Connect with us

LOCAL

สุโขทัย-เชียงใหม่-พะเยา เตรียมรุกการท่องเที่ยว เชื่อมดินแดนสามกษัตริย์

Published

on

เอกชน 3 จังหวัดเปิดรูตท่องเที่ยวสามเหลี่ยมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-มรดกโลก กระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่เชื่อมโยงดินแดนสามกษัตริย์ “สุโขทัย-เชียงใหม่-พะเยา” พร้อมลงนาม MOU ความร่วมมือจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันในเชิงชุมชน-เกษตร-สุขภาพ นำร่องจัดแรลลี่ “ตามรอย 3 พญา กษัตราล้านนาไทย” ด้วยรถ 333 คัน ก่อนจะผลักดันการเป็นเมืองพำนักระยะยาว (long stay) เปิดเส้นทางบินระยะสั้นใน 3 เมืองในอนาคต

นายอนันต์ธรณ์ โหจินดารัตน์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางสมาคมได้ให้ความสำคัญการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวในพื้นที่ และข้ามจังหวัด เพื่อให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้มีสภาพคล่องสูงขึ้น จึงได้ประสานงานผ่านทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และภาคเอกชนจังหวัดพะเยา โดยทั้ง 3 จังหวัดจะดำเนินกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวร่วมกันในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ โดยการจัดแรลลี่ “ตามรอย 3 พญา กษัตราล้านนาไทย” ด้วยรถ 333 คัน ซึ่งจะจัดให้ครอบคลุมเส้นทาง 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย และพะเยาภายในเดือนตุลาคม 2563 รวมถึงความร่วมมือการเป็นเมืองพำนักระยะยาว (long stay) เมือง smart city และการเปิดเส้นทางบินระยะสั้น 3 เมืองในอนาคต

ทั้ง 3 จังหวัดได้ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ทำให้จังหวัดท่องเที่ยวหลักรอรับ หรือหยุดนิ่งไม่ได้ต้องมีการเชื่อมโยงท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนในแต่ละพื้นที่ โดยใช้ศักยภาพและความโดดเด่นมาดึงดูดนักท่องเที่ยว และจะต้องมีสิทธิพิเศษด้วยทั้งด้านการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือเชิงสุขภาพ ซึ่งทางจังหวัดสุโขทัย เชียงใหม่ และพะเยา มีความเกี่ยวข้องกันเชิงประวัติศาสตร์ผ่านสามกษัตริย์ ได้แก่ พญางำเมือง แห่งอาณาจักรภูกามยาว หรือพะเยาในปัจจุบัน พญามังราย แห่งอาณาจักรเชียงราย-เชียงแสน และพญาร่วง แห่งอาณาจักรสุโขทัย จึงเป็นแนวคิดที่ภาคเอกชนทั้ง 3 จังหวัดจะจัดกิจกรรมร่วมกันในอนาคต

นายอนันต์ธรณ์กล่าวต่อไปว่า ในเร็ว ๆ นี้ ทั้ง 3 จังหวัดจะได้ลงนามความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ และสร้างการหมุนเวียนเศรษฐกิจในท้องถิ่น (local economy) โดยจัดโครงการท่องเที่ยวข้ามจังหวัด ในเส้นทางที่มีศักยภาพและอัตราพิเศษ และส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายต้นแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามจังหวัดที่ได้มาตรฐาน การให้บริการนักท่องเที่ยว อันจะทำให้เกิดการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างกัน รวมถึงสร้างการตื่นตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวของทั้ง 2 จังหวัดในการต้อนรับนักท่องเที่ยวภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (new normal) รวมถึงมีการพัฒนาบุคลากรในการเตรียมความพร้อมด้านขีดความสามารถของผู้ประกอบการท่องเที่ยวช่วงเปลี่ยนผ่านของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ควบคุมและสู่การสิ้นสุดในอนาคต นอกจากนั้นจะได้ร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการด้านการตลาด ฐานข้อมูลการท่องเที่ยวระหว่างกันเพื่อบูรณาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวชุมชน และอนุรักษ์ระหว่างกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดพะเยามีแผนงานที่จะผลักดันการก่อสร้างสนามบินจังหวัดพะเยา “Phayao Green Airport” ในเขตตำบลแม่กา และตำบลจำป่าหวาย ซึ่งใกล้กับศูนย์การแพทย์ฯ และมหาวิทยาลัยพะเยา จำนวน 2,500 ไร่ หากโครงการมีความเป็นไปได้ในการลงทุนจะทำให้อนาคตสามารถเกิดการบินเชื่อมโยงกันในระยะสั้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และพำนักระยะยาวใน 3 จังหวัดได้ รวมถึงจะเป็นสามเหลี่ยมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ตามรอย 3 พญา กษัตราล้านนาไทยทั้งสามพระองค์ด้วย

ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LOCAL

มช.เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “กินในมอ” เพื่อรับโครงการ “อาหารสุขภาพและโภชนาการสมดุล ในยุคดิจิทัล”

Published

on

เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สู่การเป็น “มหาวิทยาสุขภาพ” และตอบรับโครงการอาหารสุขภาพและโภชนาการสมดุลในยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการนำร่องโดยศูนย์อาหารทั้งหมด 5 แห่ง รวมร้านอาหารทั้งหมดกว่า 85 ร้าน ที่เข้าร่วมตัวแอปพลิเคชั่น “กินในมอ” เวอร์ชั่น 1.0 แล้วเรียบร้อย ภายในแอปจะมีการแนะนำอาหาร เครื่องดื่ม ที่ดีต่อสุขภาพ และช่วยคำนวณพลังงานให้อีกด้วย

ด้าน ศ.นพ.กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า

ตัวแอปพลิเคชั่น “กินในมอ” จะทำการเก็บข้อมูลจากร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในรายการอาหารแต่ละประเภท ว่าให้พลังงานเท่าไหร่ มีสารอาหารใดบ้าง ปริมาณเท่าใด ผู้ใช้งานสามารถระบุน้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อให้ตัวแอปช่วยคำนวณค่า BMI จากนั้นจะนำไปประเมิณถึงค่าพลังงานที่เหมาะสมต่อวัน และจะมีการแจ้งเตือนขึ้นมาหากในวันนั้น ได้รับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน หรือโซเดียมมากเกินไป ซึ่งจะช่วยควบคุมความเหมาะสมของการเลือกทานอาหาร ให้เกิดเป็นวินัยที่ดีในการบริโภคอีกด้วย

ขอขอบคุณภาพจาก : Newsplus

ณ ตอนนี้ตัวแอปพลิเคชั่น ยังอยู่ในช่วง ทดลองการใช้งาน เฉพาะระบบปฏิบัติการ Android อยู่ โดยทางผู้พัฒนาคาดว่า ตัวแอป “กินในมอ” จะพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบได้ในอีก3 ปี โดยในระยะยาวทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้องการให้ตัวแอปนี้เป็นผู้ช่วยในการวางแผนการบริโภคให้กับนักศึกษา และรวมถึงบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยด้วย

ขอบคุณภาพจาก : Thansettakij

เพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกินอันเกินพอดี อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัย ได้ปรับปรุงรายการอาหาร ให้ตอบโจทย์และเพิ่มความใส่ใจต่อสุขภาพผู้บริโภคมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็อาจต้องขึ้นอยู่กับ ต้นทุนในการจัดการอาหาร รวมถึงค่าเช่าพื้นที่ภายในโรงอาหารของแต่ละภาคส่วน อันเป็นปัจจัยสำคัญแก่การปรับปรุงอาหารด้วย 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

อย่าหาทำ! หม่อมถนัดแดกแรงอีก “โพสต์ภาพท่ายืนฉี่” ลงเขื่อนแม่งัด!!

Published

on

โซเชียลรุมถล่มยับ เมื่อหม่อมถนัดแดก โพสต์ภาพตน ทำท่ายืนฉี่ ลงเขื่อนแม่งัด หลังออกมาโต้สื่อว่า ที่เห็นเป็นฟองนั่นเท “โซดา” ไม่ใช่ฉี่จริง

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 63 ได้มีการแชร์ภาพในโลกโซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่หม่อมถนัดแดกได้โพสต์ภาพตัวเองขณะที่มีท่ายืนฉี่ ลงเขื่อนแม่งัด ทำให้หลายคนไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีแคปชั่นรูปภาพที่ส่อมากขึ้นกับคำว่า “พี่ขอระบาย”  

โดยสถานการณ์ล่าสุดนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานศรีลานนา ได้มีการทำหนังสือเพื่อกล่าวเตือนแก่เจ้าของแพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการแจ้งต่อนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าพักว่า “ห้ามปล่อยสิ่งปฏิกูลลงน้ำ” ในขณะเดียวกันนี้ทางด้าน หม่อมถนัดแดก หรือ นายสหัสวรรษ ก็ได้เดินทางมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ในช่วงเย็น จากการประสานผ่านหนังสือดังกล่าว

สุดท้าย นายสหัสวรรษ(หม่อมถนัดแดก) ยอมรับผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่บอกว่า ตนนั้นทำท่านี้เพียงเพราะต้องการหยอกล้อ แกล้งน้องๆ ทีมงานเพียงเท่านั้น ดังที่เคยทำมาก่อนในอดีต ส่วนน้ำลงไปในเขื่อนแม่งัดก็เป็นเพียงแค่ “โซดา” ที่ตนเทลงไปเพื่อเกิดฟองดังภาพเท่านั้นเอง หลังจากที่เห็นกระแสด้านลบของภาพที่ปล่อยออกไป ตนจึงได้ทำการลบภาพนั้นไปเรียบร้อยแล้ว

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

“รถเมล์เชียงใหม่” ยันไม่เจ๊ง! แค่จอดรอโควิดดีขึ้นกว่านี้

Published

on

หลังมีกระแสรถเมล์ในเชียงใหม่อย่าง RTC ประกาศขายรถหรือเลิกกิจการนั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าไม่เจ๊ง เพียงแค่จอดรอจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้นมากกว่านี้!

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้ทำให้กิจการอย่างรถเมล์เชียงใหม่ RTC ไม่ได้ยืนยันหรือเลิกกิจการ แต่กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาผลกระทบจากโควิด-19 ในรอบที่สองและกำลังจะจัดการหารถใหม่ หากพบว่าสถานการณ์ดีขึ้น ควบคุมได้ จะกลับเดินรถอีกครั้ง ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจได้

จากกรณีที่บริษัท รีเจียนนอล ทรานซิท โคเปอร์เรชั่น จำกัด ผู้ประกอบการเดินรถประจำทางเชียงใหม่ ซิตี้ บัส (RTC Chiang Mai City Bus) ได้งดให้บริการเดินรถมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ขณะที่บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ผู้ชนะการประมูลโครงการจัดหาและซ่อมบำรุงรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้นำรถโดยสารจากเชียงใหม่ 4 คัน มาเป็นรถสำรองของ ขสมก.แทน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการประกาศขายรถโดยสารในราคา 2.5 ล้านบาท ทำให้กลายเป็นที่วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่ารถเมล์เชียงใหม่ซิตี้บัสจะเลิกกิจการหรือไม่

ล่าสุดวันที่ 11 ก.ย.63 ทางเฟซบุ๊ก “รถเมล์เชียงใหม่ RTC Chiang Mai City Bus” ได้ประกาศผ่านทางเพจว่า “จากการที่มีผู้ให้ข่าวการเลิกกิจการของ RTC ในสื่อประเภทต่างๆ นั้น RTC ขอชี้แจงว่า ข่าวการเลิกกิจการเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ปัจจุบัน RTC อยู่ระหว่างพิจารณาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิดรอบที่สอง  และการจัดหารถสมาร์ทบัสขนาดตัวรถเล็กลงที่จะเปิดให้บริการครั้งใหม่ ทั้งนี้ เมื่อเป็นที่แน่ใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคได้และผู้โดยสารมีความมั่นใจ RTC จะเปิดบริการได้ดังเดิม สำหรับช่วงเวลาการเปิดดำเนินการที่ชัดเจน RTC จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

แม้ปัจจุบันนี้รถเมล์ RTC ยังหยุดให้บริการ แต่ยังมีรถเมล์ขนาดเล็กสีขาวยังให้บริการตามปกติ โดยรักษาระยะห่างทางสังคมอยู่ (Social Distancing) ซึ่งเปิดให้บริการ 3 สาย ได้แก่
สาย B1 สถานีขนส่งอาเขต – สวนสัตว์เชียงใหม่
สาย B2 สถานีขนส่งอาเขต – สนามบินเชียงใหม่
สาย B3 สถานีขนส่งอาเขต – โรงพยาบาลนครพิงค์
ให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

สามารถติดตามข่าวสารรลเมล์เชียงใหม่ได้ทางเพจ CMD News ได้ตลอด จะได้ไม่พลาดทุกข่าวสาร

ข้อมูลจาก : MGR Online

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending