Connect with us

LOCAL

ประชาชนในพื้นที่อำเภออมก๋อย วิจารณ์หนัก ค้านเหมืองถ่านหิน-อุตสาหกรรม ทางจังหวัด ยืนยันต้องเปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชน

Published

on

ประชาชนในพื้นที่อำเภออมก๋อย วิจารณ์หนัก ค้านเหมืองถ่านหิน-อุตสาหกรรม ทางจังหวัด ยืนยันต้องเปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชน

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา มีรายงานจาก MGR Online VDO (ผู้จัดการออนไลน์) ระบุว่า

ในขณะนี้ประชาชนในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เกี่ยวกับการสร้างเหมืองถ่ายหิน

ซ้ำยังเกิดกระแสต่อต้านคัดค้านการยื่นขอประทานบัตรเหมืองถ่านหินของเอกชนรายหนึ่งบน เนื้อที่ 284 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 12 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย 

และที่เป็นประเด็นมากที่สุดก็คือ พื้นที่นี้ “ตั้งอยู่ในเขตป่าอุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำ จึงเกรงว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ” 

ทางด้าน นางจันทรรัตน์ ปิยพัทธไชย์ อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า 

“การยื่นคำขอประทานบัตรดังกล่าวนั้นเป็นคำขอเก่าตั้งแต่เมื่อปี 2543 ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2510 อย่างไรก็ตามต่อมา พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 มีผลบังคับคับใช้ และกำหนดว่าต้องมีการจัดรับฟังความคิดเห็น จึงมีการเปิดประกาศรับฟังความคิดเห็น 30 วัน” 

อีกฝั่งทางด้านประชาชน ในขณะนี้ทราบว่ามีการยื่นเรื่องคำร้องคัดค้านและหลักฐานต่างๆ ผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภออมก๋อย 

และจะมีการส่งรายละเอียดมายังทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ตามขั้นตอนและจะมีการพิจารณาต่อไป



ที่มา : https://www.youtube.com/watch?time_continue=1&v=Lxk5_SxzeVk

https://mgronline.com/local/detail/9620000049583

รูปภาพ : https://siamrath.co.th/n/80809

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

ผู้บริหาร เอช.ไอ.พี. มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ และ ซีเอ็มดี นิวส์ (เชียงใหม่) ผู้หลงไหลในการพัฒนาดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การเมือง และการท่องเที่ยว

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LOCAL

อ.ดอยหล่อ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส หันมาปลูกแตงกวาหอมเตย ดูแลง่าย แถมกำไรเป็นแสน!

Published

on

หลังสัญญาณเตือนภัยแล้งจะมาเยือน เกษตรกร อ.ดอยหล่อ หันมาปลูกพืชฤดูแล้ง อย่าง แตงกวาหอมเตย ขายส่งออกต่างประเทศ ราคาดี โดย ใช้เวลาปลูกเพียง 3 เดือน หากปลูกเพียง 1 ไร่ ขายได้ราคา 150,000 บาท แถมยังช่วยประหยัดน้ำได้เยอะมาก

สำหรับแตงกวาหอมเตย ถูกพัฒนาสายพันธุ์จากแตงกวาทั่วไป แต่มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย จึงออกมาเป็นแตงกวากลิ่นใบเตย ซึ่งถือว่ามีแห่งเดียวที่ปลูก

ส่วนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรเพื่อการตลาดดอยหล่อ ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต แตงกวาหอมเตย ที่กำลังออกผลเต็มพื้นที่ปลูกเพื่อนำไปคัดแยกขนาดก่อนจะนำไปจำหน่ายให้กับตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า โดยก่อนหน้านี้กลุ่มเกษตรกร ได้เริ่มเพาะปลูกแตงกวาหอมเตย ในพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 3 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้  ซึ่งเกษตรกรใช้ระบบน้ำหยด ให้การให้น้ำกับต้นแตงกวาแต่ละต้น โดยต้นแตงกว่า 1 ต้นใช้น้ำเพียง 20 ลิตร ต่อฤดูกาล ทำให้ประหยัดน้ำจึงสามารถปลูกได้ในฤดูแล้ง

นอกจากนี้เกษตรกรทำระบบเกษตรอินทรีย์ ในการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้จึงปลอดสารเคมี ประหยัดค่าปุ๋ย และค่ายาฆ่าแมลงอีกด้วย ซึ่งการปลูกแตงกวาหอมเตย พื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะปลูกได้ 4 พันต้น ส่วนราคาวางขายแบบแพ็คบรรจุกล่อง 500 กรัมขาย 69 บาทในไทย หากขายส่งราคากิโลกรัมละ 85 บาท สามารถขายแตงกวาหอมเตย ได้เงินไม่ต่ำกว่า 150,000 ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้อย่างมาก และยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่องเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อตัวเกษตรกรและรายได้เข้าสู่ชุมชน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LOCAL

สูญกว่า 10 ล้าน! ไฟไหม้ร้านข้าวซอยในเชียงใหม่

Published

on

หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ช่วงกลางดึกกับอาคารลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลาอีกกว่า 1 ชั่วโมง ถึงจะควบคุมสถานการณ์ได้

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 01.30 น. พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ขุนหาญ สว.(สอบสวน) สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในช่วงวันเวลาดังกล่าว เป็นบริเวณร้านข้าวซอยลำดวน ริมถนนเชียงใหม่-ลำปาง ก่อนถึงแยกข่วงสิงห์ หลังได้รับแจ้งเรื่องจึงรีบเข้าตรวจเหตุ ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากเขตบริเวณร้านข้าวซอยลำดวนเป็นเขตชุมชน ที่ทางเจ้าหน้าที่มีความกังวลสูงว่าถ้าไฟลุกลามแล้วจะเกิดอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม

หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้ามาถึงที่เกิดเหตุ พบว่าไฟกำลังไหม้อาคารลักษณะครึ่งไม้ ครึ่งปูน ที่สูงกว่า 4 ชั้น ไฟปะทุอย่างรุนแรง จนต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน กว่าจะควบคุมสถานการณ์ไฟในครั้งนี้ได้ ใช้เวลาไปกว่า 1 ชั่วโมง เมื่อเวลาผ่านไปจนควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก็พบว่าอาคารทั้งหลังไม้เกือบหมด ทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด ไม่พบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

จากคำให้การของเจ้าของร้านข้าวซอยร้านนี้ ว่าตนได้เข้ามาปิดร้าน ไม่มีใครอยู่อาศัย ไม่มีผู้ดูแล จนกระทั่งในช่วงดึกเวลาดังกล่าว ได้มีผู้พบเห็นกลุ่มควันดำลอยออกมา จนกระทั่งเกิดเปลวเพลิงเป็นไฟสว่างจนเห็นได้ชัดเจน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่ว่าเพลิงก็ปะทุอย่างรุนแรง ทำให้อาคารวอดทั้งหลังด้วยความรวดเร็ว ต้นเหตุเจ้าหน้าสันนิษฐานว่า อาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด จนทำให้เกิดความร้อนเป็นประกายไฟและปะทุขึ้นมาได้ ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินที่เสียไป มีมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะมีการประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ เข้ามาทำการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยละเอียดต่อไป

ที่มา : https://www.amarintv.com/news-update/news-27109/495971/?utm_source=line&utm_medium=feed&utm_campaign=default

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LOCAL

เชียงใหม่ประชุมหารือเรื่องเตรียมเปิดตัวแคมเปญ “WE LOVE CHIANGMAI”

การประชุมร่วมกันเพื่อหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาช่วงนี้ จนเกิดเป็นแคมเปญภายใต้ชื่อ WE LOVE CHIANGMAI “Refreshing day” สร้รงภาพลักษณ์เชียงใหม่ ให้น่าจดจำยิ่งขึ้น

Published

on

การประชุมร่วมกันเพื่อหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาช่วงนี้ จนเกิดเป็นแคมเปญภายใต้ชื่อ WE LOVE CHIANGMAI “Refreshing day” สร้รงภาพลักษณ์เชียงใหม่ ให้น่าจดจำยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการประชุมเพื่อหารือกับทุกภาคส่วน เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ผ่านการแสดงความโดดเด่นเรื่องภาพลักษณ์ให้เป็นที่จดจำมากขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงโปรโมชั่นลดกันสนั่นเมือง โดยมี นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานนั่งประชุมหารือครั้งนี้ ในการจัดกิจกรรม WE LOVE CHIANGMAI “Refreshing day” ครั้งนี้มีผู้ให้ความรู้มือจากหลายหน่วย หลายองค์ ทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผู้แทนภาคเอกชน และภาครัฐ 

โดยทุกองค์มีเป้าหมายร่วมกันคือ ช่วยกันเตรียมจัดกิจกรรม WE LOVE CHIANGMAI ให้เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่กำหนดไว้เบื้องต้นคือ วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ซึ่งการรวมตัวกันครั้งนี้จะเกิดเป็นกิจกรรมที่อยู่ภายใต้เครือเดียวกันทั้งหมด แคมเปญเดียวกันและแบรนด์เดียวกัน ประหนึ่งว่าเป็นจังหวัดที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา จึงมีการเสริมทั้งเรื่องภาพลักษณ์ที่ดี จดจำง่าย มีความโดดเด่น และแตกต่างมากขึ้น

กิจกรรมนี้คาดว่าจะเกิดขึ้น ณ บริเวณข่วงประตูท่าแพ ส่วนรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดจะมีเพียงการนำเสนอเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ที่จะเตรียมลดกันสนั่นเมืองในวันนั้น 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Advertisement

Trending