Connect with us

LIFESTYLE

9 สัญชาติคนไทยของ่าย แค่ “มีเงิน” ก็ซื้อสัญชาติได้แล้ว

Published

on

ใครกำลังมองหาสัญชาติใหม่บ้างมั้ย ? นี่เลยรวม 9 สัญชาติที่คนไทยของ่ายๆ เพียงแค่ “มีเงินก็ซื้อสัญชาติได้แล้ว”

ปัญหาในประเทศ เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ความต้องการย้ายถิ่นานของใครหลายคน มาดูความเป็นไปได้ และจุดเริ่มต้น ของ “การขายสัญชาติ” กันดีกว่า ว่ามันมาจากไหน และเพราะอะไรถึงเกิดการขายสัญชาติขึ้นมา

เมื่อปัญหาหลายอย่างดูเหมือนไม่เป็นใจให้เราอยู่ในประเทศได้อย่างสบายใจแล้วในตอนนี้  ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ  ชีวิตความเป็นอยู่ หลายคนเริ่มมองหาโอกาสแล้วว่า การออกนอกประเทศด้วยการซื้อสัญชาตินั้น “กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ที่เป็นประตูไปสู่ความสบายใจที่มากขึ้น” อีกทั้งนโยบายการขายสัญชาติของหลายประเทศยังสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่อยากจะซื้อสัญชาติได้ง่ายและสะดวกอีกด้วย ดังนั้นโอกาสในการย้ายประเทศ โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลา หรือทำเงื่อนไขที่ยุ่งยาก หลายประเทศมักหยิบยื่นข้อเสนอเหล่านั้นด้วยการใช้เงินซื้อและลงทุน ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณต้องตัดสินใจเองว่า อนาคตที่เราเลือก เราจะไปที่ไหนหากต้องการสัญชาติใหม่ ?

เราลองมามองปัญหาของประเทศที่ขายสัญชาติเหล่านี้บ้างดีไหมว่า เพราะอะไรถึงเกิดการขายสัญชาติที่ซื้อได้ด้วยเงิน 

เริ่มต้นนั้นเกิดจากประเทศในแถบทะเลแคริเบียน ได้ทำการเปิดขายสัญชาติเป็นที่แรก ซึ่งหลายประเทศในปัจจุบันได้เอามาเป็นต้นแบบ หนึ่งในนั้นก็คือประเทศเซนต์คิสแอนด์เนวิส ที่พวกเขาเปิดขายสัญชาติด้วยเพียงแค่การใช้เงินลงทุน หรือบริจาคให้รัฐบาลเพียงเท่านั้น คุณก็จะได้สัญชาติของเซนต์คิสแอนด์เนวิสไปอย่างง่ายดาย การขายสัญชาติของเซนต์คิสแอนด์เนวิสเกิดขึ้นเนื่องจากช่วงหนึ่ง ที่ประเทศเป็นหนี้จีดีพี ที่ค่อนข้างสูงมาก จึงเริ่มต้นด้วยโครงการเสนอสิทธิการเป็นพลเมือง ไปเสนอขายกับผู้ที่ร่ำรวยในต่างประเทศ ด้วยการโฆษณาหลากวิธีถึงภูมิประเทศอันสวยงามของเซนต์คิส การเก็บภาษีที่ต่ำกว่าปกติ หรือพาสปอร์ตทรงอิทธิพลไปได้หลากหลายประเทศ 

แค่เพียงศักยภาพของพาสปอร์ตในการถือสัญชาตินี้ ก็ทำให้เศรษฐีหลายคน เลือกที่จะกระโจนเข้าหาสัญชาตินี้อย่างไม่ลังเล และแน่นอน ว่าเซนต์คิสจะเป็นอันดับต้นๆ ที่เราชาวไทยขอสัญชาติได้ง่ายที่สุดอีกด้วย 

ประเทศที่คนไทยมีสิทธิ์ซื้อและขอสัญชาติได้ง่ายที่สุด 9 ประเทศ พร้อมเผยว่าวีซ่าแต่ละประเทศทรงอิทธิพลขนาดไหน ?

ประเทศโดมินิกา

 เป็นประเทศอันดับ 1 จากหนังสือ A guide to global citizenship 2019 ที่รวบรวมเอาประเทศ ที่สามารถขอสัญชาติได้ง่ายที่สุด โดยการอิงจากระยะเวลาในการขอ หรือเงื่อนไขที่สะดวกต่อชาวต่างชาติ

 โดยเงื่อนไขของโดมินิกาในการขอสัญชาตินั้นมีอยู่ 2 เงื่อนไข คือ คุณจะเลือกลงทุน หรือเลือกบริจาค 

หากเลือกลงทุน เป็นการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์เสียเป็นส่วนใหญ่ ที่ 6,000,000 บาท 
หากเลือกบริจาค ต้องฝากเงินเข้าธนาคารภายในประเทศประมาณ 3,500,000 บาทขึ้นไป หลังจากที่เลือกได้แล้วว่า จะขอสัญชาติด้วยเงื่อนไขใด คุณต้องเตรียมพร้อมเรื่องการสัมภาษณ์อีกนิดหน่อย ที่ไม่ได้ยากเกินความสามารถ ก็จะได้รับสัญชาติโดมินิกามาแล้วอย่างง่ายดาย

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า)ของประเทศโดมินิกา นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งพาสปอร์ต ที่ไม่ธรรมดา เพราะว่าไปได้ถึง 137 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น โดมินิกาเป็นเกาะเล็กๆ ด้านตะวันออกของทะเลแคริบเบียน ที่มีขนาดใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตบ้านเราเพียงแค่เล็กน้อย แต่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “Nature Isle of the Caribbean” 

ประเทศเซนต์คิสแอนด์เนวิส

เป็นประเทศอันดับ 2 จากหนังสือ A guide to global citizenship 2019 จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ประเทศที่เป็นเกาะแถบทะเลแคริเบียน มีการเสนอขายสัญชาติของตัวเองหลายประเทศ โดยมีประเทศเซนต์คิสเป็นต้นแบบ 

เงื่อนไขการขอสัญชาติของประเทศเซนต์คิสแอนด์เนวิส มี 2 ประเภท   การจ่ายเงินเพื่อกองทุนการเติบโตอย่างยั่งยืนมีราคา 4,500,000 บาท/คน     หรือจะเลือกจ่ายแบบครอบครัว 4 คนที่ราคา 5,800,000 บาท/ครอบครัว 4 คน    เกินกว่า 4 คนเพิ่มคนละ 300,000 บาท     การเลือกลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ หากเลือกลงทุน 12,000,000 บาทโดยประมาณ จะขายได้หลังจากผ่านไป 5 ปี หรือเลือกลงทุน 6,000,000 บาท จะสามารถขายได้หลังจากผ่านไป 7 ปี หากสามารถทำตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง การขอสัญชาติของเซนต์คิส จะได้รับภายในเวลาเพียง 5-6 เดือนเท่านั้นเอง ถือว่ารวดเร็ว และคุ้มค่าอย่างมาก

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) คุณสามารถเข้าออก EU ได้หลายทวีปในแอฟริกาได้ ไม่ต้องขอวีซ่าแค่ถือพาสปอร์ตเล่มเดียว ก็ไปได้ถึง 150 ประเทศเลย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ในช่วงแรกของประเทศ ก่อนที่จะมีโครงการเสนอสิทธิ์การเป็นพลเมือง เศรษฐกิจหลักของเซนต์คิสเป็นอ้อย แต่หลังจากที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นอยู่บ้าง ทำให้มีหนี้ GDP สูงอันดับต้นๆ ของโลก จึงเปิดขายสัญชาติขึ้นมา หลังจากนั้นประเทศก็รวยขึ้นมาเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

ประเทศแอนติกาแอนด์บาบูดา

เป็นประเทศอันดับที่ 5 จากหนังสือ A guide to global citizenship 2019 เป็นอีกหนึ่งประเทศชื่อแปลกที่เราไม่เคยได้ยิน แต่ยังคงอยู่แถบทะเลแคริเบียนเช่นเดิม 

โดยมีเงื่อนไขเสนอขายสัญชาติ ง่ายๆ 2 ประเภทเช่นกัน เลือกบริจาค 3,000,000 บาท ให้กับประเทศ
หรือจะเลือกลงทุนในประเทศประมาณ 12,000,000 บาท ด้วยการจ่ายเงินเพียง 2 ช่องทาง ก็ทำให้คนที่พอมีเงินชนิดที่ว่าไม่ไกลตัวเท่าไหร่นัก ได้มีสัญชาติได้ไม่ยากเลย

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) ของประเทศแอนติกาแอนด์บาบูดา สามารถไปได้มากถึง 149 ประเทศ ไม่ได้น้อยหน้า 2 ประเทศก่อนหน้านี้เลย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น เป็นอีกประเทศเกาะ ที่ตั้งอยู่ในแถบทะเลแคริบเบียน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินปูนและเกาะปะการัง แต่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น  “Land of 365 Beaches” มีสินค้าส่งออกสำคัญคือผลิตภัณท์ปิโตรเลียม ที่นอน งานผีมือ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนทางด้านอุตสาหกรรมสำคัญ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเบา การก่อสร้าง ที่ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า ไม่สร้างมลพิษจนเกิดปัญหาเรื่องภาวะมลพิษแน่นอน มีการส่งออกสินค้ากับ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ถือว่าไม่ธรรมดา

ประเทศบราซิล

หลุดออกมาจากประเทศเกาะแถบแคริเบียนกันบ้าง ถึงคิวของบราซิล ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ต้นกำเนิดแห่งอารายธรรมหลายประเภท

โดยมีเงื่อนไข ที่อาจจะยุ่งยากกว่าประเทศอื่นอยู่นิดหน่อย ดังนี้      

ต้องอยู่ในบราซิลไม่ต่ำกว่า 5 ปี หรือหากคุณแต่งงานกับชาวบราซิล คุณจะได้สัญชาติหลังจากแต่งงาน 1 ปี 

นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับนักวิทยาศาสตร์และศิลปินชั้นสูง หากอยู่ในประเทศเกิน 2 ปีพวกเขาก็จะได้สัญชาติทันที โดยไม่จำเป็นที่จะต้องผ่านเงื่อนไขอื่น หากใครที่มีความสามารถตามเงื่อนไขท้ายสุด ถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ง่ายมาก อาจจะมีการเสียเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าปัจจัยอื่นๆ อีกเพียงเล็กน้อย ก็จะได้รับสัญชาตบราซิลได้เลย

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) บราซิล เป็นอีกหนึ่งพาสปอร์ตที่ทรงคุณค่า จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะว่าสามารถไปได้ถึง 169 ประเทศ

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น เศรษฐกิจของบราซิลประกอบไปด้วยภาคส่วนเกษตรกรรม เหมืองแร่ การผลิต และการบริการขนาดใหญ่ที่มีการพัฒนาอย่างสูง ตลอดจนชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ถือได้ว่าบราซิลเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในทวีปอเมริกาใต้ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง เศรษฐกิจระดับมหภาคได้ค่อยๆ ทวีความมั่นคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศและลดระดับหนี้โดยแปลงหนี้ให้เป็นตราสารหนี้สกุลเงินจริงและตราสารหนี้ในประเทศอีกด้วย

ประเทศปารากวัย

เงื่อนไขในการขอสัญชาติของประเทศปารากวัย สามารถขอสัญญาติได้โดยต้องมีเงินฝากธนาคารภายในประเทศ 175,000 บาท และต้องพำนักอยู่ในปารากวัยอย่างถูกกฎหมายไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) ปารากวัย สามารถไปได้ทั้งหมด 143 ประเทศ

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ที่ประเทศปารากวัยจะมีเรื่องสิทธิการเข้ารับบริการดูแลสุขภาพรวมถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ฟรีด้วย

ประเทศอุรุกวัย

            เงื่อนไขของการได้สัญชาติของอุรุกวัย คือ หากเป็นคู่สามีภรรยาต้องพำนักในประเทศนี้มาแล้วอย่างน้อย 3 ปี แต่หากเป็นคนโสดต้องพำนักไม่น้อยกว่า 5 ปี และต้องมีเงินฝากอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) อุรุกวัย สามารถไปได้ทั้งหมด 153 ประเทศ
ถือว่าทรงอิทธิพลมากๆ เช่นกัน

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ประเทศอุรุกวัยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยังคงเน้นเรื่องการเกษตรเป็นการส่งออกหลัก ด้านระบบแรงงานมีการศึกษาที่ดีตามขั้นพื้นฐาน รัฐบาลมีบทบาทสำคัญมากมาย แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายในภาคสังคมที่ค่อนข้างสูง อีกหนึ่งเศรษฐกิจสำคัญคือเรื่องการท่องเที่ยว

ประเทศอาร์เจนตินา

เงื่อนไขของการได้สัญชาติของอาร์เจนตินา ต้องอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย 
ไม่ต่ำกว่า 2 ปี จึงจะมีสิทธิ์ในการขอสัญชาติของอาร์เจนตินา

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) อาร์เจนตินาไปได้มากถึง 170 ประเทศ ถือว่าเป็นพาสปอร์ตที่สามารถไปได้เยอะที่สุดแล้วสามารถไปเที่ยวแถบยุโรปได้สบาย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีสภาพแวดล้อมที่พอเหมาะให้ฝนได้ตกตามฤดูกาลสม่ำเสมอ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ 
จึงเน้นเรื่องการส่งออกเกษตรกรรมมากที่สุด ประชากรส่วนใหญ่มีการศึกษาที่ดี 

ประเทศมอลโดวา

เงื่อนไขของการได้สัญชาติของมอลโดวา มีเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น ด้วยการบริจาคอย่างเดียว ที่ราคาประมาณ 3,300,000 บาท

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) มอลโดว่า ที่ไปได้ 119 ประเทศ ไม่ได้เยอะแล้วก็ไม่ได้น้อย ถือว่าสามารถท่องเที่ยวได้ระดับดีเลย

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น มอลโดวาเป็นรัฐอิสระที่เป็นกลางไม่ผูกกับใคร ทำให้มีการให้สิทธิ์เรื่องชนกลุ่มน้อยในประเทศได้อย่างเท่าเทียม มีการเกษตรกรรมเป็นหลัก 

ประเทศวานูอาตู 

เงื่อนไขของการได้สัญชาติของวานูอาตู มีเงื่อนไขเพียงแค่ข้อเดียว ด้วยการเลือกช่องทางการบริจาคให้กับประเทศที่จำนวนเงิน 3,900,000 บาท

ส่วนทางด้านพาสปอร์ต(ฟรีวีซ่า) วานูอาตู ที่ไปได้ทั้งหมดกว่า 130 ประเทศ

สภาพการเป็นอยู่ รวมถึงเศรษฐกิจเบื้องต้น ส่งออกจำพวกไม้ ของปศุสัตว์ เพราะว่าที่วานูอาตูมีโรงงานแปรรูปและบรรจุกระป๋องเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานจากประชาคมยุโรปด้วย ทำให้ส่งออกเนื้อสัตว์แปรรูปได้อีกหนึ่งทาง ที่สำคัญคือ วานูอาตู ไม่มีการเก็บภาษีเงินได้อีกด้วยนะ

ใครที่อยากย้ายไปอยู่ประเทศไหน หรืออยากได้สัญชาติอะไร เก็บเงินตอนนี้ก็ยังทัน สำหรับใครที่เป็นป๋าสายเปย์มีเงินในบัญชีเหลือเฟืออยู่แล้วก็กดเงินออกมาซื้อหรือลงทุนในประเทศที่เราถูกใจได้เลย

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

นักศึกษาฝึกงานที่ชื่นชอบในงานเขียน เขียนทุกอย่างที่ชอบด้วยมือคู่เดิม เพราะคงไม่มีใครเปลี่ยนมือได้สำหรับงานเขียน แม้แต่ลายมือที่อยู่ในตัวอักษรแต่ละตัว ผ่านงานเขียนก็เหมือนกัน

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

มหกรรมดาราศาสตร์ครั้งแรกของไทย NARIT Astro Fest 2020 1-2 กุมภา 63 นี้!

Published

on

เปิดฟ้าเชียงใหม่ นครหลวงดาราศาสตร์แห่งอาเซียน กับมหกรรมดาราศาสตร์ครั้งแรกของไทย NARIT Astro Fest 2020 วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 นี้!

พบกับกิจกรรมดาราศาสตร์มากมาย อาทิ

  • ชมนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์แบบ Interactive 19 โซนการเรียนรู้ : ระบบสุริยะ/ เสียงจากเอกภพ/ เฟสดวงจันทร์/ เพนดูลัม/ รังสีคอสมิก/ ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ ฯลฯ ตั้งแต่เวลา 09:00-17:00 น.
  • ท่องเอกภพในท้องฟ้าจำลองฟูลโดมดิจิทัล สมบูรณ์แบบและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย รอบฉาย (เฉพาะ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563) วันละ 8 รอบๆ ละ 30 นาที เวลา 10:00/ 11:00/ 12:00/ 13:00/ 14:00/ 15:00/ 16:00/ 17:00 (รับบัตรก่อนรอบฉาย 30 นาที ไม่มีการสำรองที่นั่งล่วงหน้า)
  • เปิดบ้านนักดาราศาสตร์ ชมห้องแล็ปสุดล้ำ แหล่งกำเนิดงานวิจัยและเทคโนโลยีระดับโลก เฉพาะงานนี้เท่านั้น เวลา 09:00-17:00 น.
  • เปิดหลังบ้าน ชมห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูง อาทิ วิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ เทคโนโลยีการเคลือบกระจกที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ มากมาย
  • สนุกกับวิทยาศาสตร์ในคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. เวลา 09:00-17:00 น.
  • NARIT Family Camp ​: ค่ายดาราศาสตร์เพื่อทุกคนในครอบครัว
  • ชมดาวกระจ่างฟ้า ผ่านกล้องโทรทรรศน์นานาชนิด เวลา 18:00-22:00 น.
  • ชวนฟังดนตรีเพลินฟ้า เพลิดเพลินกับอาหารการกินนานาชนิดในกาดดารา เวลา 18:00-22:00 น.

สุดพิเศษ! ลุ้นรับกล้องโทรทรรศน์ และของรางวัลต่างๆ มากมาย จับรางวัลวันละ 2 รอบ เวลา 15:00 น. และ 21:00 น.

NARIT Astro Fest 2020 วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 นี้เท่านั้น!
ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
เวลา : 09:00-22:00 น.

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

วิธีจัดการปัญหา PM 2.5 (ของต่างประเทศ) โดยมี “รัฐ” เป็นพระเอกผู้ขับเคลื่อน

Published

on

วิธีการจัดการเรื่องปัญหา PM 2.5 ของต่างประเทศโดยมี “รัฐ” เป็นผู้ขับเคลื่อน

ในตอนนี้หลายคนทราบกันดีว่า “ประเทศของเรากำลังประสบปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 กันอย่างหนักหน่วง” แต่ก่อนจะพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาของรัฐไทย ลองเข้าประเด็นมาดูกันก่อนว่าประเทศอื่น ที่เขาเคยประสบปัญหาเรื่องฝุ่นมาเหมือนกัน แล้วพวกเขาผ่านไปได้อย่างไร ลองมาดูกัน

หลังจากที่ประเทศของเราประสบปัญหาเรื่องภาวะมลพิษฝุ่น PM 2.5 กันมาอย่างยาวนาน แต่ว่าก็ดูเหมือนกับว่าบ้านเราจะฝึกคนในประเทศ ให้กลายพันธุ์จนแข็งแกร่ง และสามารถทนต่อฝุ่น PM นี้ได้ แต่ทางกลับกัน ในต่างประเทศ กลับกำลังช่วยกันรณรงค์หลาย ๆ เรื่อง โดยมีรัฐบาลเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาภาวะฝุ่นและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ลองมาไล่ดูกันทีละประเทศว่า มีวิธีการแก้ปัญหากันอย่างไรบ้าง

ประเทศจีน

https://static.posttoday.com/media/content/2019/01/14/CC462C644AB440CC9FCDBAC2F1EBE13B.jpg

ในปี 2017 ของประเทศจีน ได้ประสบปัญหาเรื่องภาวะฝุ่น PM 2.5 ที่หนักหน่วงเป็นเวลานาน จนทางรัฐบาลจีนเองต้องออกมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยการทุ่มเงินกว่า 9.1 หมื่นล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นควันนี้ พร้อมกับยกเลิกการเผาถ่านหิน 700 หมู่บ้าน อีกทั้งยังโละทิ้งรถยนต์เก่า 300,000 คันที่ปล่อยควันเยอะเกินกว่ามาตรฐาน

ทั้งยังสั่งปิดโรงงานเก่าให้ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกฎหมาย จัดตั้งหน่วยงานที่เข้าควบคุมโดยเฉพาะ มีการปรับอย่างจริงจังมากขึ้น ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างฝุ่นควัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท จากคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้น ลองมาดูรายละเอียดไปทีละส่วน ว่าทางจีนแก้ปัญหาให้กับปักกิ่งกันอย่างไรบ้าง ?

  • ในส่วนตัวเมืองเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด แทนการใช้พลังงานถ่านหิน
  • การคมนาคม โดยเฉพาะปักกิ่งให้คนใช้พลังงานสะอาด พลังงานไฟฟ้า พลังงานทดแทน รัฐบาลสร้างจุตชาร์จแบตให้อย่างเพียงพอ
  • เปลี่ยนรถแท็กซี่ รถขนส่งสาธารณะส่วนใหญ่ ให้กลายมาเป็นพลังงานไฟฟ้า
  • โละรถยนต์กว่า 300,000 คันที่เครื่องยนต์เก่าทิ้ง สั่งปิดโรงงานที่ผลิตควันเยอะเกินไปถึง 2,500 แห่ง
  • เพิ่มพื้นที่ป่านในเมือง 5 แห่ง พร้อมสวนสาธารณะอีก 21 แห่งในเมืองปักกิ่ง
  • จัดตั้งหน่วยงานเข้าดูแลอย่างจริงจัง เป็นตำรวจที่ดูแล บังคับใช้กฎหมายมลพิษ ปรับจริงจัง ดำเนินคดีจริงจัง มีคดีกว่า 13,127 คดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศอีก 1,400 คดี รวมมูลค่าปรับประมาณ 950 ล้านบาท
  • มีระบบการแจ้งเตือนเรื่องฝุ่น PM 2.5 อยู่เสมอ ทุกเสาร์ไฟฟ้ามีประโยชน์มากขึ้น
  • เมื่อมีปัญหาฝุ่นควัน จะสั่งปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างมลพิษชั่วคราวทันที
  • ปิดเหมืองถ่านไปอีกกว่า 1,000 แห่ง

แค่เท่านี้คงเห็นได้ชัดเจนถึงความจริงจังในมาตรการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นของจีนแล้ว ว่าทางรัฐบาลของจีนลงทุนลงแรงร่วมกับประชาชนในประเทศมากน้อยขนาดไหน

ประเทศญี่ปุ่น

https://autonomies.org/2014/07/the-dark-tidings-of-uri-gordon/

พวกเรามักเห็นได้ชัดเจนเสมอมาว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สะอาด อากาศดีตลอดปี แล้วทำไมพวกเขาถึงทำได้ หากลบภาพเรื่องความมีระเบียบ และการรักษากฎกติกาของญี่ปุ่นออกไป เราลองมาดูว่า พวกเขามีแรงผลักดันจากรัฐบาลในด้านไหนบ้าง ถึงเกิดสภาพอากาศที่สดใสตลอดเวลา

  • การจัดการเรื่องโรงงานอุตสาหกรรม ที่ผลิตควันออกมากเกินไปอย่างจริงจัง ด้วยการบริหารผังเมืองทีละจุด ตั้งแต่หมู่บ้าน ไปจนครอบคลุมอาณาเขตเมืองทั้งหมด
  • การเผาถ่าน หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดควันพิษ ถูกระงับ และลดการทำกิจกรรมเหล่านั้นมากขึ้น อย่างเช่นการเผาถ่าน จะเห็นได้เพียงแค่ตามร้านอาหาร ที่ยังกักเก็บวัฒนธรรมไว้เป็นจุดขายอยู่ การสูบบุหรี่จะได้รับการจัดที่เอาไว้ให้เป็นพิเศษเท่านั้น จะไม่มีใครเดินสูบบุหรี่บนท้องถนน
  • ระบบคมนาคมที่ได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า เลนถนนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนใช้งานรถจักรยานมากขึ้น เนื่องจากขนส่งสาธารณะถูกกว่ามาก
  • การตั้งกฎหารออกรถ ว่าหากภายในเขตที่อยู่อาศัย ไม่มีที่จอดรถเป็นของตัวเองภายในตัวเรือนที่อยู่อาศัย จะไม่สามารถออกรถได้ ทำให้จำนวนรถยนต์ส่วนตัวมีน้อยลงมาก
  • รถขนส่ง รถบรรทุก จะได้รับการตรวจเช็คสภาพรถอย่างครบถ้วน และละเอียด ทำให้ไม่มีรถคันไหนพ่นควันดำบนท้องถนนเลย
  • การก่อสร้าง การปรับปรุงตึก จะต้องมีการคลุมทั่วทั้งตึก เพื่อไม่ให้เกิดการเล็ดลอดของฝุ่นละอองออกมาได้
  • มีการออกกฎหมายพัฒนาพื้นที่สีเขียว ทั้งในเมืองและนอกเมือง แม้แต่โตเกียวมีพื้นที่สีเขียว 12 ตร.ม./คน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานโลกที่ 9 ตร.ม./คนเสียด้วยซ้ำ
  • การใช้พลังงานทดแทนเป็นพลังงานนิวเคลียร์ ที่หากปล่อยมลพิษเกินขนาดจะมีสื่อ และประชาชนช่วยกันเป็นหูตาคอยมองอยู่

  เนื้อหาทั้งหมดนี้เรายังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องความมีระเบียบของคนญี่ปุ่น การรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้ประเทศญี่ปุ่นสามารถผ่านพ้นเรื่องฝุ่น PM 2.5 ไปได้

ประเทศเกาหลี

https://www.naewna.com/inter/391271

เมื่อช่วงวันที่ 14 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ทางเกาหลีใต้หลายเมือง ประสบปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าตัวเลขสูงถึง 180 ในหลาย ๆ เมือง ทำให้รัฐบาลทางเกาหลีใต้ออกมาตรการฉุกเฉินทันที โดยบังคับใช้กับเมืองใหญ่ในเกาหลีใต้ 10 เมือง กรุงโซล ปูซาน แทจอน เซจง กวางจู ไปจนจังหวัดชุนชองเหนือและใต้ โดยมีเนื้อหาในข้อบังคับดังนี้

  • โรงงานผลิตไฟฟ้ากำลังความร้อน ต้องลดการผลิตลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์
  • รถยนต์ดีเซลเก่าที่จดทะเบียนก่อน 2005 จะถูกไม่ให้เข้ากรุงโซลเด็ดขาด ในขณะที่เกิดภาวะฝุ่น PM 2.5 อยู่
  • รัฐบาลเกาหลีใต้ยังสั่งปิดที่จอดรถของหน่วยงานรัฐกว่า 430 แห่งในกรุงโซล เพื่องดการใช้รถอย่างทันที อีกทั้งจำนวนรถยนต์เกือบครึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐถูกห้ามไม่ให้ใช้งานด้วย
  • พร้อมแจ้งประชาชนว่าให้ใส่หน้ากากกันฝุ่นระดับ PM พร้อมกับงดให้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • เตรียมพร้อมในอนาคตเรื่องการขนส่งสาธารณะ ที่ใช้รถระบบไฮโดรเจนอีกหลายแสนคัน ที่กำลังจะทยอยตามมา

นี่เป็นเพียงแค่มาตรการฉุกเฉินเบื้องต้นของเกาหลีใต้เท่านั้น ทั้งเน้นเรื่องการลดการทำงานของโรงงานที่มีส่วนการสร้างฝุ่นควัน ลดการใช้งานรถยนต์ส่วนบุคคลของทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนทั่วไป ทั้งยังส่งเสริมกระบวนการชนส่งสาธารณะอีกหลากหลายด้านด้วย

เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า ในหลายประเทศ รัฐบาลที่เป็นพระเอก ในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น ทั้งการออกกฎหมายควบคุม การสั่งปิดโรงงาน การสั่งตรวจรถ หรือโละออกหลายแสนคัน ล้วนเป็นการทำงานของรัฐบาล ที่ขอความร่วมมือกับประชาชนในเบื้องต้น

แต่หากมองกับมาทางประเทศของเราแล้ว ยังคงไม่เห็นการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม จนสามารถลดปัญหาเรื่องฝุ่นได้อย่างจริงจัง ในตอนนี้คงทำได้เพียงการปกป้องตัวเอง ในขณะที่ภาครัฐยังคงไม่ยื่นมือมาช่วย จนประชาชนยังไม่สามารถจับต้องมือที่ยื่นมาช่วยเหลือได้เลยแม้แต่น้อย

https://static.bangkokpost.com/media/content/dcx/2019/11/24/3419824.jpg

อย่างกับหลุดมาจากโลกอนาคต เครื่องฟอกอากาศ Ao Air จาก ATMOS Faceware : https://chiangmaidailynews.com/lifestyle/2891/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LIFESTYLE

อย่างกับหลุดมาจากโลกอนาคต เครื่องฟอกอากาศ Ao Air จาก ATMOS Faceware

Published

on

อย่างที่ทราบกันดีว่าโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ มากมายที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมานับไม่ถ้วน ล่าสุด บริษัท ATMOS Faceware ได้ทำการเปิดตัวหน้ากากกรองอากาศที่สะเทือนไปทั้งวงการเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ แถมคุณยังสามารถพกติดตัวไปด้วยได้ทุกที่

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าเครื่องนี้หลุดมาจากหนังไซไฟหรือโลกอนาคตรึเปล่า เพราะยังไงหน้าตามันก็เหมือนสิ่งของที่มาจากโลกอนาคตในหนังที่เราดูกันมากเหลือเกิน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะเป็นจริง ที่เราจะได้ติดเครื่องฟอกอากาศสุดล้ำนี้ไว้บนใบหน้าของเรา นี่คือเครื่องฟอกอากาศ Ao Air จาก ATMOS Faceware เครื่องฟอกอากาศชนิดพกพา ที่เรานำติดตัวไปไหนก็ได้ เหมาะเจาะกับช่วงเวลาที่โลกของเราประสบปัญหาเรื่องฝุ่นควันกันทั่วโลก ทำให้ใครต่างก็ต้องการอากาศบริสุทธิ์เพื่อตัวเองกันทั้งนั้น 

โดยเจ้าเครื่องฟอกอากาศนี้ได้ทำการเปิดตัวในงาน CES 2020 เป็นที่แรก ซึ่งจุดเด่นของมันเลยก็คือมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไปด้วยซ้ำ แน่นอนว่ามันสามารถกรองอากาศได้ดีมากกว่าหน้ากากทั่วไปถึง 50 เท่า สู้ PM 2.5 ได้สบายด้วยฟิลเตอร์ 4 ตัว ที่ติดอยู่ทั้ง 2 ด้านของหน้ากาก ทำการดูดอากาศผ่านช่องที่อยู่ใต้หู จากนั้นปล่อยผ่านเข้าไปในหน้ากากสามารถกรองอากาศบริสุทธิ์ได้ประมาณ 240 ลิตรต่อนาที และสำหรับแบตเตอรี่นั้นสามารถอยู่ได้ถึงราวๆ 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

ซึ่งคอนเซ็ปต์ในการออกแบบจากดีไซเนอร์ให้มีรูปลักษณ์โปร่งใสตรงปากนั้น เพราะจะทำให้เราเห็นรอยยิ้มและไม่ปิดกั้นการแสดงออกทางใบหน้าของผู้สวมใส่นั่นเอง รวมทั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารระหว่างบุคคลอีกด้วย แต่ยังไงมันก็ดูหลุดออกมาจากโลกอนาคตอยู่ดี 

สำหรับใครที่อยากเป็นทั้งคนคูลและปลอดภัยจากมลพิษด้วย ทาง ATMOS Faceware สนนราคาให้คุณอยู่ที่ 350 ดอลลาห์สหรัฐหรือราวๆ 10,500.- สามารถสั่งพรีออเดอร์จากเว็บไซต์ www.ao-air.com กันได้โดยตรงเลย  

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 9 Average: 3.7]
Continue Reading
Advertisement

Trending