Connect with us

LOCAL

ชาวบ้านอมก๋อยกว่าสองพันคน ร่วมคัดค้าน! เหมืองถ่านหิน-อุตสาหกรรม

Published

on

วันนี้มีรายงาจากทางแฟนเพจ ส่องกล้อง มองอมก๋อย ถึงประเด็นความยืดเยื้อของ ผลสรุปการสร้างเหมืองถ่านหินในพื้นที่อมก๋อย โดยระบุว่า

จับตา เวทีต่อต้านเหมืองแร่วันนี้ ดุเดือด และชาวบ้านไม่เห็นด้วย ไม่เอาและคัดค้าน ห้ามไม่ให้เกิด
อุตสหกรรมเหมืองแทนที่จะเข้ามาเป็นกลาง แต่กลับจะมากล่อมให้ชาวบ้านยอมรับ หน้า…..มาก ถามชาวบ้านไหมว่าเค้าต้องการ หรืออยากได้รึเปล่า ตอนนี้คนเกือบสองพัน ร่วมต่อต้าน อย่างดุเดือด และไม่เอาเด็ดขาด.

ส่องกล้อง มองอมก๋อย

ซึ่ง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา มีรายงานจาก MGR Online VDO (ผู้จัดการออนไลน์) ระบุว่า

ในขณะนี้ประชาชนในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เกี่ยวกับการสร้างเหมืองถ่ายหิน

ซ้ำยังเกิดกระแสต่อต้านคัดค้านการยื่นขอประทานบัตรเหมืองถ่านหินของเอกชนรายหนึ่งบน เนื้อที่ 284 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 12 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย 

และที่เป็นประเด็นมากที่สุดก็คือ พื้นที่นี้ “ตั้งอยู่ในเขตป่าอุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำ จึงเกรงว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ” 

ทางด้าน นางจันทรรัตน์ ปิยพัทธไชย์ อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า 

“การยื่นคำขอประทานบัตรดังกล่าวนั้นเป็นคำขอเก่าตั้งแต่เมื่อปี 2543 ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2510 อย่างไรก็ตามต่อมา พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 มีผลบังคับคับใช้ และกำหนดว่าต้องมีการจัดรับฟังความคิดเห็น จึงมีการเปิดประกาศรับฟังความคิดเห็น 30 วัน” 

อีกฝั่งทางด้านประชาชน ในขณะนี้ทราบว่ามีการยื่นเรื่องคำร้องคัดค้านและหลักฐานต่างๆ ผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภออมก๋อย 

และจะมีการส่งรายละเอียดมายังทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ตามขั้นตอนและจะมีการพิจารณาต่อไป

แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังสามารถสรุปได้ว่า การสร้างอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินนี้จะออกไปในทิศทางใด

อ่านต่อได้ที่ : https://chiangmaidailynews.com/local/546/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

ผู้บริหาร เอช.ไอ.พี. มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ และ ซีเอ็มดี นิวส์ (เชียงใหม่) ผู้หลงไหลในการพัฒนาดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การเมือง และการท่องเที่ยว

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LOCAL

อ.ดอยหล่อ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส หันมาปลูกแตงกวาหอมเตย ดูแลง่าย แถมกำไรเป็นแสน!

Published

on

หลังสัญญาณเตือนภัยแล้งจะมาเยือน เกษตรกร อ.ดอยหล่อ หันมาปลูกพืชฤดูแล้ง อย่าง แตงกวาหอมเตย ขายส่งออกต่างประเทศ ราคาดี โดย ใช้เวลาปลูกเพียง 3 เดือน หากปลูกเพียง 1 ไร่ ขายได้ราคา 150,000 บาท แถมยังช่วยประหยัดน้ำได้เยอะมาก

สำหรับแตงกวาหอมเตย ถูกพัฒนาสายพันธุ์จากแตงกวาทั่วไป แต่มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย จึงออกมาเป็นแตงกวากลิ่นใบเตย ซึ่งถือว่ามีแห่งเดียวที่ปลูก

ส่วนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรเพื่อการตลาดดอยหล่อ ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต แตงกวาหอมเตย ที่กำลังออกผลเต็มพื้นที่ปลูกเพื่อนำไปคัดแยกขนาดก่อนจะนำไปจำหน่ายให้กับตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า โดยก่อนหน้านี้กลุ่มเกษตรกร ได้เริ่มเพาะปลูกแตงกวาหอมเตย ในพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 3 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้  ซึ่งเกษตรกรใช้ระบบน้ำหยด ให้การให้น้ำกับต้นแตงกวาแต่ละต้น โดยต้นแตงกว่า 1 ต้นใช้น้ำเพียง 20 ลิตร ต่อฤดูกาล ทำให้ประหยัดน้ำจึงสามารถปลูกได้ในฤดูแล้ง

นอกจากนี้เกษตรกรทำระบบเกษตรอินทรีย์ ในการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้จึงปลอดสารเคมี ประหยัดค่าปุ๋ย และค่ายาฆ่าแมลงอีกด้วย ซึ่งการปลูกแตงกวาหอมเตย พื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะปลูกได้ 4 พันต้น ส่วนราคาวางขายแบบแพ็คบรรจุกล่อง 500 กรัมขาย 69 บาทในไทย หากขายส่งราคากิโลกรัมละ 85 บาท สามารถขายแตงกวาหอมเตย ได้เงินไม่ต่ำกว่า 150,000 ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้อย่างมาก และยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่องเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อตัวเกษตรกรและรายได้เข้าสู่ชุมชน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LOCAL

สูญกว่า 10 ล้าน! ไฟไหม้ร้านข้าวซอยในเชียงใหม่

Published

on

หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ช่วงกลางดึกกับอาคารลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลาอีกกว่า 1 ชั่วโมง ถึงจะควบคุมสถานการณ์ได้

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 01.30 น. พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ขุนหาญ สว.(สอบสวน) สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในช่วงวันเวลาดังกล่าว เป็นบริเวณร้านข้าวซอยลำดวน ริมถนนเชียงใหม่-ลำปาง ก่อนถึงแยกข่วงสิงห์ หลังได้รับแจ้งเรื่องจึงรีบเข้าตรวจเหตุ ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากเขตบริเวณร้านข้าวซอยลำดวนเป็นเขตชุมชน ที่ทางเจ้าหน้าที่มีความกังวลสูงว่าถ้าไฟลุกลามแล้วจะเกิดอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม

หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้ามาถึงที่เกิดเหตุ พบว่าไฟกำลังไหม้อาคารลักษณะครึ่งไม้ ครึ่งปูน ที่สูงกว่า 4 ชั้น ไฟปะทุอย่างรุนแรง จนต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน กว่าจะควบคุมสถานการณ์ไฟในครั้งนี้ได้ ใช้เวลาไปกว่า 1 ชั่วโมง เมื่อเวลาผ่านไปจนควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก็พบว่าอาคารทั้งหลังไม้เกือบหมด ทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด ไม่พบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

จากคำให้การของเจ้าของร้านข้าวซอยร้านนี้ ว่าตนได้เข้ามาปิดร้าน ไม่มีใครอยู่อาศัย ไม่มีผู้ดูแล จนกระทั่งในช่วงดึกเวลาดังกล่าว ได้มีผู้พบเห็นกลุ่มควันดำลอยออกมา จนกระทั่งเกิดเปลวเพลิงเป็นไฟสว่างจนเห็นได้ชัดเจน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่ว่าเพลิงก็ปะทุอย่างรุนแรง ทำให้อาคารวอดทั้งหลังด้วยความรวดเร็ว ต้นเหตุเจ้าหน้าสันนิษฐานว่า อาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด จนทำให้เกิดความร้อนเป็นประกายไฟและปะทุขึ้นมาได้ ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินที่เสียไป มีมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะมีการประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ เข้ามาทำการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยละเอียดต่อไป

ที่มา : https://www.amarintv.com/news-update/news-27109/495971/?utm_source=line&utm_medium=feed&utm_campaign=default

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LOCAL

เชียงใหม่ประชุมหารือเรื่องเตรียมเปิดตัวแคมเปญ “WE LOVE CHIANGMAI”

การประชุมร่วมกันเพื่อหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาช่วงนี้ จนเกิดเป็นแคมเปญภายใต้ชื่อ WE LOVE CHIANGMAI “Refreshing day” สร้รงภาพลักษณ์เชียงใหม่ ให้น่าจดจำยิ่งขึ้น

Published

on

การประชุมร่วมกันเพื่อหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาช่วงนี้ จนเกิดเป็นแคมเปญภายใต้ชื่อ WE LOVE CHIANGMAI “Refreshing day” สร้รงภาพลักษณ์เชียงใหม่ ให้น่าจดจำยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการประชุมเพื่อหารือกับทุกภาคส่วน เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ผ่านการแสดงความโดดเด่นเรื่องภาพลักษณ์ให้เป็นที่จดจำมากขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงโปรโมชั่นลดกันสนั่นเมือง โดยมี นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานนั่งประชุมหารือครั้งนี้ ในการจัดกิจกรรม WE LOVE CHIANGMAI “Refreshing day” ครั้งนี้มีผู้ให้ความรู้มือจากหลายหน่วย หลายองค์ ทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผู้แทนภาคเอกชน และภาครัฐ 

โดยทุกองค์มีเป้าหมายร่วมกันคือ ช่วยกันเตรียมจัดกิจกรรม WE LOVE CHIANGMAI ให้เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่กำหนดไว้เบื้องต้นคือ วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ซึ่งการรวมตัวกันครั้งนี้จะเกิดเป็นกิจกรรมที่อยู่ภายใต้เครือเดียวกันทั้งหมด แคมเปญเดียวกันและแบรนด์เดียวกัน ประหนึ่งว่าเป็นจังหวัดที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา จึงมีการเสริมทั้งเรื่องภาพลักษณ์ที่ดี จดจำง่าย มีความโดดเด่น และแตกต่างมากขึ้น

กิจกรรมนี้คาดว่าจะเกิดขึ้น ณ บริเวณข่วงประตูท่าแพ ส่วนรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดจะมีเพียงการนำเสนอเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ที่จะเตรียมลดกันสนั่นเมืองในวันนั้น 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Advertisement

Trending