Connect with us

INTERNATIONAL

ภูฏานประกาศกลาง UN ถึงจนแต่จะพัฒนาประกันสุขภาพก่อน!

Published

on

ภูฏานประกาศกลาง UN “พร้อมเป็นประเทศยากจน” แต่ประชาชนต้องมีความสุข พร้อมขอความช่วยเหลือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ครอบคลุม

เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานว่า โลเท เชอร์ริง (Lotay Tshering) นายกรัฐมนตรีภูฏาน ประกาศบนเวทีการประชุมระดับสูงกับประเด็นประกันสุขภาพแบบถ้วนหน้า

“ระบุว่า ภูฏาน จะเป็นประเทศแรกที่ยังไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ ที่จะบรรลุเป้าหมาย “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ตามปฏิญญาทางการเมือง ที่สมาชิกสมัชชาสหประชาชาติลงนามร่วมกัน เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา”

▪️แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายของพรรคที่ โลเท เชอร์ริง หาเสียงไว้นั้น” มีประเด็นในเรื่องของสันติภาพและความรุ่งเรืองของภูฏาน” (ดรุค พีน ซัม ทโซกพา)

โดยชัดเจนว่าต้องการปฏิรูประบบสุขภาพของภูฏาน และได้ให้คำมั่นไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วว่า นโยบายสุขภาพ ถือเป็น “เสาหลัก” เสาหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้

“และยังกล่าวอีกว่า ไม่มีเรื่องไหนสำคัญและยั่งยืนไปกว่าการลงทุนด้านสาธารณสุข และการศึกษาให้กับประชาชน”

พร้อมกับบอกว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะสามารถ ขยาย ปรัชญาที่ภูฏานยึดถือมาตลอด นั่นคือ “ดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ” หรือ Gross National Happiness ออกไปให้กว้างขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกสถานะอีกด้วย

▪️ขณะเดียวกัน GNH ก็ออกดอกผลตรงกันข้าม แม้ภูฏานจะสร้างประเทศด้วย “ความสุข”

แต่รู้หรือไม่ “อัตราการป่วยด้วยอาการจิตเวช” กลับมีตัวเลขสูงลิ่ว ปี 2561 ประเทศที่มีประชากร 8 แสนคนแห่งนี้ มีผู้ป่วยทางจิต มากกว่า 3,700 คน สูงขึ้นกว่าปี 2551 เกือบ 1 เท่าตัว

ในขณะที่อัตราการฆ่าตัวตาย ก็เคยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียแปซิฟิกเช่นเดียวกัน ซึ่งน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว

▪️โดยพบว่าสาเหจุสำคัญที่คุกคามประเทศก็คือ “ปัญหาความจน” “อัตราการว่างงาน” “และยังมีหลายปัจจัยที่ยังต้องพึ่งพาประเทศอินเดียในการขับเคลื่อนประเทศ”

โลเท เชอร์ริง ยังกล่าวเสริมอีกว่า “อย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนาด้านสุขภาพให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น” จะช่วยเสริมให้ “แนวทางการพัฒนาประเทศไปพร้อมกับการสร้างดัชนีความสุขมวลรวม” จะกลับมาพลิกดอกออกผลได้อีกไม่นาน

*ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญภูฏาน ประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่ปี 2551 ให้ราษฎรภูฏานทุกคนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการส่งตัว ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคราคาแพง รัฐบาลภูฏาน ก็จะรับดูแลทั้งหมดเช่นกัน

▪️ปัญหาอุปสรรคในการพัฒนามากมาย นายกฯภูฏาน จึงประกาศเปิดรับความช่วยเหลือจากทั่วโลก ในการตั้งไข่ระบบ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” เพื่อให้ชาวภูฏาน มีสุขภาพที่ดีกว่านี้

“ด้วยการสนับสนุนของพวกท่าน เราขอรับรองว่าภูฏานจะเป็นประเทศแรกที่บรรลุพันธะสัญญาทั้งหมดและเสนอบริการสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ประชาชนของเรา” เซอร์ริงกล่าว

ที่มา : https://www.hfocus.org/content/2019/10/17887

https://dailybhutan.com/article/bhutan-to-be-first-country-to-achieve-universal-health-coverage-prime-minister-dr-lotay-tshering

https://www.medscape.com/viewarticle/918469#vp_2

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

ผู้บริหาร เอช.ไอ.พี. มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ และ ซีเอ็มดี นิวส์ (เชียงใหม่) ผู้หลงไหลในการพัฒนาดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การเมือง และการท่องเที่ยว

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

INTERNATIONAL

#อู่ฮั่นฉันต้องรอด เปิดภาพอู่ฮั่นหลังปิดเมือง ควบคุมโรค (มีคลิป)

Published

on

เปิดภาพราวกับในภาพยนต์ของเมืองอู่ฮั่น หลังทางการจีนประกาศปิดเมืองควบคุมโรค โดยภาพถ่ายและวิดิโอ ถูกบันทึกไว้โดยคุณ ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร ที่ยังคงอาศัยอยู่ภายในเมือง

พร้อมกับข้อความว่า

มะกี้เราลงไปตุนของกินมา แมร่งความรู้สึกเหมือนในหนังเลย รถบนถนนไม่มี ตลาดปิด ทุกอย่างปิด มีซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆเปิดอยู่ร้านเดียว มีเจ้าหน้าที่มาคุมใครไม่ใส่แมนไม่ให้เข้า พอเข้าไปมีคนมาตุนของอยู่ 5-6 คน ทุกคนดูรีบๆอะไรหยิบได้หยิบ เดินห่างๆกันแบบระแวงๆ มองหน้ากันตลอด แมร่ง..ขนลุกชิบหาย..!
ของกินเหลือแต่มาม่า ขนมปัง ไส้กรอกแพคๆ ของกินเหลือไม่เยอะมาก ของสดในซูเปอร์ไม่เหลือเลย เราเลยได้แค่ ขนมปัง มาม่า แล้วก็นม

โคตรน่ากลัวอะ ถ้ารอดไปได้กุจะเล่าให้ลูกหลานฟัง #อู่ฮั่นฉันต้องรอด

Posted by ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร on Friday, 24 January 2020
https://www.facebook.com/injusticez.black/posts/10157042982673100
https://www.facebook.com/injusticez.black/posts/10157042982673100
https://www.facebook.com/injusticez.black/posts/10157042982673100

ขอบคุณที่มาจาก : ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

INTERNATIONAL

สรุปสถานการณ์และไทม์ไลน์ของ “เชื้อไวรัสอู่ฮั่น”

Published

on

เริ่มปี 2020 ได้ไม่นาน หลังหวั่นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 โลกก็กลับมาระส่ำเพราะโรคระบาดอีกครั้ง หลังมีการตรวจพบการติดเชื้อไวรัสปริศนาครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ทำให้เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยเราจะมา สรุป ไทม์ไลน์ของ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” กันครับว่ามีที่มาอย่างไร และจะทำให้เรารู้ว่าเชื้อนั้นรุนแรงแค่ไหน เราควรจะต้องเฝ้าระวังมากน้อยเพียงใด ?

  • “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” พบครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2019 (ผ่านมาแค่ 1 เดือนนิดๆเองนะครับ) โดยแน่นอนว่าค้นพบที่เมือง หวู่ฮั่น ประเทศจีน คาดว่าต้นตอของเชื้อไวรัสมาจากอาหารทะเลในเมือง และบางแหล่งข่าวก็ระบุว่ามาจากเชื้อไวรัสที่กลายพันธ์ในค้างคาว ทำให้วันที่ 1 ธันวาคม 2019 ตลาดในเมืองถูกสั่งปิดทันที
  • ในวันที่ 9 มกราคม 2020 WHO ได้ทำการระบุว่า เชื้อไวรัสที่มีการแพร่ระบาดจากจีน ที่เมือง หวู่ฮั่น นั้นเป็นเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ และใช้ชื่อว่า Coronavirus ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคซาร์ ที่เคยระบาดมาแล้วในอดีต
  • วันที่ 11 มกราคม พบผู้เสียชีวิตรายแรกจาก Coronavirus และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 53 ราย
  • วันที่ 13 มกราคมเชื้อไวรัส Coronavirus แพร่ออกจากประเทศจีนครั้งแรก โดยพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ในไทย (เป็นชาวต่างชาติปัจจุบันหายดีและถูกส่งกลับประเทศแล้ว)
  • วันที่ 17 มกราคม 2020 ทางสหรัฐได้ทำการคัดกรองคนเข้าประเทศอย่างเข้มงวด ในสนามบิน 3 แห่ง ได้แก่ ซานฟรานซิสโก เจเอฟเค และลอสแองเจลิส โดยพบผู้ป่วยในสหรัฐแล้ว 1 รายเป็นชาวจีนที่เดินทางไปที่นั่น
  • วันที่ 20 มกราคม ทางการจีน ยืนยัน “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus สามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้ ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงถึง 100 ราย และมีผู้เสียชีวิตเป้น 2 ราย
  • วันที่ 22 มกราคม พบผู้ป่วยในไทยเพิ่มเป็น 4 ราย โดย 1 ใน 4 เป็นคนไทย 1 คน ที่ติดเชื้อ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus เนื่องจากได้เดินทางไปเมือง หวู่ฮั่นมา
  • วันที่ 23 มกราคม จีนระดมทุนสร้างโรงพยาบาลเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ“เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน
  • วันที่ 25 มกราคม พบว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อพุ่งสูงกว่า 1,200 ราย และมีการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตแล้ว 41 ราย ที่สำคัญการแพร่ระบาดเริ่มมีการกระจายตัวออกนอกเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน 
  • มียืนยันอีกว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ รายแรกในยุโรปและออสเตรเลีย โดยชายดังกล่าวเป็นชาวจีนวัย 50 ปี เดินทางด้วยเครื่องบินจากเมืองกว่างโจว มายังเมืองเมลเบิร์น ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา
  • พบหมอจีนวัย 62 ไปประจำในโรงพยาบาลอู่ฮั่น เสียชีวิต จากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นนายแพทย์ Liang Wudong ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลหูเป่ย์ ซินหัว (Hubei Xinhua Hospital)
  • หลังพบว่ามีมิจฉาชีพฉวยโอกาสออกลาดตระเวนขโมยข้าวของรวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ของประชาชน อีกทั้งยังพบว่า มีผู้ป่วยสติแตกจำนวนหนึ่งกระชากหน้ากากป้องกันไวรัสจากแพทย์ แล้วถมน้ำลายใส่หน้าพร้อม ระบุว่า “พวกคุณ (หมอ) ต้องรักษาให้ฉันหายเดียวนี่ หากพวกคุณชักช้าไม่รีบรักษา พวกคุณก็ต้องตายไปพร้อมกับฉัน” (การใช้กฏหมายสูงสุดฉบับคำสั่งพิเศษ คือ การรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือ ถูกวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จบตรงนั้นในที่เกิดเหตุ โดยไม่ต้องขึ้นศาล)
  • วันที่ 26 มกราคม ป้ายประกาศติดที่ ER รพ แห่งหนึ่งในอู่ฮั่น บอกว่าหมอ ER ทุกคนติดเชื้อหมดแล้ว และพื้นที่นี้ไม่รับประกันความปลอดภัย ที่มา Jennifer zeng

สถานการณ์ของ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus ในเชียงใหม่เป็นอย่างไร?

สถานการณ์ในเชียงใหม่ขณะนี้ มีการคัดกรอง 2 ระบบ คือ การคัดกรองด้วยเครื่อง Thermo scan ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และการคัดกรองที่โรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่

  • โดยสนามบินเชียงใหม่พบผู้ต้องสงสัย ติดเชื้อไวรัส หวู่ฮั่น ทั้งหมด 7 ราย รายล่าสุดพบเป็น สาวจีนวัย 38 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ต้องรอการยืนยันอีกครั้ง สำหรับผู้ป่วยต้องสงสัย 6 รายก่อนหน้านี้ จากการเก็บตัวอย่างเชื้อไปตรวจพบว่า ไม่ใช่เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด

สสจ.เชียงใหม่ แนะนำประชาชนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว วิธีป้องกัน โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCOV-2019) จากเมืองอู่ฮั่น (ข้อมูลจาก ประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่)

วันนี้ (วันที่ 25 มกราคม 2563) นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึง สถานการณ์โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พบผู้ป่วยยืนยันในประเทศจีน จำนวน 830 ราย เสียชีวิต 26 ราย สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ จากระบบเฝ้าระวังพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) 7ราย ผลตรวจยืนยันไม่พบเชื้อโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCOV-2019)

ส่วนผู้ป่วยรายที่ 7 เป็นหญิงชาวจีน อายุ 38 ปี มีอาการไข้ ไอ เข้ารับการรักษาในห้องแยกความดันลบในโรงพยาบาลมหาราช เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 กำลังรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ


สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (EOC) กรณีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCOV-2019) จากเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันที่ 22 มกราคม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางปฏิบัติ

ในกรณีที่มีการพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคเพิ่มขึ้น หรือพบผู้ป่วยติดเชื้อวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และดำเนินการจัดเตรียมารัพยากรในการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเมืองอู่ฮั่น โดยเน้นการคัดกรอง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลเอกชน คลินิก ร้านขายยา ทุกแห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ หากพบผู้ป่วยสงสัยจะดำเนินการส่งต่ออย่างปลอดภัย เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยในห้องแยกความดันลบในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมและมีมาตรฐาน


นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ติดตามข่าวสถานการณ์ โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเพจเฟสบุ๊ค “ ประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ “ หรือประกาศจังหวัดเชียงใหม่
โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ สามารถป้องกันได้


ด้วยการ สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก


โดยไม่จำเป็น ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดิน หายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน(กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ) สำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีน หรือระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือที่มีชีวิต และการสัมผัสโดยไม่ใช้ถุงมือ
หากภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น พบมีไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ เจ็บคอ


มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศจีน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร.053-211048-50 ต่อ 110

สรุป

อาการของ “เชื้อไวรัสหวู่ฮั่น” หรือ Coronavirus เมื่อไวรัสติดเชื้อในปอดและอาการเริ่มต้นด้วยการเป็นไข้และไอ และทำให้ให้หายใจถี่และหายใจลำบากมากขึ้น โดยที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่นี้จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2 อาทิตย์

จึงแนะนำระวังสถานที่เสี่ยง เช่น สนามบิน ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ สถานีรถโดยสาร เพราะมีโอกาส ที่จะเจอชาวจีนที่มาเที่ยวในช่วงตรุษจีนสูง หากสงสัยหรือพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อให้รีบแจ้งแพทย์โดยด่วนในโรงพยาบาที่ใกล้ที่สุด หรือ แจ้งกรมควบคุมโรคโดยด่วน โทร. 02-590-3000

อ้างอิง (Ref.)

https://www.bbc.com/news/world-asia-china-51215348
https://edition.cnn.com/…/what-is-coronavirus-ex…/index.html
https://www.sciencealert.com/here-s-everything-you-need-to-…
https://www.news-medical.net/…/Wuhan-coronavirus-Disease-ti…
https://mgronline.com/uptodate/detail/9630000008161

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 2]
Continue Reading

INTERNATIONAL

“ไวรัสสายพันธุ์ใหม่” ระบาดหนัก! ส่อลามไปทั่วโลก

Published

on

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ความอันตรายที่เคลื่อนที่ได้บนร่างกายผู้คน หรือนักท่องเที่ยวจากจีน ที่กำลังเดินทางอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

ช่วงนี้คำว่าไวรัสโคโรนา อาจจะเริ่มติดหูของใครหลายคนแล้วว่า มันคือเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในจีนตอนนี้ แรกเริ่มเดิมทีไวรัสโคโรนานั้นอยู่ในการควบคุมเข้มงวดของประเทศจีนตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2562 แล้ว แต่เมื่อมาจนถึงวันที่ 11 มกราคม 2563 มีการรายงานข่าวของทางประเทศจีนเองว่า “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ กำลังแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย”  

ณ เวลาปัจจุบัน พบผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากกว่า 547 รายแล้วในประเทศจีน มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย และกำลังแพร่ระบาดไปเป็นบริเวณกว้างจากประชาชนที่เดินทางออกนอกประเทศ ไปศุ่ประเทศอื่น รายงานยอดจำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละประเทศ มีจำนวนดังนี้

  • ไทย ติดเชื้อ 4 คน (ล่าสุดที่จังหวัดนครปฐมแต่เข้ารับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว)
  • ญี่ปุ่น ติดเชื้อ 1 คน
  • เกาหลีใต้ ติดเชื้อ 1 คน
  • ไต้หวัน ติดเชื้อ 1 คน
  • มาเก๊า ติดเชื้อ 1 คน
  • ฮ่องกง ติดเชื้อ 1 คน
  • สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อ 1 คน

นอกจากประเทศดังกล่าว ยังมีอีกหลายประเทศที่พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อด้วยเหมือนกัน ทั้งออสเตรเลีย เม็กซิโก รัสเซียและฟิลิปปินส์

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของโรคปอดอักเสบที่ถูกขนานนามใหม่ว่า “เชื้อไวรัสโคโรนา”

กล่าวว่ามีจุดกำเนิดที่แท้จริง รวมถึงชื่ออย่างเป็นทางการของโรคไวรัสนี้ มาจากโรคซาร์ส(sars)ซึ่งเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันเหมือนกัน ที่เคยระบาดหนักในช่วงปี 2002-2003 กว่า 37 ประเทศทั่วโลก สาเหตุเรื่องชื่อของโคโรนา คือหากใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนส่องลงไป จะพบว่าเชื้อชนิดนี้มีลักษณะเป็นวงกลม มีขายื่นออกมารอบตัวเหมือนมงกุฎ(crown)หรือรัศมีของดวงอาทิตย์ จึงเป็นที่มาของชื่อโรคว่า “Corona” ส่วนต้นกำเนิดที่เกิดขึ้นในประเทศจีน มีการสอบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสนี้จะทำงานในตลาดหรือมีประวัติเดินทาง ไปตลาดเพื่อค้าส่งอาหารทะเลที่เมืองอูฮั่น ซึ่งเป็นตลาดที่ค้าขายสัตว์หลายชนิด ทำให้สัตว์ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นตัวกำเนิดเชื้อโรคใหม่นี้ และได้การประกาศอย่างเป็นทางการในชื่อไวรัสโคโรนาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 

ช่วงเวลาในการแสดงอาการของไวรัสโคโรนา

ด้วยไวรัสโคโรนานี้มีช่วงเวลาในการฟักตัวที่ค่อนข้างสั้นประมาณ 2-14 วัน หากใครที่เดินทางไปในที่สุ่มเสี่ยง ให้ดูอาการตัวเองในเวลา 14 วัน เพื่อเช็กร่างกายตัวเองว่าผิดปกติ หรือมีอาการป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรือไม่ แต่โดยทั่วไปแล้วจะแสดงอาการภายใน 1สัปดาห์ กรอบของการเฝ้าสังเกตอาการจึงอยู่ที่ 14 วันดังกล่าว หากมีอาการไอ มีไข้ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ หรือประวัติการเดินทางไปในที่สุ่มเสี่ยง ให้รีบเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติทันที

การรักษาและการป้องกันของไวรัสในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน

ทางด้านการรักษาในระดับพื้นฐาน ยังเป็นการรักษาตามอาการ เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน แต่หากมียาต้านไวรัสจะสามารถรักษาโรคได้โดยตรงกว่า ซึ่งข้อมูลในตอนนี้ คือ ทางทีมวิทยาศาสตร​กับทีมแพทย์กำลังพยายามค้นหาว่า ยาต้านไวรัสตัวใดสามารถนำมาใช้รักษาไวรัสตัวนี้ได้บ้าง 

การรับมือของประเทศไทยเรา ได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน(EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่สุ่มเสี่ยงอย่างแน่นหนามากขึ้น นักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้ามา จะต้องได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ(Health Beware Card) ให้สังเกตอาการ พร้อมกับการยื่นบัตรให้โรงพยาบาลตรวจสอบต่อไป หากใครมีอาการหรือสุ่มเสี่ยงติดโรค ก็จะถูกแยกกักจนกว่าจะยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทางด้านนายอนุทิน ได้ทำการสั่งยกระดับมาตรการ การป้องกันและควบคุมโรค ในศูนย์เฝ้าระวังเป็นระดับ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองให้กับสนามบินทั้ง 5 แห่ง 

รายงานตั้งแต่วันที่ 3-21 มกราคม 2563 ได้ทำการคัดกรองไปมากกว่า 123 เที่ยวบิน ที่มาจากเมืองอู่ฮั่น มีผู้โดยสารทั้งสิ้น 19,480 คน มีนักท่องเที่ยวจีน 2 รายที่ได้รับการรักษาและส่งกลับประเทศแล้ว ส่วนล่าสุดที่พบอีก 2 ราย ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว 1 รายที่เป็นคนไทย ส่วนอีก 1 รายเป็นชาวจีนกำลังอยู่ในช่วงรักษาและดูอาการอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่พบยาต้านไวรัส ที่สามารถรักษาได้โดยตรง แต่ยังมีการรักษาตามอาการ ที่ยังสามารถทำให้ผู้ป่วยหายดีและอาการดีขึ้นได้ หากใครที่คิดว่าตนสุ่มเสี่ยง หรือเพิ่งเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ควรรีบเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติให้ละเอียด

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตรวจเข้มเที่ยวบินจากจีน เฝ้าระวังไวรัสโคโรน่า : https://chiangmaidailynews.com/news/2982/

ขอบคุณที่มารูปภาพประกอบจาก : https://health.kapook.com/view219754.html

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
Advertisement

Trending