Connect with us

LOCAL

แม่โจ้ รับน้องเดือด! แม่พาลูกชายลาออกแล้ว ระบุมหาวิทยาลัยจะไม่สนับสนุนรับน้อง แต่รุ่นพี่รับกันเอง

Published

on

จากกรณีที่ รับน้องสร้างสรรค์ระดับโคตรมหากาฬ ได้แชร์ภาพแชทหลุดจากกรณี รับน้องโหดของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข่าวหลุดออกมาว่า รุ่นน้องโดนใช้ก้านกล้วยพาดหลังจนเป็นรอยแผล รอยแดง ซึ่งมีข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ มีรุ่นน้องโดนไม้หน้าสามฟาดจนขาแข็งมาแล้ว

ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ออกมาชี้แจงว่า นักศึกษาออกไปจัดกิจกรรมรับน้องนอกมหาวิทยาลัยเอง โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ และเป็นความผิดที่มหาวิทยาลัยห้ามโดยเด็ดขาด มีโทษทางวินัยนักศึกษา

วานนี้พบข้อมูลจาก ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ระบุว่า ได้มีการพูดคุยกับคุณแม่ของน้องที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ลูกชายของตนเรียนสาขาประมงทรัพยากรทางน้ำ และเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่เรียกกันว่า 7 วันอันตราย ที่จัดขึ้นหลังมหาวิทยาลัยเปิดเทอม ซึ่งรุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้องต่อเนื่องทุกสัปดาห์จนลูกชายทนไม่ไหว แอบมาเล่าให้ฟังว่ามีการทารุณรุ่นน้อง กิจกรรมมีความรุนแรง เมื่อตนเห็นภาพก็ถึงกับตกใจว่าทำไมทางมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมรับน้องรุนแรงเช่นนี้

ซึ่งทางคุณแม่ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และให้ลูกชายยื่นใบลาออกจากมหาวิทยาลัย เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้จะเกิดผลกระทบกับลูก แม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นธรรมเนียมระหว่างรุนพี่และรุ่นน้อง ตนก็มองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป

นอกจากนี้ อยากให้ทางมหาวิทยาลัยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการรับน้อง แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะติดป้ายว่าไม่ส่งเสริมให้มีการรับน้องไม่สร้างสรรค์ แต่ตนทราบจากลูกชายว่า มีรุ่นพี่บางคนละเมิดกฎพารุ่นน้องไปทำกิจกรรมในที่ลับตาคน

ที่มา : https://www.facebook.com/Rubnongnajra/posts/2595632767191737

https://www.dailynews.co.th/regional/739820

https://education.kapook.com/view216669.html

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

ผู้บริหาร เอช.ไอ.พี. มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ และ ซีเอ็มดี นิวส์ (เชียงใหม่) ผู้หลงไหลในการพัฒนาดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การเมือง และการท่องเที่ยว

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LOCAL

ผ่อนปรน ระยะที่ 2 “กรีนบัส” กลับมาให้บริการแล้ว มีเส้นทางไหนบ้างมาอัปเดตกัน

Published

on

By

ตั้งการ์ดให้ดี แล้วออกเดินทางกันเลย!!  กรีนบัสพร้อมให้บริการต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน 2563 นี้ เพื่อเป็นการรองรับความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร แต่ 🥊 การ์ดห้ามตก มาอัปเดตกันมีเส้นทางไหนบ้าง ?

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเดินทางกับกรีนบัส สามารถเดินทางได้แล้วตามเส้นทางนี้นะคะ เชียงใหม่-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย-ลำปาง-ตาก-แม่สอด มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ เพราะทุกความจำเป็นมากมาย เราจึงต้องเดินทาง โดยมีด้วยกันทั้งหมด 6 เส้นทางได้แก่

🚌 166 เชียงใหม่ – เชียงราย 2
🚌 619 เชียงใหม่-แม่สาย
🚌 6721 เชียงใหม่-แม่สอด
🚌 198 เชียงใหม่-พะเยา
🚌 1691 เชียงใหม่-แพร่
🚌 146 ลำปาง – เชียงราย 2

นอกจากนนี้ยังมีมาตรการสำหรับผู้เดินทางนั่นก็คือ วิถีการเดินทางในแบบ “New Normal”

1.) ให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการซื้อตั๋วโดยสาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อลดความแออัด ด้วยการซื้อหรือจองตั๋วโดยสารผ่านช่องทางการจำหน่ายตั๋วโดยสารล่วงหน้า 

  • เข้าเว็บไซต์ www.greenbusthailand.com
  •  เลือกวันเดินทางและสถานีปลายทางที่ลง
  •  เลือกเที่ยวรถที่ต้องการเดินทาง, ตรวจสอบเวลาเดินทาง
  •  เลือกที่นั่ง โดยเว้นระยะห่างนั่งชิดหน้าต่างเท่านั้น
  •  กรอกข้อมูลของผู้โดยสาร
  •  ชำระเงินและรับหลักฐานการเดินทาง


2.) เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยจัดให้มีการเว้นเบาะที่นั่งโดยสารเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

  • ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง
  • หมั่นล้างมือด้วยเจลล้างมือ หรือแอลกอฮอล์เจล
  • ต้องให้ความร่วมมือในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรีนบัส
  • กรอกแบบฟอร์ม ต.8 ขอเดินทางข้ามจังหวัดและนำติดตัวตลอดการเดินทาง
  • ห้ามรับประทานอาหารบนรถโดยสาร
  • ปฏิบัติตามมาตรการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันโรคของแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด


3.) กรอกแบบฟอร์มการเดินทาง แบบ ต.8 คค ทุกครั้ง และเผื่อเวลาเดินทางมาถึงสถานีก่อนล่วงหน้า 30 นาที และรักษาระยะห่างระหว่างกัน ทั้งบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารและะจุดขึ้นลงรถโดยสาร

  • เข้า web.dlt.go.th/t8/ หรือสแกน Qr code ตามภาพ
  • กดปุ่ม”บันทึกข้อมูลผู้โดยสาร แบบ ต.8 คค” 
  • กรอกข้อมูล ให้ถูกต้อง

เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาปริ้นและเขียนข้อมูลในกระดาษอีกต่อไป ช่วยกันรักษ์โลกอีกต่างหาก 😊 

สำหรับเวลาเดินรถ เดือนมิถุนายน อัปเดตทุกเส้นทางแล้ว สามารถซื้อตั๋วโดยสารได้แล้ววันนี้และที่สำคัญการ์ดอย่าตก…ช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการเชิงรุก Green Protection ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง เราจะชนะไวรัสนี้ไปด้วยกัน ตามมาตรการเชิงรุกของทาง Green Bus กันด้วยนะครับ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

โรงแรมเพชรงามทาสีใหม่ เทศบาลเชียงใหม่ยัน อยู่นอกเขตคุมโทน ทำได้ไม่ผิด!

Published

on

ก่อนหน้านี้ โรงแรมเพชรงาม ริมถนนเจริญประเทศ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ปรับปรุงทาสีใหม่เป็นสีฟ้าอมเขียว โดดเด่นอยู่กลางเมือง สร้างความกังวลใจให้กับเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ที่มองว่าสีสันที่จัดจ้าน จะทำให้เสียภูมิทัศน์ของเมืองจนอาจมีผลต่อการพิจารณาให้เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกที่ทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันผลักดันอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบข้อกฎหมายยืนยันสามารถทำได้อย่างถูกต้อง

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ตัวแทนเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ให้ความเห็นว่า แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่สีสันที่ฉูดฉาด แปลกแยกจากบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างรอบข้างที่ใช้สีโทนอ่อนทำให้ดูไม่เข้ากัน เบื้องต้นทราบว่าบริเวณที่ตั้งของโรงแรม อยู่นอกเขตโซนนิ่งควบคุมโทนสีอาคารสิ่งปลูกสร้างของเทศบัญญัติของเทศบาลนครเชียงใหม่ แต่หลังจากนี้เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ จะเคลื่อนไหวผลักดันให้ขยายพื้นที่ควบคุมให้มากขึ้น เพื่อให้เมืองเชียงใหม่มีความสวยงาม สอดคล้องไปกับวิถีชีวิตเมืองแห่งวัฒนธรรม

ด้าน พล.ท.ภาณุ โรจนวสุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ บอกว่า ในเขตเมืองเชียงใหม่ มีเทศบัญญัติเทศบาลนครเชียงใหม่ เรื่อง กําหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ฯ บังคับใช้ในพื้นที่ 6 ตำบล กินพื้นที่คูเมืองชั้นนอกและชั้นในที่กำหนดให้เป็นเขตเมืองเก่า ประกอบด้วย ตําบลศรีภูมิ ตําบลสุเทพ ตําบลช้างม่อย ตําบลพระสิงห์ ตําบลช้างคลาน และ ตําบลหายยา 

มีเนื้อหาในส่วนการคุมโทนสีของอาคารสิ่งปลูกสร้าง ต้องเป็นสีน้ำตาล ครีม ขาว ขาวนวล สีของวัสดุธรรมชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ผนังภายนอก และมีค่าการสะท้อนแสงไม่เกินร้อยละ 30 สำหรับอาคารโรงแรมแห่งนี้ อยู่นอกเขตบังคับใช้ของเทศบัญญัติฯ

สำหรับโรงแรมเพชรงาม ถือเป็นโรงแรมเก่าแก่ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ริมแม่น้ำปิงและใกล้กับย่านเศรษฐกิจสำคัญไนท์บาร์ซ่า เปิดให้บริการในปี 2520 ส่วนอาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นประมาณปี 2535 เป็นสีขาวครีม ก่อนที่ล่าสุดจะรีโนเวทเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมเขียว ขณะที่ผู้บริหารโรงแรม อธิบายว่า มีความตั้งใจใช้สีที่สอดคล้องกับธรรมชาติ คือ สีฟ้าอมเขียว และทางโรงแรมสามารถดำเนินการได้เนื่องจากไม่ติดข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นข้อกังวลเรื่องโทนสีกับเมืองเก่า มองว่าไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะในเมืองเก่าในหลายประเทศมีอากคารสิ่งปลูกสร้างที่ใช้โทนสีที่มีความโดดเด่นด้วยเช่นกัน

ขอบคุณที่มารูปภาพและข้อมูลจาก Workpoint News

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

7 มิ.ย.นี้ เจอกัน! ถนนคนเดินเชียงใหม่วันอาทิตย์

Published

on

หลังจากได้มีการประชุมเรื่อง ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ซึ่งมีมติเห็นชอบให้เปิดถนนคนเดินได้ในวันที่ 7 มิ.ย. 63 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 21.00 น. ซึ่งยังคงมีมาตรการควบคุมดูแลการเข้าถนนคนเดินด้วย

ขอขอบคุณภาพจาก : kanokwannoon

วันที่ 25 พ.ค. 63 ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงใหม่ มีการจัดประชุมหารือเรื่องการเปิดถนนคนเดินราชดำเนินวันอาทิตย์ของเชียงใหม่ โดยมี นายณัฐฐชูเดช วิริยะดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ ทั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการตัวแทนถนนคนเดินเข้าร่วมประชุม จนมีมติเห็นชอบ ให้สามารถดำเนินการเปิดถนนคนเดินวันอาทิตย์ที่ 7 มิ.ย. 63 นี้ เริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 21.00 น. 

ขอขอบคุณภาพจาก : เชียงใหม่นิวส์

ทางด้านนายเอกชัย ท้าวคำมา หัวหน้าฝ่ายปกครอง ได้มีการชี้แจงถึงมาตรการเตรียมความพร้อม เพื่อเป็นแนวทางให้คณะกรรมการได้นำไปปฏิบัติดังนี้

  1. มีการควบคุมทางเข้าออก ตั้งจุดคัดกรองผู้ป่วย 4 จุด มีเจ้าหน้าที่เข้าจุดคัดกรองเวลา 16.00 น.
  2. จุดที่ 1 หน้าโรงแรมอิมโฮเทล (ประตูท่าแพ)
  3. จุดที่ 2 หน้าวัดพระสิงห์ 
  4. จุดที่ 3 สี่แยกยุพราช
  5. จุดที่ 4 สี่แยกพุทธิโสภณ 
  6. การเตรียมสถานที่ จำหน่ายอาหาร กับ สินค้า มีการกำหนดมาตรการระยะห่างของผู้ค้า ที่ต้องมีระยะไม่น้อยกว่า 1 เมตร อีกทั้งจะต้องมีฉากกั้นระหว่างร้านค้าด้วย โดยเฉพาะร้านขายอาหาร ที่ต้องมีฉากกั้นระหว่างผู้ค้า กับลูกค้า
  7. มีการตรวจสัดอุณหภูมิร่างกาย ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส จัดทำทะเบียนผู้ค้าถนนคนเดิน และบันทึกเวลาในการค้าขาย เพื่อใช้สำหรับการติดตาม หากกรณีมีผู้ติดเชื้อ
  8. การลดสัมผัสโดยตรงในการชำระเงิน ให้มีตะกร้าใส่เงินแทนการสัมผัสโดยตรง หรือเลือกใช้การชำระเงินแบบออนไลน์
  9. ติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ครบถ้วน เพื่อลดการสอบถาม
  10. ผู้ค้าต้องมีเจลแอลกอฮอล์ตั้งหน้าร้าน
ขอขอบคุณภาพจาก : TheTripPacker

หากร้านค้าไหนฝ่าฝืนมาตรการข้างต้น จะมีคณะกรรมการควบคุมโรคฯ เข้าไปตักเตือน และหากยังพบว่ามีการฝ่าฝืนอีก จะถูกระงับการจำหน่ายสินค้าต่อไป และหากตรวจพบว่าโซนไหนมีจำวนร้านค้าที่ฝ่าฝืน เกินกว่า 20% จะถูกระงับและยกเลิกอีกเช่นกัน ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งเวทีการแสดง กิจกรรมเปิดหมวก และร้านนวด

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
Advertisement

Trending