Connect with us

NEWS

รัฐใจป๋า!!! กับโครงการใหม่ “กระทรวงการคลัง แจกจัดหนัก 50,000 บาท บ้านดีมีดาวน์”

Published

on

ประกาศแล้ว! กับโครงการ บ้านดีมีดาวน์ กับแนวทาง แจกเงิน 50,000 บาท ดาวน์บ้าน ที่จำกัดจำนวน 100,000 ราย ซึ่งสามารถสมัครทาง www.บ้านดีมีดาวน์.com เริ่ม 11 ธค. นี้ ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดภาระ และสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ  บ้านดีมีดาวน์ ได้

  • เป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี
  • เป็นผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร  
  • มีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (เพื่อรับการโอนเงินเข้าบัญชี)
  • สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้านจากธนาคาร มีการทำนิติกรรม โอนจดจำนองเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป จำนวน 100,000 รายแรก 

โดยโครงการ บ้านดีมีดาวน์นี้ จะสามารถทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 144,000 ล้านบาท รวมกับสินเชื่อต่างๆ ของธนาคาร และมาตรการชิม ช้อบ ใช้ จะสร้างอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี.) ในปีหน้า ได้ประมาณ 2.8 %

ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ บ้านดีมีดาวน์

สำหรับประชาชนผู้ที่สนใจ โครงการ สามารถขอสินเชื่อบ้านได้จากธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 หากธนาคารอนุมัติสินเชื่อ ทำนิติกรรม มีการจดจำนองเรียบร้อย ภายใน 100,000 รายแรก และเมื่อรัฐบาลตรวจสอบคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการแล้ว จะมีสิทธิ์ได้คืนเงินค่าดาวน์บ้าน 50,000 บาท

  • สมัครทาง www.บ้านดีมีดาวน์.com ตั้งแต่วันที่ 11 ธค. 62 – 31 มีค. 63 กรมการปกครอง กรมสรรพากร เครดิตบูโร และ  ITMX
  • รอพิจารณา และเมื่อคุณเป็นผู้ผ่านคุณสมบัติ จะได้รับ SMS แจ้งผลรอบแรก ผู้กู้ต้องอยู่ในระบบภาษีและรายได้ไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี
  • สถาบันการเงินพิจารณาคำขอกู้ ผู้กู้ต้องไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อและจดจำนองก่อน 27 พย. 62
  • ระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ของเลขที่ PROMPT PAY เฉพาะ ID card 
  • ธอส. โอนเงิน 50,000 บาท เข้าบัญชี PROMPT PAY ของผู้กู้หลัก
  • ผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับสิทธิ์ได้รับโอนเงิน

สำหรับประชาชนผู้ที่สนใจโครงการ บ้านดีมีดาวน์ สามารถขอสินเชื่อบ้านได้จากธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 หากธนาคารอนุมัติสินเชื่อ ทำนิติกรรม มีการจดจำนองเรียบร้อย ภายใน 100,000 รายแรก และเมื่อรัฐบาลตรวจสอบคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการแล้ว จะมีสิทธิ์ได้คืนเงินค่าดาวน์บ้าน 50,000 บาท

ขอบคุณที่มาจาก : สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS

แพทย์ศิริราชเตือน! ไม่ทำตามมาตรการ ‘โควิด-19’ รอบ 2 มาแน่! ระบาดหนักกว่าเดิม

Published

on

คณบดีแพทยศาสตร์ศิริราชเตือน! คลายล็อคประเทศระวังโควิด-19 หวนกลับมาระบาดรอบ 2 คราวนี้อาจจะตายมากกว่าเดิม 1 เท่า! เคร่งให้ทุก ๆ  คนช่วยกันดำเนินตามมาตรการอย่าให้การ์ดตก

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงความคิดเห็นผ่าน ‘Mahidol Channel’ เกี่ยวกับโรคโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 ว่า ไทยเรามีโอกาสเจอการระบาดรอบที่ 2 ครั้งนี้จะกลับมาระบาดและเสียชีวิตมากขึ้นอีก 1 เท่าตัว ถ้าหากมีการติดเชื้อวันละ 100 คน การแพร่กระจายจะเพิ่มขึ้นเป็นยกกำลัง 2 ไม่ใช่คูณ 2

ที่ครั้งนี้คณบดีคณะแพทย์ออกมาเตือนครั้งนี้ ไม่ใช่การขู่ แต่ต้องการมาเตือนให้ทุกคนเฝ้าระวังมากขึ้น เพราะโดยปกติจะกลับมาอีกระลอกอยู่แล้ว ซึ่งคณบดีมีความกังวลมากว่า หากมีการระบาดอีกครั้งในรอบที่ 2 จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นมากแค่ไหน สำหรับคนที่ติดเชื้อแล้ว แต่ไม่เสียชีวิตก็จะมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่ติดเชื้อ แค่มีโอกาสหายไวกว่าผู้ที่ติดเชื้อครั้งแรกเท่านั้นเอง

คณบดียังบอกอีกว่า สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมเชื้อโควิด-19 ได้ดี นั้นเป็นเพราะการช่วยเหลือจากทุกท่านคือ การอยู่บ้าน สวมหน้ากากอนามัย และการล้างมือบ่อย ๆ รวมถึงการรักษาระยะห่าง

กับอีกกลุ่มที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าสถานการณ์ของโควิด-19 ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกหรือไม่ จะมาจาก ผู้บริหารประเทศ ที่เป็นผู้จะกำหนดมาตรการต่าง ๆ และที่สำคัญไม่ควรจะปกปิดข้อมูลความจริงกับประชน

ต่อมาคือ ผู้ประกอบการ ควรเป็นอีกกระบอกเสียง เพื่อช่วยลดการแพร่กระจาย ควรทำตามกฎระเบียบที่ทางภาครัฐกำหนดออกมา และที่สำคัญผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการร้านนั้น ๆ ต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้ง โดยไม่มีข้อแม้

และสุดท้ายคือ คนไทยเอง ควรดูแลตัวเองเสมอ รักษาความสะอาด ปฏิบัติตามระเบียบการที่ภาครัฐหรือร้านค้าต่าง ๆ ที่ได้เป็นผู้กำหนดมาตรการในการเข้าใช้บริการ

หากกลุ่มนี้ทั้งผู้บริหารประเทศ ผู้ประกอบการและคนไทย ช่วยกันและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ เราก็อาจจะไม่มีสิทธิ์ได้เจอการระบาดระลอก 2 แน่นอน!

ขอบคุณข้อมูลจาก : เดลินิวส์

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

โควิดทำพิษ! สั่งอาหารเดลิเวอรี่ทำขยะพลาสติกพุ่ง 60%

Published

on

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า ในช่วงโควิด-19 เขตเมืองต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ รวมทั้งเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ มีปริมาณขยะรวมลดลง โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ลดลงจากปกติ 10,560 ตันต่อวัน เป็น 9,370 ตันต่อวัน หรือลดลง 11% ภูเก็ต ลดลงจาก 970 ตันต่อวัน เป็น 840 ตันต่อวัน ลด 13% นครราชสีมา ลดลงจาก 240 ตันต่อวัน เป็น 195 ตันต่อวัน ลดลง 19% เมืองพัทยา จาก 850 ตันต่อวัน เป็น 380 ตันต่อวัน ลด 55% เป็นต้น 

แต่ที่น่าสังเกตคือสัดส่วนขยะพลาสติกกลับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกเมือง โดยสาเหตุน่าจะมาจากการสั่งอาหารรูปแบบดีลิเวอรี ส่งถึงที่บ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งมีหลายจังหวัดในประเทศไทย ทำให้ขยะพลาสติก เพิ่มขึ้นกว่า 60% ในเขตกรุงเทพฯและเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา

ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวต่อว่า การบริการอาหารในรูปแบบดีลิเวอรี เริ่มเติบโตมาแล้วระยะหนึ่ง พร้อมๆ กับการเติบโตของระบบการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งมีการขยายตัวชัดเจนมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งเมืองใหญ่ต่างๆ เนื่องจากผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และการเดินทางที่ไม่สะดวก ก่อนหน้านี้มีการคาดกันว่าจะเติบโตประมาณในสถานการณ์ปกติปีละ 10-20% แต่ในช่วงโควิด-19 และการประกาศภาวะฉุกเฉินในเดือน มี.ค.และ เม.ย.นั้นได้มีการเติบโตมากว่า 300%

จากรายงานของกรุงเทพฯ พบปริมาณขยะพลาสติกทั้งหมด 3,440 ตัน/วัน ของปริมาณขยะทั้งหมด 9,370 ตันต่อวัน ในเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มี 2,120 ตันต่อวัน โดยเพิ่มขึ้น 1,320 ตัน/วัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 62% ประกอบด้วย ขยะพลาสติกรีไซเคิลได้ 660 ตัน/วัน และขยะพลาสติกปนเปื้อน 2,780 ตัน/วัน

ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีปริมาณขยะพลาสติกปนเปื้อนเพิ่มขึ้นจากช่วงสถานการณ์ปกติ อาจมีสาเหตุมาจากมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ การสั่งสินค้าออนไลน์ รวมถึงการสั่งซื้ออาหารดีลิเวอรีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดขยะพลาสติกไม่น้อยกว่า 5 ชิ้นต่อการสั่งอาหารแต่ละครั้ง หรืออาหารบางประเภทอาจมากถึง 10 ชิ้นนั่นเอง

ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

เตรียมตัว มิถุนายน นี้ค่าไฟกลับมาปกติแล้ว!

Published

on

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้มีนโยบายปรับลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน แต่ว่าในเดือนมิถุนายนนี้ ยังไม่มีมติการต่อนโยบายดังกล่าว 

ขอขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

จากการรายงานข่าวของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยต่อสื่อว่า ยังไม่มีนโยบายต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคม เว้นแต่การงดเว้นเก็บค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไม่เกิน 150 หน่วย และส่วนลดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 800 หน่วย ที่ให้จ่ายค่าไฟเท่ากับเดือนกุมภาพันธ์

  • ส่วนลด 50% สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 800 – 3,000 หน่วย 
  • ส่วนลด 30% สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 3,000 หน่วย
  • ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสุทธิที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท 

ซึ่งส่วนลดดังกล่าวมีอายุมาตรการตั้งแต่เดือน มีนาคม – พฤษภาคม ทั้งนี้แม้ที่ประชุม ครม. จะเห็นชอบให้ขยายช่วงเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน คือสิ้นสุดเดือนมิถุนายน และเป็นช่วงหน้าฝนพอดี อากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนเดือนเมษายน ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดน้อยลง ทั้งนี้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ระบุว่า มาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะว่ามีนโยบายการทำงานแบบ Work From Home ทำให้การใช้ค่าไฟเพิ่มขึ้น แต่เดือนหน้าคาดว่าจะเข้าสู่ความปกติ จึงอยากเตือนประชาชนให้ใช้ไฟอย่างคุ้มค่า และประหยัด 

ขอขอบคุณภาพจาก : การไฟฟ้านครหลวง

ในช่วงที่ผ่านมาวงเงินเยียวยาลดภาระค่าไฟฟ้า 2 มาตรการ คือ การใช้ไฟฟรี กับ มาตรการลดค่าไฟ 30 และ 50 เปอร์เซ็นต์ ดูแลกว่า 22 ล้านครัวเรือน ใช้วงเงินทั้งสิ้น 23,688 ล้านบาท ส่วนมาตรการลดค่าไฟ 3% ใช้ไปประมาณ 5,610 ล้านบาท

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending