 1 รายเป็นชาวจีนที่เดินทางไปที่นั่น
  • วันที่ 20 มกราคม ทางการจีน ยืนยัน “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus สามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้ ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงถึง 100 ราย และมีผู้เสียชีวิตเป้น 2 ราย
  • วันที่ 22 มกราคม พบผู้ป่วยในไทยเพิ่มเป็น 4 ราย โดย 1 ใน 4 เป็นคนไทย 1 คน ที่ติดเชื้อ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus เนื่องจากได้เดินทางไปเมือง หวู่ฮั่นมา
  • วันที่ 23 มกราคม จีนระดมทุนสร้างโรงพยาบาลเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ“เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน
  • วันที่ 25 มกราคม พบว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อพุ่งสูงกว่า 1,200 ราย และมีการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตแล้ว 41 ราย ที่สำคัญการแพร่ระบาดเริ่มมีการกระจายตัวออกนอกเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน 
  • มียืนยันอีกว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ รายแรกในยุโรปและออสเตรเลีย โดยชายดังกล่าวเป็นชาวจีนวัย 50 ปี เดินทางด้วยเครื่องบินจากเมืองกว่างโจว มายังเมืองเมลเบิร์น ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา
  • พบหมอจีนวัย 62 ไปประจำในโรงพยาบาลอู่ฮั่น เสียชีวิต จากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นนายแพทย์ Liang Wudong ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลหูเป่ย์ ซินหัว (Hubei Xinhua Hospital)
  • หลังพบว่ามีมิจฉาชีพฉวยโอกาสออกลาดตระเวนขโมยข้าวของรวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ของประชาชน อีกทั้งยังพบว่า มีผู้ป่วยสติแตกจำนวนหนึ่งกระชากหน้ากากป้องกันไวรัสจากแพทย์ แล้วถมน้ำลายใส่หน้าพร้อม ระบุว่า “พวกคุณ (หมอ) ต้องรักษาให้ฉันหายเดียวนี่ หากพวกคุณชักช้าไม่รีบรักษา พวกคุณก็ต้องตายไปพร้อมกับฉัน” (การใช้กฏหมายสูงสุดฉบับคำสั่งพิเศษ คือ การรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือ ถูกวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จบตรงนั้นในที่เกิดเหตุ โดยไม่ต้องขึ้นศาล)
  • วันที่ 26 มกราคม ป้ายประกาศติดที่ ER รพ แห่งหนึ่งในอู่ฮั่น บอกว่าหมอ ER ทุกคนติดเชื้อหมดแล้ว และพื้นที่นี้ไม่รับประกันความปลอดภัย ที่มา Jennifer zeng

สถานการณ์ของ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus ในเชียงใหม่เป็นอย่างไร?

สถานการณ์ในเชียงใหม่ขณะนี้ มีการคัดกรอง 2 ระบบ คือ การคัดกรองด้วยเครื่อง Thermo scan ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และการคัดกรองที่โรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่

  • โดยสนามบินเชียงใหม่พบผู้ต้องสงสัย ติดเชื้อไวรัส หวู่ฮั่น ทั้งหมด 7 ราย รายล่าสุดพบเป็น สาวจีนวัย 38 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ต้องรอการยืนยันอีกครั้ง สำหรับผู้ป่วยต้องสงสัย 6 รายก่อนหน้านี้ จากการเก็บตัวอย่างเชื้อไปตรวจพบว่า ไม่ใช่เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด

สสจ.เชียงใหม่ แนะนำประชาชนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว วิธีป้องกัน โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCOV-2019) จากเมืองอู่ฮั่น (ข้อมูลจาก ประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่)

วันนี้ (วันที่ 25 มกราคม 2563) นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึง สถานการณ์โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พบผู้ป่วยยืนยันในประเทศจีน จำนวน 830 ราย เสียชีวิต 26 ราย สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ จากระบบเฝ้าระวังพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) 7ราย ผลตรวจยืนยันไม่พบเชื้อโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCOV-2019)

ส่วนผู้ป่วยรายที่ 7 เป็นหญิงชาวจีน อายุ 38 ปี มีอาการไข้ ไอ เข้ารับการรักษาในห้องแยกความดันลบในโรงพยาบาลมหาราช เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 กำลังรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ


สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (EOC) กรณีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCOV-2019) จากเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันที่ 22 มกราคม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางปฏิบัติ

ในกรณีที่มีการพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคเพิ่มขึ้น หรือพบผู้ป่วยติดเชื้อวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และดำเนินการจัดเตรียมารัพยากรในการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเมืองอู่ฮั่น โดยเน้นการคัดกรอง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลเอกชน คลินิก ร้านขายยา ทุกแห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ หากพบผู้ป่วยสงสัยจะดำเนินการส่งต่ออย่างปลอดภัย เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยในห้องแยกความดันลบในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมและมีมาตรฐาน


นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ติดตามข่าวสถานการณ์ โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเพจเฟสบุ๊ค “ ประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ “ หรือประกาศจังหวัดเชียงใหม่
โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ สามารถป้องกันได้


ด้วยการ สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก


โดยไม่จำเป็น ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดิน หายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน(กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ) สำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีน หรือระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือที่มีชีวิต และการสัมผัสโดยไม่ใช้ถุงมือ
หากภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น พบมีไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ เจ็บคอ


มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศจีน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร.053-211048-50 ต่อ 110

สรุป

อาการของ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus เมื่อไวรัสติดเชื้อในปอดและอาการเริ่มต้นด้วยการเป็นไข้และไอ และทำให้ให้หายใจถี่และหายใจลำบากมากขึ้น โดยที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่นี้จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2 อาทิตย์

จึงแนะนำระวังสถานที่เสี่ยง เช่น สนามบิน ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ สถานีรถโดยสาร เพราะมีโอกาส ที่จะเจอชาวจีนที่มาเที่ยวในช่วงตรุษจีนสูง หากสงสัยหรือพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อให้รีบแจ้งแพทย์โดยด่วนในโรงพยาบาที่ใกล้ที่สุด หรือ แจ้งกรมควบคุมโรคโดยด่วน โทร. 02-590-3000

อ้างอิง (Ref.)

https://www.bbc.com/news/world-asia-china-51215348
https://edition.cnn.com/…/what-is-coronavirus-ex…/index.html
https://www.sciencealert.com/here-s-everything-you-need-to-…
https://www.news-medical.net/…/Wuhan-coronavirus-Disease-ti…
https://mgronline.com/uptodate/detail/9630000008161

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 2]
Continue Reading

INTERNATIONAL

“ไวรัสสายพันธุ์ใหม่” ระบาดหนัก! ส่อลามไปทั่วโลก

Published

on

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ความอันตรายที่เคลื่อนที่ได้บนร่างกายผู้คน หรือนักท่องเที่ยวจากจีน ที่กำลังเดินทางอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

ช่วงนี้คำว่าไวรัสโคโรนา อาจจะเริ่มติดหูของใครหลายคนแล้วว่า มันคือเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในจีนตอนนี้ แรกเริ่มเดิมทีไวรัสโคโรนานั้นอยู่ในการควบคุมเข้มงวดของประเทศจีนตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2562 แล้ว แต่เมื่อมาจนถึงวันที่ 11 มกราคม 2563 มีการรายงานข่าวของทางประเทศจีนเองว่า “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ กำลังแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย”  

ณ เวลาปัจจุบัน พบผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากกว่า 547 รายแล้วในประเทศจีน มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย และกำลังแพร่ระบาดไปเป็นบริเวณกว้างจากประชาชนที่เดินทางออกนอกประเทศ ไปศุ่ประเทศอื่น รายงานยอดจำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละประเทศ มีจำนวนดังนี้

  • ไทย ติดเชื้อ 4 คน (ล่าสุดที่จังหวัดนครปฐมแต่เข้ารับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว)
  • ญี่ปุ่น ติดเชื้อ 1 คน
  • เกาหลีใต้ ติดเชื้อ 1 คน
  • ไต้หวัน ติดเชื้อ 1 คน
  • มาเก๊า ติดเชื้อ 1 คน
  • ฮ่องกง ติดเชื้อ 1 คน
  • สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อ 1 คน

นอกจากประเทศดังกล่าว ยังมีอีกหลายประเทศที่พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อด้วยเหมือนกัน ทั้งออสเตรเลีย เม็กซิโก รัสเซียและฟิลิปปินส์

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของโรคปอดอักเสบที่ถูกขนานนามใหม่ว่า “เชื้อไวรัสโคโรนา”

กล่าวว่ามีจุดกำเนิดที่แท้จริง รวมถึงชื่ออย่างเป็นทางการของโรคไวรัสนี้ มาจากโรคซาร์ส(sars)ซึ่งเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันเหมือนกัน ที่เคยระบาดหนักในช่วงปี 2002-2003 กว่า 37 ประเทศทั่วโลก สาเหตุเรื่องชื่อของโคโรนา คือหากใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนส่องลงไป จะพบว่าเชื้อชนิดนี้มีลักษณะเป็นวงกลม มีขายื่นออกมารอบตัวเหมือนมงกุฎ(crown)หรือรัศมีของดวงอาทิตย์ จึงเป็นที่มาของชื่อโรคว่า “Corona” ส่วนต้นกำเนิดที่เกิดขึ้นในประเทศจีน มีการสอบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสนี้จะทำงานในตลาดหรือมีประวัติเดินทาง ไปตลาดเพื่อค้าส่งอาหารทะเลที่เมืองอูฮั่น ซึ่งเป็นตลาดที่ค้าขายสัตว์หลายชนิด ทำให้สัตว์ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นตัวกำเนิดเชื้อโรคใหม่นี้ และได้การประกาศอย่างเป็นทางการในชื่อไวรัสโคโรนาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 

ช่วงเวลาในการแสดงอาการของไวรัสโคโรนา

ด้วยไวรัสโคโรนานี้มีช่วงเวลาในการฟักตัวที่ค่อนข้างสั้นประมาณ 2-14 วัน หากใครที่เดินทางไปในที่สุ่มเสี่ยง ให้ดูอาการตัวเองในเวลา 14 วัน เพื่อเช็กร่างกายตัวเองว่าผิดปกติ หรือมีอาการป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรือไม่ แต่โดยทั่วไปแล้วจะแสดงอาการภายใน 1สัปดาห์ กรอบของการเฝ้าสังเกตอาการจึงอยู่ที่ 14 วันดังกล่าว หากมีอาการไอ มีไข้ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ หรือประวัติการเดินทางไปในที่สุ่มเสี่ยง ให้รีบเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติทันที

การรักษาและการป้องกันของไวรัสในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน

ทางด้านการรักษาในระดับพื้นฐาน ยังเป็นการรักษาตามอาการ เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน แต่หากมียาต้านไวรัสจะสามารถรักษาโรคได้โดยตรงกว่า ซึ่งข้อมูลในตอนนี้ คือ ทางทีมวิทยาศาสตร​กับทีมแพทย์กำลังพยายามค้นหาว่า ยาต้านไวรัสตัวใดสามารถนำมาใช้รักษาไวรัสตัวนี้ได้บ้าง 

การรับมือของประเทศไทยเรา ได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน(EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่สุ่มเสี่ยงอย่างแน่นหนามากขึ้น นักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้ามา จะต้องได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ(Health Beware Card) ให้สังเกตอาการ พร้อมกับการยื่นบัตรให้โรงพยาบาลตรวจสอบต่อไป หากใครมีอาการหรือสุ่มเสี่ยงติดโรค ก็จะถูกแยกกักจนกว่าจะยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทางด้านนายอนุทิน ได้ทำการสั่งยกระดับมาตรการ การป้องกันและควบคุมโรค ในศูนย์เฝ้าระวังเป็นระดับ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองให้กับสนามบินทั้ง 5 แห่ง 

รายงานตั้งแต่วันที่ 3-21 มกราคม 2563 ได้ทำการคัดกรองไปมากกว่า 123 เที่ยวบิน ที่มาจากเมืองอู่ฮั่น มีผู้โดยสารทั้งสิ้น 19,480 คน มีนักท่องเที่ยวจีน 2 รายที่ได้รับการรักษาและส่งกลับประเทศแล้ว ส่วนล่าสุดที่พบอีก 2 ราย ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว 1 รายที่เป็นคนไทย ส่วนอีก 1 รายเป็นชาวจีนกำลังอยู่ในช่วงรักษาและดูอาการอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่พบยาต้านไวรัส ที่สามารถรักษาได้โดยตรง แต่ยังมีการรักษาตามอาการ ที่ยังสามารถทำให้ผู้ป่วยหายดีและอาการดีขึ้นได้ หากใครที่คิดว่าตนสุ่มเสี่ยง หรือเพิ่งเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ควรรีบเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติให้ละเอียด

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตรวจเข้มเที่ยวบินจากจีน เฝ้าระวังไวรัสโคโรน่า : https://chiangmaidailynews.com/news/2982/

ขอบคุณที่มารูปภาพประกอบจาก : https://health.kapook.com/view219754.html

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
Advertisement

Trending