Connect with us

LIFESTYLE

อวสานเว็ปดูหนังฟรี ปิดตัวแล้ว!! “movie2free” กับสถิติแอดมินเว็ปรายได้ต่อเดือน 5 ล้านบาท

Published

on

วันนี้ 7 พฤศจิกายน 2562 มีรายงานจากทาง DSI กับกรณีจับกุมแอดมินเว็ปไซต์ movie2free หลังมีการติดตามจาก สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (MPA) : ร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ดำเนินการเอาผิดกับเครือข่ายเว็บไซต์ movie2free.com กับเวปไซต์ดูฟรีในเครือ

สำนักข่าวไทย รายงานว่า พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า พ.ต.ท. วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี ภายในบ้านพักหลังหนึ่งทางภาคเหนือ หลังสืบทราบว่า เป็นแอดมินดูแลเว็บไซต์ movie2free.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้ดูภาพยนตร์ออนไลน์ฟรี ส่วนเจ้าของเว็บไซต์ เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่าย ทั้งการดำเนินคดีอาญา และมาตรการทางภาษี

ซึ่งพบว่า ทาง movie2free.com มีสถิติที่น่าสนใจมาก ในช่วงต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน พร้อมด้วยยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว และเจ้าของเว็ปไซต์มีรายได้ถึง 5 ล้านบาท

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

จริงหรือล้อเล่น ? เมื่อ “ชิมช้อปใช้ จะออกเวอร์ชั่น อินเตอร์” แจกเงินฝรั่งเทียวไทย

Published

on

ท่ามกลางเสียงครหาเรื่องการแจกเงินชิมช้อปใช้เป็นจำนวนมาก ที่ยังคงมีปัญหาคาราคาซังเรื่องร้านค้าโกงจากเฟสเก่า แต่ ณ เวลาปัจจุบัน ไอเดียใหม่ผุดแล้ว! “ชิมช้อปใช้เพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นมาอีก”

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 นายพิพฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เผยว่า ในวันที่ 31 มกราคม 2563 จะทำการเสนอมาตรกาชิมช้อปใช้ “เวอร์ชั่นอินเตอร์” สำหรับกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) เป็นมาตรการชดเชยให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย

เนื่องจากค่าเงินบาที่แข็งตัวมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องจ่ายเงินแพงขึ้นกว่า 10% ในรอบด้าน เพื่อเป็นการทดแทนในส่วนนั้น การแจกคูปองเงินสด ภายใต้มาตรการ “ชิมช้อปใช้ เวอร์ชั่น อินเตอร์” จึงกลายเป็นข้อเสนอต่อครม.เศรษฐกิจตามที่กล่าวไป

ก่อนจะเข้าเรื่อง “ชิมช้อปใช้อินเตอร์” ลองมาดูปัญหา “โกง” ชิมช้อปใช้ในประเทศเฟสเก่ากันก่อน

ในขณะที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาผุดไอเดียเสนอชิมช้อปใช้อินเตอร์​ แต่ชิมช้อปใช้ในประเทศช่วงเฟสที่ผ่านมา กับการใช้งานกระเป๋าเงินที่ 2 มีการคืนแคชแบ็คกว่า 15-20% โดยที่ได้รับไม่เกิน 50,000 บาท ตรวจพบว่ามีร้านค้ากว่า 1,000 แห่ง ที่เข้าข่ายโกงเงินจำนวนนี้ เพราะร้านค้าเหล่านี้ทำการโอนเงินให้กับผู้ใช้จ่ายได้เข้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน และทำข้อตกลงเพื่อแบ่งเงินจากรัฐบาลให้กัน ซึ่งผู้ซื้อจะได้เงินคืนกว่า 8,500 บาท หลังจากพบยอดใช้จ่ายที่สูงผิดปกติ จึงทำให้กระทรวงการคลังต้องชะลอการจ่ายเงินคืนให้ประชาชน ที่ใช้จ่ายกับร้านค้าเข้าข่ายโกงไปกว่า 1,000 แห่ง เพื่อรอการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

https://www.thairath.co.th/news/business/finance-banking/1679438

ปัญหาเก่ายังไม่คลาย เตรียมรับมือ ชิมช้อปใช้อินเตอร์ สร้างแรงดึงดูดหรือสร้างความวุ่นวาย ?

หากดูเผินๆ การแก้ปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องเจอ เหมือนกับการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเสียเท่าไหร่นัก เพราะว่าหากเราเอาเงินไปยื่นให้เข้าใช้แบบฟรีๆ กลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะตอบสนองต่อมาตรการนี้ จะเป็นนักเที่ยวที่ศักยภาพการใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ มีตัวคุณทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่ามาก ซึ่งถือว่าการใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยมาตรการชิมช้อปใช้อินเตอร์ ดูจะไม่เป็นทางออกที่ดีเท่าไหร่นัก เหมือนกับแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด ถ้าหากมีปัยหาเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา มันควรที่จะต้องเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน และถ้ายังคงต้องการใช้มาตรการทางการเงินอยู่ เราควรที่จะเอางบดุลที่ได้จากการเสนอมาตรการนี้ ไปอัดฉีดให้กับผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง เป็นทาเลือกที่ดีกว่าหรือไม่ ? 

เพื่อให้ผู้ประกอบการทั่วไปในประเทศของเรา สามารถขายสินค้า หรือบริการได้ในราคาที่ถูกลง ถือเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไปด้วยในตัว มากกว่าการปริ้นสิ่งแทนเงินแจกคนไปทั่ว

โดยมาตรการใช้จ่ายกับ “ชิมช้อปใช้ เวอร์ชั่น อินเตอร์” ส่วนนี้จะใช้งบประมาณกลางที่ขอจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วงเงินชิมช้อปใช้ในประเทศเท่าไหร่ วงเงินชิมชิ้ปใช้ของต่างประเทศ ก็จะใช้เท่ากัน เหมือนกัน            

อีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจ นอกจากการแจกคูปองเงินสดชิมช้อปใช้ คือ มาตรการฟรีวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย ซึ่งหากเสนอมาตรการนี้ไม่ผ่าน จะเปลี่ยนไปเป็นการขยายช่วงเวลาการขอวีซ่าไปจนถึงสิ้นปี 2563 แทน เพราะหากเราสามารถบรรลุมาตรการฟรีวีซ่าให้กับสองประเทศได้ นักท่องเที่ยวจีนอาจจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นจาก 11 ล้านไปเป็น 12 ล้านคน ส่วนอินเดียอาจจะเพิ่มจาก 1.9 ล้านไปเป็น 2.5 ล้าน 

ถ้ากรณีมาตรการฟรีวีซ่าไม่ผ่าน หรือการขยายเวลาได้รับการอนุมัติที่ล่าช้า อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายอย่างนักท่องเที่ยวจากสองประเทศ หันความสนใจไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่เปิดประเดิมเรื่องฟรีวีซ่าไปก่อนใครแล้ว ไหนจะเรื่องค่างเงินบาทแข็งตัวอีกที่เป็นหนึ่งในส่วนตัดสินใจให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจ ไม่สนมาท่องเที่ยวประเทศไทยดังเดิม

มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ กระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการ เพื่อดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัว ให้กลับมาเป็นดังเดิม

https://hilight.kapook.com/view/199128

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading

LIFESTYLE

ข้อมูลล่าสุด! “3 กับดักของคนฝึกทำอาหาร สร้างอาชีพ” (ตรงนี้มีทางออก)

Published

on

ใครก็ทำอาหารได้จริงมั้ย ? ช่วงเวลาที่ผู้หญิงต้องเป็นคนทำอาหารเสมอไปนั้นได้หมดลงแล้ว ผู้ชายหลายคนหันหน้าเข้าหาห้องครัวมากยิ่งขึ้น เริ่มสร้างเสน่ห์ปลายจวักของตัวเองผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งการเรียนรู้ผ่านโลกอินเทอร์เน็ต ที่เต็มไปด้วยข้อมูลมากมายในด้านการทำอาหาร

แต่การที่เราเลือกวิธีการเรียนรู้เพื่อทำอาหารจากโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยการดำเนินการเองทุกขั้นตอน อาจจะได้รับวิธีที่ถูกบ้างหรือผิดบ้าง ไม่อาจรู้ได้เลยว่า สิ่งที่เราทำอยู่มันถูกหรือผิดกันแน่

3 กับดักของคนฝึกทำอาหาร สร้างอาชีพจากข้อมูลปัจจุบันพบว่า 3 ข้อมูลที่หน่วงรั้งอาชีพทำอาหาร

เรียนแล้วไม่เข้าใจ 100%

ถึงแม้ว่าการเรียนรู้วิธีการทำอาหารออนไลน์ เราสามารถเลือกแพลตฟอร์มได้ตามต้องการบนโลกโวเชียลมีเดีย ที่มีหลายแชแนล หลายเพจ ที่ผลิตคอนเทนต์การสอนทำอาหารขึ้นมา แต่หลายครั้งที่คุณกดเข้าไปดู คุณจะได้รู้เพียงแค่ว่า อัตราส่วนเท่าไหร่ ใช้อะไรบ้าง บางคอนเทนต์หรือการสอนเนื้อหาเหล่านั้น ไม่ได้บ่งบอกถึงวิธีการเตรียมวัตถุดิบ การปรุงวัตถุดิบแต่ละประเภท หรือแม้กระทั่งรายละเอียดของสูตรการทำอาหาร ที่หากเราดูย้อนกลับกี่รอบเท่าไหร่ ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะสุดท้ายเราก็จะไม่ได้คำตอบที่เราต้องการ ทำให้ไม่เกิดความเข้าใจในการทำอาหารนั้น 100 เปอร์เซ็นต์

เรียนแล้วไม่มีสูตรเป็นของตัวเอง ปรับสูตรไม่เป็น

หากไม่สามารถเข้าใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า คุณอาจจะไม่ได้เรียนรู้สูตรการทำอาหารจากการดูวิธีการทำอาหารออนไลน์ที่คุณเลือกมา ทุกครั้งที่ต้องการทำตาม ต้องเปิดสูตรตลอดเวลา มีสูตรที่ตายตัว ไม่มีโอกาสในการพลิกแพลงสูตรให้ถูกปากเรา หรือสามารถปรับปรุงสูตรได้ถูกปากกลุ่มลูกค้าของเรา เพราะหากทำนอกเหนือสูตรจะไม่อร่อย หรือไม่สามารถสร้างสรรค์เมนูอาหารที่เราเรียนรู้ได้ออกมาดีเท่าที่สูตรมันมีอยู่แล้ว

เรียนไปแล้วเอาไปต่อยอดธุรกิจไม่ได้ เรียนไปแล้วแค่อร่อยไม่พอ

หลายครั้งที่คุณเลือกเรียนทำอาหารทั้งแบบคอร์สออนไลน์ หรือว่าการทำอาหารกับคอร์สสอนทำอาหารทั่วไป ที่ไม่สามารถทำให้คุณต่อยอดการทำธุรกิจด้านอาหารได้ ต่อให้เราทำได้อร่อยแค่ไหน แต่ไม่สามารถจัดการบริหารธุรกิจการอาหารได้ดีมากพอ ก็ไม่อาจไปต่อได้กับการเปิดธุรกิจร้านอาหาร ลองนึกสภาพเศรษฐกิจในยุคสมัยนี้ ว่าจู่ๆ คุณจะเปิดธุรกิจร้านอาหารขึ้นมาสักร้านหนึ่ง จะต้องคิดคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ในคอร์สการสอนทำอาหารเขาได้สอนคุณหรือไม่ว่า หากต้องการเปิดธุรกิจร้านอาหาร เมนูแต่ละเมนู จะต้องมีกาคำนวณราคาวัตถุดิบอย่างไร เพื่อให้ประสพผลสำเร็จจากการเปิดธุรกิจร้านอาหารนี้ด้วย และแน่นอนว่าหากคุณลงคอร์สสอนทำอาหาร กับโรงเรียนสอนทำอาหารที่น่าเชื่อถือ คุณจะได้รับการสอนเรื่องการคำนวณมูลค่าวัตถุบ การบริหารจัดการเกี่ยวกับวัตถุเพื่อการเปิดธุรกิจร้านอาหารด้วย

ถ้าอย่างนั้นการเลือกลงคอร์สเรียนทำอาหาร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่เหมาะสมกับคนต้องการทำอาหารอย่างมาก

เหตุผลสำคัญที่อยากให้คุณลองเลือกลงเรียนทำอาหาร หากเป็นคนชื่นชอบการทำอาหารอยู่แล้ว เพราะว่าคุณจะได้สัมผัสกับการทำอาหารของจริง โดยเชฟมากฝีมือ เราจะได้เห็น ได้ทำทุกขั้นตอนที่ถูกต้องด้วยตัวเอง พร้อมได้รับคำแนะนำระหว่างการเรียนเสมอ ยิ่งทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนามากขึ้นไปอีกนั่นเอง 

เมื่อสนใจจะลงเรียนคอร์สสอนทำอาหารแล้ว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหนดี Smile Cook Club เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนสอนทำอาหารที่อัดแน่นไปด้วยเชฟมากฝีมือ ประสบการณ์โชกโชนอย่างมากในวงการอาหาร พร้อมด้วยคอร์สการสอนทำอาหารที่มีทั้งคาวและหวาน ครบเครื่องกันแบบที่เรียนจบแล้วจะเปิดร้านอาหาร หรือทำให้ใครกินก็มั่นใจได้เลย ด้วยคอร์สที่หลากหลายพร้อมเสิร์ฟให้นักเรียนทุกคนกับ Smile Cook Club

คอร์สเรียนขายดี ที่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เรียนมาหลายคลาสแล้ว

(คลาสขนมปังไร้สารเคมี)

ประเดิมคอร์สที่ขายดีที่สุด มาพร้อมกับคอร์สสอนทำทั้งของคาวหวานที่รับรองเลยว่าเป็นที่ถูกใจของหลายคนในช่วงเวลานี้อย่างมาก เช่น คอร์สชาไข่มุก เป็นคอร์สสอนออนไลน์ราคาย่อมเยา อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาและเทคนิคการสอนทำชาไข่มุกด้วยตัวเอง ปิดคอร์สไปสามารถพัฒนาสูตรได้อีก จะเปิดร้านชานมไข่มุของตัวเอง หรืออยากทำกินเองประจำวัน ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว 

คอร์สขนมปังสุขภาพ ไร้สารเคมี เป็นอีกหนึ่งคอร์สสอนแบบออนไลน์ที่น่าสนใจมาก กับยุคสมัยที่ไม่ว่าใครก็ต้องชื่นชอบอาหารของกินที่ดีต่อสุขภาพกันทั้งนั้น อยากเรียนรู้สูตรไปทำกินเองเพื่อสุขภาพของตัวเอง หรือจะแบ่งปันขนมปังเพื่อสุขภาพเหล่านี้ด้วยการทำขายก็ยังได้ 

คอร์สแฮมเบอร์เกอร์หรือสเต็กพรีเมี่ยม ซึ่งเจ้าเมนูทั้งสองนี้อาจเป็นเมนูที่ใครหลายคนชื่นชอบอย่างมาก แฮมเบอร์เกอร์เป็นฟาสฟูดที่อาจจะดูเหมือนทำง่าย แต่ในองค์ประกอบที่มารวมกันเป็นแฮมเอบร์เกอร์หนึ่งชิ้น ต้องผ่านการปรุงแต่งวัตถุดิบ การปรุงวัตถุดิบให้ออกมาแบบเพอร์เฟ็คคุกกิ้งตามสูตรที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน กับสเต็กสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยเทคนิคการทำเนื้อแต่ละประเภทให้พอดิบพอดีในเรื่องของความสุก ซอสที่ราดบนเนื้อที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันของคุณ ปิดคอร์สเมื่อไหร่ก็พร้อมอร่อยกันทุกเมนูแน่นอน

ในส่วนของสองคอร์สแรกที่กล่าวมา ใครอยากเรียนทำอาหารแบบเป็นคอร์สที่ไม่ใช่ออนไลน์ ก็สามารถลงทะเบียนเรียนกับสาขาใกล้บ้านได้ตามตารางสอนคอร์สที่อัปเดตหน้าเพจ Facebook ได้เลย หากใครสนใจเรื่องคอร์สสเต็กเพิ่มเติม ยังมีคอร์สแยกแต่ละเมนูของสเต็กให้เรียนแบบออนไลน์ได้เช่นกัน

คอร์สมาใหม่ล่าสุด ที่อัปเดทเท่าทันวงการอาหารในสมัยใหม่

(คลาสขนมปังฮอกไกโด)

 นอกจากมีคอร์สขายดีกันไปแล้ว ต้องพูดถึงเรื่องของ คอร์สใหม่ล่าสุดกันบ้าง เป็นคอร์สที่ทาง Smile Cook Club เพิ่งเปิดให้ได้ลงเรียนกันไม่นานมานี้เอง โดยคอร์สที่จะแนะนำกันต่อจากนี้ เป็นคอร์สสอนแบบออนไลน์ ที่มีเนื้อหาการสอนแบบหลากหลาย และครบถ้วน

คอร์สแต่งหน้าเค้ก 3 แบบ หน้าเค้กรูปเจ้าหญิง หน้าเค้กรูปสัตว์ และหน้าเค้กแบบดอกไม้เกาหลี พร้อมสอนตั้งแต่ขึ้นรูปกันตั้งแต่แรก จนเป็นรูปตามเนื้อหาของคอร์สเลย

คอร์สครัวซองต์เนยแท้ 7 แบบ จะเป็นการผสมผสานเทคนิคการทำครัวซองต์แบบปกติ ผสมเข้ากับวิธีการทำแป้งจากธัญพืชหลายชนิด เช่น งาดำ ไรซ์เบอรี่ โฮลวีต และยังมีอัลมอนด์ ผักโขม ช็อคโกแลตอีก 3 แบบด้วยกัน 

คอร์สเดนิชและพัฟพายกว่า 9 ชนิด โดยแบ่งออกเป็นเดนิช 6 แบบ พัฟพาย 3 แบบ ทั้งสองมีแบบคาวหวานรวมกัน ต้องถูกใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมทั้งสองชนิดแน่นอน

คอร์สขนมปังนมฮอกไกโด เวลานี้ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักกับนมฮอกไกโด ในเรื่องของความหอม หวาน อร่อยอันมีเอกลักษณ์ ที่พร้อมให้นักเรียนทุกคนได้สัมผัสกับสูตรชั้นคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบหอมๆ กันเลย

เช่นเดิมว่า ทุกคอร์สเป็นคอร์สออนไลน์ก็จริง แต่หากใครต้องการลงเรียนแบบคอร์สทำอาหารเป็นคลาสพร้อมกับเชฟมากฝีมือ สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ของ Smile Cook Club หรือ เพจ Facebook แล้วเลือกสาขาพร้อมช่วงเวลาที่เราต้องการได้เลย

ยืนยันจากนักเรียนในคลาสการสอนทำอาหารของ Smile cook club ที่ผ่านการสอนมาอย่างดี

(คลาสสอนทำขนมปังไร้สารเคมี)
(คลาสสอนทำพรีเมียมสเต็ก)
(คลาสสอนทำขนมปังนมสดสอดใส้)
อยากเรียนทำอาหารในยุค 2020 ขอเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็เรียนทำอาหารได้อย่างถูกวิธี กับเชฟที่มีประสบการณ์ตรงสายอาหาร และโชกโชนอย่างมากในวงการ
สนนราคาคอร์สออนไลน์ส่วนใหญ่เพียงแค่ 1,490 บาท ส่วนคอร์สลงเรียนที่สาขาจะมีหลายราคา มีทั้งเริ่มที่ 1,490 บาท ไปจนถึง 4,990 บาท
ที่แต่ละคอร์สจะมีเนื้อหาแตกต่างกันตามเมนู แต่รับรองเลยว่า สูตรเป้ะ เทคนิคเพียบ พร้อมเสิร์ฟการทำอหารดีๆ ให้ทุกคนแล้วทุกสาขาและคอร์สสอนออนไลน์

พบกับข้อมูลหลักสูตรการเรียนทำอาหาร ในสาขาต่างๆหรือเข้าเรียนคอร์สออนไลน์ คลิก : www.smilecookingclub.com

หรือโทรสอบถามได้ที่ : 095-7072564 หรือ 082-6642887

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading

LIFESTYLE

Lifelong Learning Skill 2020 ที่จะทำให้คุณรอดจากวิกฤตเลิกจ้าง

Published

on

ภาวะเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกที่ชะลอตัว โรงงานทยอยปิดตัว เลิกจ้างพนักงาน และลูกจ้าง เงินบาทแข็งตัว วิกฤตขาดแคลนแรงงานทักษะ ปัญหาต่างๆเหล่านี้ทำให้เราต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกัน และนำไปสู่การพัฒนา Lifelong Learning Skill แห่งปี 2020 ที่จะทำให้คุณรอดจากวิกฤตเลิกจ้าง

Lifelong Learning

Lifelong Learning เพราะชีวิตคือการเรียนรู้

ใช่อย่างที่เราเคยได้ยินใครเขาก็บอกกัน “ว่าชีวิตคือการเรียนรู้ และเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบ” แต่ด้วยอายุ และความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจากการทำงาน แม้กระทั่งสภาพสังคม เศรษฐกิจในปัจจุบันหลายคนอาจจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่า….แล้วทำอย่างไรดีล่ะ? เราถึงจะสร้างพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเรา หรือ Lifelong Learning ได้

  1. หาวิธีในการเรียนรู้ที่ตัวเองชอบ การเรียนรู้ไม่จำเป็นว่าจะอยู่แค่ในตำรา เพราะอย่างที่บอกว่า การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่การเล่นเกม สิ่งที่หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องเบาสมองแต่จริงๆ แล้ว เกมนี่แหละคืออีกหนึ่งการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ยิ่งในปัจจุบันกระแสของ E-SPORT มาแรงแบบนี้ หลายๆ เกมนอกจากความสนุกก็แฝงไปด้วยความรู้และแง่คิดต่างๆ นะครับ
  2. รู้ตัวเองว่าอยากรู้อะไร อย่างที่ แจ็ค หม่า เคยกล่าวไว้ว่า “…คนที่ฉลาดกับคนที่มีปัญญาแตกต่างกันนิดเดียวคือ คนที่มีปัญญาจะรู้ว่าตัวเองไม่ต้องการอะไร…” คนเราไม่จำเป็นต้องรู้ดีไปหมดทุกเรื่องนะครับ แต่ขอแค่เรารู้ตัวว่าเราต้องการเรียนรู้หรือพัฒนาความรู้อะไรในตัวเรา

    ซึ่งอาจจะเป็น Skill ในการทำงานที่จะเพิ่มความสามารถ หรือบางคนอาจจะอยากทำอาหาร ร้องเพลง ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือเลือกเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองชอบและเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ยังไงล่ะครับ
  3. ต้องมีตัวกระตุ้น เราต้องมีสิ่งกระตุ้นให้เราอยากเรียนรู้ เช่น การดูหนังสักเรื่องแล้วเราอยากไปหาข้อมูลต่อจากหนังเรื่องนั้น อย่างการดูหนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แล้วเราอยากรู้ความเป็นมา เราก็ไปหาความรู้เพิ่มนั่นเอง ทริกที่อยากแนะนำคือในหนึ่งวันคุณต้องเจอสิ่งใหม่อย่างน้อยหนึ่งอย่างให้ได้ เช่น คนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ หรือมองมุมใหม่ๆ ลองดูครับ
  4. เข้าหาคนที่เก่ง หรือประสบความสำเร็จ ปีนี้ปี 2020 แล้ว การคบคนเพื่อผลประโยชน์ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ก็ต้องเหมาะสมและเราเองก็ต้องมีประโยชน์กับเขาด้วยนะครับลองเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่มีคนแบบนั้น ไปงานเสวนาดีๆ ไปนิทรรศการ ไปร้านหนังสือดีๆ พอเจอคนเก่งเยอะๆ คุณจะอยากเก่งตามเองครับ
  5. สร้างสิ่งแวดล้อมให้คุณสนุกในการเรียนรู้ ไม่ไหวอย่าฝืน จำคำนี้ไว้ เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่อยากทำ ไม่อยากเรียนรู้ เราลองหาสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้เราอยากอ่านหนังสือหรือทำอะไรต่างๆ ในเวลาที่สมองโล่งและพร้อมเรียนรู้ ถ้ายังอยู่ในอาการเครียดหรือไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ล่ะก็ แนะนำว่าไปพักก่อนแล้วค่อยทำ ไม่ก็ลองไปร้านกาแฟที่ชอบแล้วอ่านหนังสือไปด้วยก็ไม่เลวเลยนะครับ

และนี่ก็เป็น 5 วิธี ในการสร้างนิสัยเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning ให้กับตัวเองเพื่อที่จะช่วยให้เรารอดพ้นจากวิกฤตการเลิกจ้างไปได้ เพราะเดี๋ยวนี้องค์กรไหนๆ ก็ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถทั้งนั้นครับ ทีนี้ก็อยู่ที่ตัวเราแล้วว่าเราจะสามารถสร้างคุณค่าให้กับตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 4.5]
Continue Reading
Advertisement

Trending