Connect with us

LIFESTYLE

แพทย์เตือน!! New normal running ใส่หน้ากากอนามัยวิ่งอันตรายมากกว่าที่คิด!

Published

on

อย่าสวมหน้ากากอนามัยในขณะวิ่งวิถีใหม่ (new normal running) เพราะอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คุณคิด!

สำหรับสายวิ่ง แม้คุณจะอยากออกกำลังกาย ไปพร้อม ๆ กับการดูแลสุขภาพ แต่การสวมใส่หน้ากากอนามัยในขณะวิ่งเพื่อป้องกันโรคก็ไม่ใช่สิ่งที่คู่ควร

ซึ่งเพจเฟซบุ๊ก 1412 Cardiology เป็นเพจให้ความรู้ด้านการแพทย์ บอกว่า การสวมหน้ากากอนามัยแบบผ้า มันจะเพิ่มแรงต้านการหายใจ ทำให้หายใจได้ลำบากขึ้น ลมหายใจออกจะถูกกักอยู่ในหน้ากากนานขึ้น เพิ่มปริมาณ CO2 ที่หายใจกลับเข้าไปแม้จะมีลิ้นหายใจออกบนหน้ากากก็ตาม ยิ่งหายใจเร็วขึ้นเหนื่อยมากขึ้นก็จะแย่ลง นอกจากปอด หัวใจและหลอดเลือดจะต้องทำงานหนักมากขึ้น

HR จะเข้าโซนเร็วกว่าปกติ ใน well-trained athletes จะทนทานได้ในระดับหนึ่ง แต่นักวิ่งหน้าใหม่ กลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยจะเป็นอันตรายได้ ความร้อนที่เกิดขึ้นในหน้ากากสูงทำให้เกิดเหงื่อ หน้ากากจะเปียกได้ง่ายจากด้านใน การป้องกันอาจจะไม่ดีเท่าในขณะที่หน้ากากแห้ง

ส่วนหน้ากาก N95 จะยิ่งเพิ่มปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เพราะหน้ากากเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อออกกำลังกาย

และยังมีหน้าอีกแบบหนึ่งที่คุณหมอแนะนำ และใช้ในวงการนักกีฬาคือ หน้ากากแบบ Elevation Training ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ เมื่อสวมใส่จะเพิ่มแรงต้านการหายใจ ทำให้อัตราสัดส่วนของออกซิเจนก็จะต่ำกว่าหน้ากากอนามัย จึงเหมาะที่จะใช้สำหรับการฝึกซ้อมของนักกีฬาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดและหลอดเลือด แต่ยังไงก็แล้วแต่หน้ากากอนามัยชนิดนี้ไม่มีผลต่อการป้องกันเชื้อโควิด-19 เลย

แน่นอนเมื่อต้องการสวมใส่หน้ากากอนามัยในขณะวิ่ง จึงไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะบางคนอาจจะรู้สึกหายใจไม่ทัน ออกซิเจนหล่อเลี้ยงไม่เพียงอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ทางที่ดีเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าสามารถวิ่งออกกำลังได้แล้วหรือไม่นั้น ควรเช็กสถานการณ์จาก ศคบ. จะดีที่สุด แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้วก็สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ โดยเว้นการสวมหน้ากากอนามัยได้เช่นกัน

ขบคุณข้อมูลจาก : Kapook

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

เปิดกรุแคคตัส 5 สายพันธุ์ ใครเลี้ยงไว้ ราคาดีไม่มีตกแน่นอน!

Published

on

รู้ไหมหากคุณ ปลูกแคคตัสดี ๆ สักต้นก็เรียกกำไรได้หลายตัง เพราะถ้าการซื้อต้นมอลสเตล่ามาปลูกช่วงนี้ ด้วยราคาที่ไม่น่ารักก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่

วันนี้ CMD เลยอยากชวนคุณมาปลูกแคคตัส 5 สายพันธุ์ เริ่มต้นราคาอาจจะแรง แต่ถ้าปลูกไปเรื่อย ๆ ก็อาจสร้างกำไรให้คุณได้มากมาย จะมีสายพันธุ์ไหนบ้างมาดูกันเลย

แคคตัสยิมโน (Gymnocalycium)

สายพันธุ์แรกที่มาแรงแซงทางโค้งในช่วงปีนี้ เพราะพันธุ์นี้ถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนมีจุดเด่นคือ มีสีด่างทั่วและสม่ำเสมอทุกพู ทำให้อาจมีราคาสูงบ้าง มีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง และสีที่หายากเช่นสีม่วงและดำ ซึ่งหากเลี้ยงไปนานก็จะมีหน่อหรือเมล็ดของต้น สามารถเอาไปเพาะต่อได้ ส่วนสีจะเป็นอย่างไรต้องไปลุ้นต่อเอง

แคคตัสแอสโตรไฟตัมวี (Astrophytum)

สายพันธุ์นี้มักมีราคาสูง ตามลักษณะการพัฒนาสายพันธุ์ จุดเด่นคือจะมีขนหนา ยิ่งหนา ราคายิ่งสูง หากนำมาพัฒนาต่อไป แน่นอนว่าแคคตัสพันธุ์ต้องเรียกกำไรเข้ากระเป๋าอย่างแน่นอน

แคคตัสแอริโอคาร์ปัส (Ariocarpus Cauliflower)

แม้จะเป็นแคคตัสที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่บอกเลยว่าสามารถเลี้ยงได้ในภูมิอากาศประเทศไทย เป็นต้นที่มีราคาสูง เพราะสามารถเพาะพันธุ์ได้แค่ฤดูหนาวเท่านั้น ต้องใช้ความอดทนและความพยายามสูงมากเลยทีเดียว

แคคตัสโลโฟโฟร่า (Lophophora fricii)

สายพันธุ์นี้เป็นแคคตัสไซส์มินิ ที่มีสีของดอกที่น่ารัก กลม ๆ น่ารัก หากใครที่เพาะเลี้ยงจนได้สีที่ด่าง ราคาจะเพิ่มสูงมาก จะเรียกว่ายิ่งสีเป็นด่าง ยิ่งมีราคาเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

แคคตัสแมมมิลลาเรีย

สายพันธุ์ที่ราคาไม่แรง แถมยังมีลักษณะที่น่ารักอีกด้วย เป็นแคคตัสที่นิยมมาก เป็นพันธุ์เบสิกที่ผู้เลี้ยงแคคตัสเริ่มต้นต้องมี ที่สำคัญจะออกดอกด้วยสีสันน่ารัก ที่นาน ๆ จะออกครั้งหนึ่ง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับคนที่ชื่นชอบแคคตัสเป็นพิเศษ ใครที่ชอบก็ต่อยอดให้กับตัวเองด้วยนะคะ ถือว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้อีกทางหนึ่งเลยก็ว่าได้

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

เชียงใหม่เปิดตัวแอปพลิเคชั่นตลาดสด ไปตลาดแบบ Drive Thru!

Published

on

เปิดตัวแล้ว! สำหรับแอปพลิเคชั่นตลาดสด ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการผลิตแอปพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา เพื่อให้พ่อพี่น้องชาวเชียงใหม่ได้ใช้งาน เหมือนไปตลาดสดจริง ๆ โดยที่ไม้องลงไปเดิน พร้อมเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้หมุนเวียนมากขึ้น

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดการใช้แอปพลิเคชันตลาดสด Drive Thru Market Chiang Mai

โดยความร่วมมือของเทศบาลนครเชียงใหม่ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมตลาดสดจังหวัดเชียงใหม่  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และบริษัท คิว คิว (ประเทศไทย) นายณัฐฐ์ชูเดช วิริยะดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้เล็งเห็นแนวทางการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการในตลาดสดแบบออนไลน์ ได้เปิดกว้างขึ้น ทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้ดีขึ้น และเป็นการใช้ชีวิตแบบ New Normal ของประชาชนชาวเชียงใหม่

โดยแอปพลิเคชั่นนี้ จะนำร่องมาใช้  Drive Thru Market Chiang Mai ที่ตลาดประตูเชียงใหม่ เป็นที่แรกของจังหวัดเชียงใหม่ โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้แล้ว โดยมีชื่อแอปพลิเคชั่นว่า QueQ

เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้เลย เช่น ผัก เนื้อสัตว์ ผลไม้ จากนั้นเลือกเวลาที่จะรับสินค้า เมื่อพ่อค้าแม่ค้าจัดเตรียมวัตถุดิบที่สั่งซื้อเสร็จแล้ว จะแจ้งหมายเลขออเดอร์ไปยังผู้ซื้อทันที พร้อมมารับสินค้าหน้าตลาดสด

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

แชร์เคล็ดลับ “ท่องเที่ยวหลังโควิด” อย่างไรให้ปลอดภัย

Published

on

นับถอยหลัง! ใกล้ถึงเวลาที่รัฐบาลจะปล่อยแคมเปญสนับสนุนการท่องเที่ยวให้กับคนไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยก่อนที่เราจะไปท่องเที่ยวหรือลงทะเบียนตามที่รัฐออกแคมเปญมา ควรเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อน

ก่อนเที่ยวหลังโควิด ต้องทำอย่างไร

  • ติดตามข่าวสารการระบาดโควิด-19 จาก ศบค. โดยเข้าไปดูได้ที่หน้าแรกของเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข
  • เช็กกับสายการบินและสนามบินปลายทางว่าสามารถให้บริการในช่วงที่ต้องการเดินทางได้หรือไม่
  • วางแผนการท่องเที่ยวโดยอิงจากข้อมูลล่าสุดเสมอ เพื่อใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากับทริปนี้
  • ผู้มีโรคประจำตัวหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อ (โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับปอด)
  • ก่อนออกเดินทางควรศึกษาเกี่ยวกับโรคระบาดอื่น ๆ ในพื้นที่ เช่น ไข้มาลาเลีย, ไข้เลือดออก และหาวิธีการป้องกัน
  • พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ อย่างน้อยคือขนาด 100 มิลลิลิตรติดกระเป๋าไว้
  • ทำประกันการเดินทางครอบคลุมการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ไว้ด้วย

ระหว่างท่องเที่ยวเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

  • ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด
  • เตรียมหมายเลขฉุกเฉินของผู้ที่ติดต่อขอคำปรึกษาได้สะดวกเพื่อความอุ่นใจขณะท่องเที่ยว
  • ปฏิบัติตามกฎ และคำแนะนำของแต่ละพื้นที่

หลังจากกลับจากการท่องเที่ยว

  • สังเกตอาการตัวเองทุกวันด้วยการวัดไข้ทุก 2 วัน เพื่อสังเกตอาการโควิด-19
  • เมื่อเริ่มไอ หรือมีไข้ 37.3 องศาเซลเซียลขึ้นไปให้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสบุคคลอื่น และเข้ารับการรักษา

เพราะในแต่ละวัน เราไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรในแต่ละวันบ้าง ดังนั้นควรป้องกันและดูตัวเองเสมอ เพื่อความปลอดภัยจากตัวเองและผู้อื่น ที่สำคัญเลยควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วย

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending