Connect with us

LIFESTYLE

สุดยอดเคล็ดลับสำหรับ Work from Home

ทำงานที่บ้าน (work from home) ให้ออกมามีประสิทธิภาพ หลายคนสงสัยทำอย่างไรงานจะออกมาดี วันนี้เรามีคำตอบ

Published

on

work from home

ยุคนี้ต้อง New Normal ด้วยการ “work from home” เพราะ Covid – 19 กลับมาระบาดอีกครั้งและครั้งนี้ระบาดหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทำให้หลาย ๆบริษัทต้องประกาศด่วนเพื่อให้พนักงานทำงานที่บ้านเพื่อลดความเสี่ยง แต่การทำงานที่บ้านก็เป็นอุปสรรคสำหรับใครหลายๆคน เพราะจะทำอย่างไรให้งานเดินหน้าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Work from Homeให้ออกมามีประสิทธิภาพ หลายคนสงสัยทำอย่างไรงานจะออกมาดี วันนี้เรามีคำตอบ

ตื่นนอนรับเช้าวันใหม่
  • ตื่นนอนให้เป็นเวลาปกติ

การตื่นนอนเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดในการทำงานที่บ้าน โดยที่เรานั้นต้องตื่นนอนให้เหมือนเดิมเช่นเดียวกันกับวันที่เราต้องเดินทางไปทำงานที่บริษัท เพราะการตื่นนอนเวลาปกติเป็นการกระตุ้นร่างกายของเราให้เริ่มต้นวันใหม่และเริ่มต้นทำงานได้อย่างดี

  • การอาบน้ำ / การแต่งตัว

การอาบน้ำแต่งตัวก็เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันที่คนส่วนใหญ่ทำ แต่บางคนไม่ชอบอาบน้ำแถมยังขี้เกียจเปลี่ยนชุดและตื่นมาทำงานทันที นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไหร่หากจะทำงานอยู่ที่บ้าน เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกมึนงง งัวเงียจนไม่อยากทำงาน ดังนั้นการอาบน้ำและแต่งตัวใหม่นั้นเป็นการเพิ่มความตื่นตัวให้กับร่างกาย ทำให้สมองปลอดโปร่งพร้อมสำหรับการทำงาน

ผ่อนคลายจากการทำงาน
  • การกำหนดขอบเขตในการทำงาน

การทำงานแบบ work from home ควรกำหนดขอบเขตในการทำงาน ควรเริ่มต้นเวลาทำงานและสิ้นสุดการทำงาน (เลิกงาน) ให้เหมือนกันกับทำงานที่บริษัท เพื่อความเสมือนจริงและทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพ

  • การนอนหลับพักผ่อน

การนอนหลับหรือการพักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆในการทำงานที่บ้าน เพราะบางคนเห็นว่าทำงานที่บ้านแล้วสะดวกสบายจึงทำงานจนลืมเวลาหามรุ่มหามค่ำไปกันเลยทีเดียว หรือบางทีไม่นอนเลยทั้งวันทั้งคืน นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีมากนักเพราะจะทำให้งานไม่มีคุณภาพและสุขภาพแย่ ดังนั้นการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจึงสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้มีสุขภาพดีและงานของคุณก็ออกมาดีอีกด้วย

  •  แบ่งเวลาพักให้ชัดเจน

ไม่ควรนั่งทำงานนานเกินไปควรหาเวลาพักสายตาหรืออาจใช้เวลาพักเพื่อยืดเส้นยืดสาย 5-10 นาที เพื่อให้สายตาได้ผ่อนคลาย และควรขยับปรับเปลี่ยนม่ามางของร่างกายไม่ให้นั่งท่าเดิมนาน ๆ โดยในช่วงเวลาพักให้เดินออกจากพื้นที่ทำงานไปเลย ห้ามนึกถึงเรื่องงาน ควรพักสายตาและผ่อนคลายร่างกาย เมื่อถึงเวลากลับมาทำงานจะได้เต็มที่มากขึ้น

ฟังเพลงคลายเครียด
  • จัดพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม

สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะฉะนั้นควรแยกห้องทำงานและห้องนอนออกจากกัน หรือหากจำเป็นที่ต้องทำงานในห้องนอนควรเก็บหมอน ผ้าห่มออกจากห้อง เพื่อป้องกันการแอบงีบหลับระหว่างทำงาน หรือหากต้องการความสดชื่นอาจจะนำต้นไม้เล็ก ๆ เข้ามาประดับที่โต๊ะทำงานหรือในห้องทำงานเพื่อที่เวลามองไปรอบห้องแล้วเจอต้นไม้จะทำให้สดชื่นขึ้นและไม่เครียด แต่ที่ขาดไม่ได้เลยควรหาเก้าอี้หรือที่นั่งให้เหมาะสมกับท่านั่งเพราะเมื่อนั่งทำนาน ๆจะได้ไม่เกิดอาการปวดเมื่อยหลัง

  • เปิดเพลงเพื่อช่วยผ่อนคลาย

การเปิดเพลงอาจจะทำให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น เพราะได้ใช้เสียงเพลงระบายความเครียดไปในตัว ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำงานได้อย่างลื่นไหลอีกด้วย

  • สร้างความรู้สึกที่ดีในการทำงาน

ความรู้สึกที่ดีในการทำงานเป็นการสร้างเพื่อจุดไฟในตัวคุณ ให้เกิดแรงบันดาลใจ เกิดความรู้สึกว่าอยากทำงาน และจะทำให้ผลงานของคุณออกมาดี แต่ถ้าหากมีความรู้สึกที่ไม่ดีก่อนเริ่มทำงาน รู้สึกเบื่อไม่อยากทำงาน คุณจะทำงานออกมาได้แย่และไม่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

work from home

การทำงานแบบ “Work from Home” ในช่วงCovidแบบนี้อาจจะดูเป็นสิ่งที่สบายเพราะว่าได้ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องเสี่ยงโควิด ไม่ต้องออกไปให้รถติด และยังประหยัดเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีของการทำงานที่บ้าน แต่ถ้าหากว่าไม่จัดเวลา ไม่กำหนดขอบเขตในการทำงานก็ทำให้งานที่ทำอยู่นั้นออกมาแย่ ไม่มีคุณภาพ การทำงานที่บ้านเราถึงแม้จะเป็นการทำงานแบบชั่วคราวแต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องทำกิจวัตรประจำวันให้เหมือนกับได้ออกเดินทางไปทำงาน เพราะจะให้เรามีความรู้สึกที่ดีต่องาน มีความรู้สึกที่ดีต่อการทำงานและงานที่ได้ก็จะออกมาดีและมีประสิทธิภาพ จนเจ้านายต้องให้รางวัลกันเลยล่ะ

work from home

การทำงานแบบไร้ความเสี่ยงต้องทำงานแบบ Work from Home เพราะว่าโควิด19 ยังอยู่ปราชาชนอย่างเราต้องปรับตัวกันอย่างมากด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มต้นใช้วิถี New Normal

ขอบคุณข้อมูลจาก : bestreview

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

เกมเมอร์เฮ NVIDIA เล็งออกการ์ดจอ “ขุดบิท” โดยเฉพาะ หวังแก้ปัญหาของขาดตลาด

จากวิกฤตการ์ดจอขาดตลาดเพราะการขุดบิท Nvidia ได้ออกมาแก้ปัญหา เพื่อให้การ์ดจอกลับมาถึงมือเกมเมอร์อีกครั้ง

Published

on

ขุดบิท

การ “ขุดบิท” กลับมาคึกคักอีกครั้งตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ราคาเหรียญบิทคอยน์และเหรียญสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด 1 บิทคอยน์ ได้ทะลุ 1,800,000 บาทไปแล้ว (ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์) และสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ขุดบิท
รูปภาพจาก : Kapook

การ “ขุดบิท” คืออะไร ?

ถ้าเอาแบบง่าย ๆ การขุดบิท การขุดเหมือง ฯลฯ คือการใช้คอมพิวเตอร์ของเราประมวลผลแก้ไขสมการ การยืนยันธุรกรรมทางการเงิน ฯลฯ หากคอมพิวเตอร์ของเราแก้ไขได้สำเร็จก็จะได้เงินดิจิทัลเป็นรางวัล ซึ่งตัวเหรียญ Cryptocurrency นั้น ไม่ได้มีแต่ Bitcoin เท่านั้น แต่ยังมีสกุลอื่นอีกมากมาย โดยในการขุดนั้นหากต้องการประสิทธิภาพในการคำนวณที่สูงต้องใช้การ์ดจอ จึงเป็นเหตุให้การ์ดจอที่บรรดาเหล่าเกมเมอร์ต้องการนั้นขาดตลาดไปตาม ๆ กัน และด้วยความต้องการที่สูงมากราคาการ์ดจอจึงดีดสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ขุดบิท
การ์ดจอ Nvidia Geforce RTX 3080

การ์ดจอคืออะไร ?

โดยปกติแล้ว GPU (Graphics Processing Unit) หรือการ์ดจอมีหน้าที่ประมวลผลภาพ Graphic ต่าง ๆ ยิ่งการ์ดจอมีประสิทธิภาพสูง ก็จะประมวลภาพได้ดี ลื่น และสวยงาม จึงเป็นที่ต้องการของเกมเมอร์ แต่ในขณะเดียวกันการ์ดจอที่ดีก็คำนวณในการขุดได้ดีเช่นกัน ผู้ที่ต้องการลงทุนในการขุดจึงกว้านซื้อไปก่อน การ์ดจอเหล่านี้จึงไปไม่ถึงมือเกมเมอร์ที่ต้องการมัน

ขุดบิท
Chipset CMP
รูปภาพจาก : techpowerup

NVIDIA ออกโรงแก้ปัญหา

หลังจากสภาวะขาดตลาดของการ์ดจอที่เกิดขึ้น Nvidia บริษัทผู้ผลิตการ์ดจอจึงได้ออกโรงแก้ปัญหา โดยการเพิ่มสายการผลิตการ์ดจอที่มีชิป CMP (Cryptocurrency Mining Processor) ซึ่งถูกออกแบบให้มีหน้าที่ประมวลผลในการขุดโดยตรง แต่ประมวลด้านกราฟฟิกได้ไม่เต็มที่นัก สามารถระบายความร้อนได้ดีและมีราคาไม่สูง ซึ่งจะคุ้มค่าต่อการใช้ขุด และไม่เบียดเบียนเกมเมอร์

นอกจากนี้ในการเปิดตัวการ์ดจอ Geforce RTX 3060 ทาง NVIDIA ก็ได้ประกาศว่าตัวซอฟแวร์ไดร์เวอร์สำหรับ RTX 3060 จะสามารถตรวจจับการขุดได้ ถ้าหากพบเจอกำลังในการขุดจะถูกลดลงจากที่ควรจะเป็น ทำให้การซื้อการ์ดจอเล่นเกมมาใช้ขุดบิทฯ นั้นไม่คุ้มค่าอีกต่อไป

หากในอนาคตทาง Nvidia ได้อัปเดตซอฟแวร์ไดร์เวอร์แก่การ์ดจอรุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบัน เพื่อลดประสิทธิภาพในการขุด จำนวนการ์ดจอในตลาดจะมีมากขึ้น และราคาลงอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลดีต่อบรรดาเหล่าเกมเมอร์ หรือคนที่ต้องการการ์ดจอจริง ๆ ให้สามารถกลับมาจับจองการ์ดจอได้ในราคาที่ควรจะเป็น ไม่สูงเกินไป และมีสินค้าพร้อมซื้อ ไม่ต้องพบเจอปัญหาขาดตลาด ของแพง ต้องประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งเครื่องเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ซื้อ อย่างที่กำลังพบเจอในปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : Videocardz , Blognone , Kapook
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์และคอมพิวเตอร์ :
Bitcoin ทำนิวไฮ มีโอกาสขึ้นเป็น Digital Gold มากน้อยแค่ไหน
แชร์ทริค! เลือกซื้อโน๊ตบุ๊คในปี 2021 ต้องดูอะไรบ้าง?

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CULTURE

“สักยันต์” จุดเด่นทางด้านวัฒนธรรม ที่เป็นมากกว่าความเชื่อ

สุดยอดกิจกรรมที่มาแล้วจะพลาดไม่ได้และห้ามพลาดมากที่สุดก็คงจะเป็น “สักยันต์ไทย” เพราะถ้าไม่ได้สักยันต์ก็เหมือนกับยังมาไม่ถึงประเทศไทยนั่นเอง

Published

on

By

สักยันต์จุดเด่นทางวัฒนธรรม

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังนิยม “สักยันต์ไทย” จนเป็นหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาเยือนประเทศไทย

การมาประเทศไทยนั้นชาวต่างชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าหากใครมาเที่ยวเมืองไทยกิจกรรมที่จะพลาดไม่ได้และห้ามพลาดมากที่สุดก็คงจะเป็น การสักยันต์ไทย เพราะถ้ามาเมืองไทยแล้วไม่ได้สักยันต์ก็เหมือนกับยังมาไม่ถึงประเทศไทยนั่นเอง

การสักยันต์ในเมืองไทยนั้นเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวต่างชาติ ตั้งแต่ แองเจลิน่า โจลี่ โชว์รอยสักยันต์ห้าแถวบริเวณไหล่ด้านซ้ายที่สักจากไทยเมื่อ 18 ปีที่แล้ว การสักยันต์ของไทยก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกมุมโลก จนถึงปัจจุบันนี้กระแส “สักยันต์ไทย” ก็ยังไม่เสื่อมคลายในกลุ่มชาวต่างชาติ จนถึงขั้นมีเอเจนซี่พานักท่องเที่ยวต่างชาติไปสักยันต์กับสำนักดังๆ เลยทีเดียว

นอกจากแองเจลิน่า โจลี่แล้ว อีวา ซู เบ็ค ยูทูบเบอร์ชื่อดังด้านการเดินทางท่องเที่ยว ชาวโปแลนด์ ที่มียอดผู้ติดตามในยูทูปมากถึง 897,000 คน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้ยินคำล่ำลือเรื่องการสักยันต์ไทย จนเธอตัดสินใจลองสักยันต์เพื่อหวังช่วยเยียวยาจิตใจให้เธอรู้สึกดีขึ้นและสามารถรับมือกับความกดดันในการเป็นยูทูบเบอร์ของเธอ รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่คอยปกป้องดูแลเธอได้อีกด้วย

อีวา ซู เบ็ค ได้ติดต่อเอเจนซี่ให้พาเธอไปยังสำนักสักยันต์อาจารย์เหน่งย่านอ่อนนุช ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้พูดถึงการสักยันต์ว่า ระหว่างที่สวดมนต์ก่อนเริ่มสักยันต์เธอรู้สึกเหมือนตัวลอย ๆ ขึ้นมาจากพื้น มันเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง และเมื่อเธอได้เผยแพร่คลิปดังกล่าวลงในยูทูบ ก็มีสมาชิกยูทูบคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Andy Smith ได้เข้ามาคอมเมนต์ว่า “ผมได้เดินทางไปสักยันต์ที่เชียงใหม่ และผมสามารถอธิบายได้แค่ว่าอานุภาพของยันต์ทำให้ผมเหมือนได้รับการโอบกอดที่ผมไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน ผมรู้สึกกว่ายันต์ช่วยปกป้องผมจากสิ่งอันตรายได้”

เมื่อการสักยันต์เป็นที่นิยมการอย่างมากในหมู่ชาวต่างชาติที่ผ่านมา จากนั้นได้มีคนทำสถิติว่าด้วยเรื่องลายสักยันต์ยอดนิยมที่ชาวต่างชาตินิยมสักคือ “ยันต์เก้ายอด หรือนวหรคุณ” ซึ่งหมายถึงพระพุทธคุณทั้ง 9 มีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย ช่วยเสริมจิตใจให้เข้มแข็ง และเลข 9 ยังพ้องเสียงกับคำว่าก้าวหรือก้าวหน้าอีกด้วย

เครดิตรูปภาพจาก : mokkalana

เป็นที่ทราบกันดีว่าการสักยันต์ต้องมาคู่กับคาถาและความเชื่อ ซึ่งชาวต่างชาติหลายคนอาจจะมีความไม่เข้าใจจึงนั่นก็ทำให้การสักยันต์ในแต่ละที่นั้นต้องมีวิธีพูดและอธิบายให้เข้าใจในความหมายและความเป็นมาให้ชาวต่างชาติที่ต้องการสักเข้าใจ นอกจากการอธิบายให้ลูกค้าต่างชาติเข้าใจแล้วยังต้องเลือกยันต์ให้ตรงกับความชอบและความต้องการของลูกค้าต้องดูว่าลูกค้าต้องการแก้ปัญหาในด้านไหน อยากส่งเสริมเรื่องอะไรในชีวิต และลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่มักให้อาจารย์ผู้สักยันต์เป็นคนเลือกลายสักให้ เนื่องจากพวกเขาชื่นชอบยันต์ของไทยทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะสักรูปแบบไหนพวกเขาต่างพึงพอใจและบอกต่อ ๆ กันอีกหลาย ๆ ราย

การสักยันต์นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา ช่วยสร้างกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปในทางที่ดี ชาวต่างชาติจำนวนมากข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพราะพวกเขาชื่นชอบและเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของไทย เพราะฉะนั้นชาวไทยต้องไม่อาย ไม่มองว่าเป็นเรื่องงมงาย ต้องมั่นใจและเชื่อมั่นในวัฒนธรรมของเรา ร่วมกันส่งเสริมพัฒนาเพื่อสร้างรายได้สู่ประเทศไทย

ขอขอบคุณข้อมูล : posttoday , youtube

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

แชร์ทริค! เลือกซื้อโน๊ตบุ๊คในปี 2021 ต้องดูอะไรบ้าง?

Published

on

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายบริษัทเริ่มการ work from home มากขึ้น และนั่นทำให้ใครหลายคนเริ่มเลือกที่จะซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อมาใช้งาน ทั้งทำงานและเพื่อผ่อนคลาย

โน๊ตบุ๊คก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวก ง่าย และเป็นที่นิยมในชีวิตปัจจุบัน เพราะนอกจากจะใช้งานที่บ้านได้แล้ว ยังสามารถพกพาไปทำงานได้ด้วย เรียกได้ว่าสามารถทำงานได้ต่อเนื่องทั้งที่บ้านและนอกบ้านได้อย่างไม่สะดุดเลยทีเดียว

แต่ก็คงมีใครหลายคนที่กำลังคิดว่า เอ๊ะ ? แล้วจะเลือกโน๊ตบุ๊คยังไงดี มีทั้งหลายรุ่นหลายราคา ต้องดูอะไรบ้าง แบบไหนถึงจะเหมาะกับเรา วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ

CPU

เป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ การเลือก CPU ให้ตรงกับความต้องการ จะช่วยให้เราสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดงบประมาณด้วย

CPU หลัก ๆ จะมีสองค่ายที่เราพบเจอ นั่นคือ Intel และ AMD โดยทั้งสองค่ายจะใช้ชื่อรหัส CPU เป็น Core I และ ryzen แต่ที่เราจะดูกันคือตัวเลขด้านหลัง ซึ่งถ้าให้ทำความเข้าใจง่าย ๆ ทั้งสองค่ายจะเป็นเลขเดียวกันคือ 3 5 และ 7 ครับ โดยจะมี CPU รหัสอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพด้วยหรือสูงกว่านี้ แต่โน๊ตบุ๊คสมัยนี้มักจะใช้ CPU รุ่นนี้กัน เพราะฉะนั้นขอยกตัวอย่างเป็น CPU รุ่นนี้นะครับ

Intel core i3 และ AMD ryzen 3 เป็นซีพี่ยูรุ่นเริ่มต้นในซีรี่ย์นี้ มีประสิทธิภาพปานกลาง แต่ก็มากพอที่จะทำงานทั่วไป ดูหนัง ทำงานเอกสารได้แบบไม่มีสะดุด เล่นเกมออนไลน์ทั่ว ๆ ไปได้ แต่อาจจะเล่นเกมหนัก ๆ ไม่ค่อยไหว ไม่แนะนำสำหรับคนเล่นเกมนะครับ

Intel core i5 และ AMD ryzen5 เป็นตัวแรงยอดฮิต ที่ครอบคลุมได้ทั้งทำงานและเล่นเกม รวมถึงราคาไม่สูงมาก เป็นรุ่นที่แนะนำมากที่สุด ทั้งความแรงและราคาที่จับต้องได้ เรียกได้ว่าเป็นรุ่นยอดฮิตของทั้งคนทำงานและคนเล่นเกมเลยทีเดียว ใครที่ต้องการคอมทำงาน ตัดต่อ และเล่นเกมในตัวเดียว แนะนำเป็นรุ่นนี้เลยครับ

Intel core i7 และ amd ryzen 7 เป็น CPU ตัวแรง ที่ทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานกราฟิค ตัดต่อ เล่นเกม รวมถึงทำโปรแกรมเอฟเฟค 3D ต่าง ๆ สำหรับคนที่ใช้โปรแกรมออกแบบที่ต้องการความแรงของ CPU ในการประมวลผล และยังรวมไปถึงอาชีพยุคใหม่อย่าง Streamer ที่ CPU ตัวนี้ก็สามารถใช้งานหนัก ๆ อย่างเล่นเกมไป ถ่ายทอดสดไปพร้อมกันได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็น CPU ตัวแรงสำหรับคนที่ต้องการใช้งานหนัก ๆ เลยล่ะครับ

GPU

GPU หรือการ์ดจอ เป็นหน่วยประมวลผลภาพ ที่มีอยู่บน CPU อยู่แล้ว แต่สำหรับโน๊ตบุ๊คบางเครื่องก็จะมีการ์ดจอแยกต่างหาก เพื่อการทำงานเกี่ยวกับกราฟิคที่ลื่นไหลมากขึ้น ซึ่งสำหรับคนเล่นเกมก็ต้องดูการ์ดจอสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ แต่ก็แอบกระซิบนิดนึงว่าสำหรับสายทำวีดีโอแล้ว การใช้โน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอแยกสำหรับเล่นเกม ก็ช่วยในการตัดต่อวีดีโอได้ดีมาก ๆ เลยล่ะครับ

Ram

แรมจะมีตั้งแต่ต่ำที่สุด 4gb ไปจนถึง 32gb แต่ปัจจุบันก็มักจะเริ่มต้นที่ 8gb ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ทำงานเอกสาร กราฟิค แต่ใครที่ต้องการเล่นเกม หรือทำงานกราฟิคหนัก ๆ ตัดต่อวีดีโอ แนะนำให้ใช้แรม 18gb

อีกเรื่องนึงที่คนมักจะเข้าใจผิดว่า แรมยิ่งเยอะ เครื่องยิ่งเร็ว ไม่จริงนะครับ เพราะแรมไม่ใช่หน่วยประมวลผลแต่อย่างใด แรมเป็นเสมือนพื้นที่ให้โปรแกรมขึ้นมาทำงานเท่านั้น ให้นึกภาพง่าย ๆ ว่ามีห้องอยู่ห้องหนึ่ง แล้วเอาของมาวาง ๆ เรียงไว้จนเต็มห้อง แรมก็เปรียบเสมือนห้อง ส่วนโปรแกรมที่กำลังใช้ก็เปรียบเสมือนสิ่งของ พูดง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งแรมเยอะ ก็ยิ่งเปิดใช้โปรแกรมได้เยอะนั่นเอง

Storage

พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือเรียกอีกอย่างว่า Rom นั่นเอง ซึ่งค่อนข้างจะถูกสับสนกับ ram แต่ส่วนที่เราใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ นั้น เราจะเรียกว่า พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือ storage ต่างหาก

ซึ่งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ HDD (Hard disk drive) ที่เรารู้จักกันดี และ SSD (solid stage drive) เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งมีความเร็วสูงกว่า HDD ทำให้อ่านข้อมูล เปิดโปรแกรมได้รวดเร็วกว่า ซึ่งโน๊ตบุ๊คสมัยนี้ก็มักจะเป็น SSD กันหมดแล้ว

SSD ที่มักติดมากับเครื่องนั้น มักจะมีความจุอยู่ที่ 512 GB ซึ่งโดยทั่วไปก็เพียงพอต่อการใช้งาน เพราะเมื่อลงวินโดว์ โปรแกรมเอกสาร โปรแกรมกราฟิคอื่น ๆ แล้ว ก็จะใช้พื้นที่อยู่ที่ประมาณ 150-200 GB เท่านั้น ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน หรือใครต้องการที่จัดเก็บเพิ่ม ก็อาจจะต้องศึกษา หรือสอบถามพนักงานว่ารุ่นที่เราต้องการจะซื้อ สามารถอัพเกรดเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้หรือไม่

จอภาพ

เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับคนที่เป็นสายทำงานกราฟิค เพราะหน้าจอแต่ละจอสามารถแสดงค่าสีได้ต่างกัน หากค่าสีต่ำ หน้าจออาจจะแสดงผลสีแดงที่ต่างกันสามสี กลายเป็นสีเดียวกัน หรือเพี้ยนหนัก ๆ อาจจะกลายเป็นสีส้มไปเลยก็ได้

ค่าสีที่ต้องดูตรงนี้เลยคือค่าสีที่เรียกว่า sRGB ซึ่งเป็นค่าสีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งเราควรดูค่าสีจอที่มี sRGB ตั้งแต่ 90% ขึ้นไป เพื่อความเที่ยงตรงของสีนะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ? จริง ๆ แล้วการซื้อโน๊ตบุ๊คแต่ละครั้ง เราควรถามตัวเองก่อนว่าต้องการที่จะใช้งานแนวไหน หากเป็นคนทำงานเอกสาร ก็อาจจะเลือกโน๊ตบุ๊คที่บางและเบา สเปคไม่สูงมาก หรือสายเล่นเกมก็ต้องดูที่ CPU และ GPU เป็นหลัก สายทำกราฟฟิคก็อาจจะต้องดูปริมาณ RAM ROM และค่าสีหน้าจอเป็นหลัก แตกต่างกันไปตามการใช้งานครับ

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านที่กำลังเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คดี ๆ สักตัวนะครับ ศึกษาดี ๆ ดูงบประมาณ อย่ารีบตัดสินใจ เพราะโน๊ตบุ๊คก็เหมือนคู่หูที่ต้องติดตัวอยู่กับเราไปอีกนานเลยล่ะครับ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending