Connect with us

NEWS

ก่อนสิ้นปี 62 นี้! รอชม “สุริยุปราคาวงแหวน” ปรากฏการณ์ส่งท้ายปี

Published

on

วันที่ 26 ธันวาคม 2562 นี้ เชิญชมความสวยจากธรรมชาติ อย่างสุริยุปราคาวงแหวนลึกสุด ที่จะมาปรากฎให้เห็นที่ไทย เวลา 12.05 น.

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2562 เกิดสุริยุปราคาวงแหวน ดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ บังดวงอาทิตย์ไม่มิด มีลักษณะปรากฏคล้ายวงแหวน เราเห็นสุริยุปราคาชนิดนี้ได้เมื่ออยู่ในแนวเส้นทางแคบ ๆ ตามศูนย์กลางเงาดวงจันทร์ที่ลากผ่านผิวโลก สุริยุปราคาครั้งนี้แนวคราสวงแหวนเริ่มต้นในตะวันออกกลาง ผ่านซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน จากนั้นลงสู่ทะเลอาหรับ

แนวคราสวงแหวนเคลื่อนผ่านอินเดียและศรีลังกา หลังจากผ่านมหาสมุทรอินเดียจะไปขึ้นฝั่งที่อินโดนีเซีย ผ่านมาเลเซีย สิงคโปร์ ทางใต้สุดของเกาะมินดาเนาในฟิลิปปินส์ สิ้นสุดในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยผ่านเกาะกวม จุดกลางคราสของสุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้อยู่ในทะเลใกล้อินโดนีเซียและสิงคโปร์ ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 3 นาที 40 วินาที (สิงคโปร์อยู่ในแนวที่ขอบเขตด้านทิศเหนือของแนวคราสวงแหวนลากผ่าน จะเห็นสุริยุปราคาวงแหวนได้ก็ต่อเมื่ออยู่ทางตอนใต้ของเกาะ หากอยู่ทางตอนเหนือจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน) สำหรับที่จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของแนวคราสเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนานประมาณ 3 นาที

โดยประเทศไทยจะเห็นสุริยุปราคาได้โดยเห็นเป็นแบบบางส่วน คือ ดวงอาทิตย์แหว่งเนื่องจากถูกดวงจันทร์บังไปบางส่วน โดยต้องใช้แผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์

เส้นทางคราสวงแหวนอยู่ห่างไปทางทิศใต้ของประเทศไทย ภาคใต้จึงเห็นดวงอาทิตย์แหว่งลึกมากกว่าภาคอื่น

ส่วนกรุงเทพฯ และภาคอื่น ๆ จะเห็นได้บางส่วน ซึ่งเกิดสุริยุปราคาบางส่วนระหว่างเวลา 10.18 – 13.58 น. ดวงอาทิตย์แหว่งลึกที่สุดในเวลา 12.05 น. โดยดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ไปเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 วัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลาง หรือคิดเป็นพื้นที่ 57% ของวงกลมดวงอาทิตย์

อบคุณข้อมูลจาก http://thaiastro.nectec.or.th/skyevent/article/annular-eclipse-2019/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS

ประเทศเดียวในอาเซียน “ไทย” 1 ใน 14 ประเทศที่สามารถเดินทางไปเที่ยวยุโรปได้!

Published

on

หลังจากยุโรปถูกสั่งปิดการท่องเที่ยวร่วมกว่า 4 เดือน! ทำให้ร่างสุดทาง EU ได้ร่างรายชื่อ 14 ประเทศที่อนุญาตให้เข้ามาท่องเที่ยวในยุโรปได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ซึ่งทางสำนักข่าวต่างประเทศได้ระบุว่า การร่างรายชื่อประเทศที่ได้รับอนุญาต ต้องผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า พลเมืองของประเทศนั้นที่จะข้ามและเข้ามายังยุโรป ต้องเป็นประเทศที่ปลอดภัย อัตราการติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยจะเริ่มให้คนต่างประเทศเข้ามาดินแดนยุโรปได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม นี้เป็นต้นไป โดย 14 ประเทศที่ได้รับอนุญาตให้นักเดินทางจากประเทศ แอลจีเรีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จอร์เจีย, ญี่ปุ่น, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, นิวซีแลนด์, รวันดา, เซอร์เบีย, เกาหลีใต้, ไทย, ตูนิเซีย และอุรุกวัย สามารถเดินทางเข้าสู่ยุโรปได้

แม้ว่า 14 ประเทศยังจะได้รับอนุญาตให้เข้ายุโรปได้แล้ว แต่รายชื่อประเทศเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตลอดทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อสังเกตสถานการณ์โควิด-19 ในแต่ละประเทศ

สำหรับสหรัฐอเมริกายังมีสถานการณ์ที่น่าห่วงเป็นอย่างมาก เพราะยังมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมร่วมกันอยู่ตลอด ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ในอเมริกาควบคุมได้ยากกว่าประเทศอื่น ๆ

นอกจากรายชื่อประเทศในกลุ่มสีเขียวแล้ว สหภาพยุโรปยังร่างรายชื่อประเทศ “กลุ่มสีแดง” ไว้ราว 50 ประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่จะยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ายุโรปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเหล่านั้นยังอยู่ในขั้นน่าเป็นกังวล นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา บราซิล และรัสเซีย แล้ว ยังมี อิสราเอล ตุรกี และซาอุดิอาระเบีย ด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ประเทศไทยเรา ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสู่ยุโรปได้ แต่การกลับมายังไทยก็ต้องกักตัวตามสถานที่ที่รัฐจัดให้ เพื่อความมั่นใจ ควรเช็กสถานการณ์ให้ดีก่อนการเดินทางจะดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์ , PPTV Online

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

“นายก” แจงยุทโธปกรณ์กองทัพของมันต้องมี “เพื่อลูกหลาน”!!

Published

on

นายก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ชี้แจงระหว่างพิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2564 วงเงินกว่า 3.3 ล้านล้านบาท เรื่องการจัดงบประมาณซื้อ “ยุทโธปกรณ์ที่ใช้งบประมาณแบบผูกพันข้ามปี” โดยให้เหตุผลว่า “ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เป็นของเก่ากว่า 80% จึงต้องซื้อใหม่ เพื่อเป็นการลดงบประมาณการซ่อมบำรุง”

วันที่ 1 ก.ค. 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการชี้แจงเรื่องงบประมาณสำหรับการซื้อยุทโธปกรณ์แบบผูกพันข้ามปี ระหว่างพิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วงเงินกว่า 3.3 ล้านบาท โดยมีเนื้อหาการชี้แจงช่วงแรกว่า

การผูกพันงบประมาณข้ามปีเนื่องจากการซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ ต้องใช้เวลาในการผลิต และผ่อนชำระเพราะราคาแพง เราจึงต้องปรับยุทโธปกรณ์ของเรา ซึ่งต้องเรียนก่อนว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้รับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ เลย ทำให้มีของเก่ากว่า 70-80% ดังนั้นส่วนที่เราจัดหามาทดแทน เพื่อเป็นการไม่เปลืองงบประมาณในการซ่อมบำรุง เพราะเรามีภารกิจสำคัญอย่าง การป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งอาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดก็ได้ ทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยอาจเป็นปัญหากับเราในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันมีข้าราชการทหารเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นตามหลักการที่ควรจะมี 

ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำเพิ่มเติมอีกว่า ยุทโธปกรณ์ชุดนี้ ไม่ได้มีสร้างไว้ขายหน้าร้านพร้อมรับรอง “ต้องรอการผลิตใหม่ทั้งหมด” จึงขอให้เข้าใจด้วย ส่วนอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การป้องกันแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีคนหลายหมื่นที่เฝ้าอยู่แนวชายแดน ทำให้ปัญหาลดน้อยลงไป และนอกจากนี้เรายังมีภารกิจสนับสนุนองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราก็มีภารกิจต่อประชาคมโลกด้วย พร้อมกับทิ้งคำพูดช่วงท้ายเอาไว้ว่า

ขอขอบคุณภาพจาก : Thaipublica

“หลายคนมีลูกหลานเป็นทหารทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเราต้องห่วงใยเขา ถ้าหากเราไม่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยให้เข้าได้ใช้งานเพื่อป้องกันตัวเอง ในขณะที่ยุทโธปกรณ์รอบด้านมีความร้ายแรงมากขึ้น มันก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียของลูกหลานของท่าน และของพวกเรากันเอง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ส่วนทางฝั่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กองทัพมีภารกิจหลัก 2 ประการคือ

  • การเตรียมกำลังกองทัพ
  • การใช้กำลังกองทัพ

ดังนั้นการเตรียมกำลังพลก็ต้องพร้อมทั้งในยามปกติ ทั้งเรื่องกำลังพล การศึกษา และยุทโธปกรณ์

เรื่องการใช้กำลังนั้นทางกระทรวงกลาโหมทราบดี ว่าภัยคุกคามในอนาคตนั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องยาเสพติด การหลบหนีข้ามชาติ ภัยพิบัติ โรคติดต่อ ซึ่งทำให้ทางกองทัพ ได้พิจารณาปรับโครงสร้าง และการบริหารจัดการ เพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ดังเห็นได้จากสถานการณ์ COVID-19 กองทัพได้มีการเข้าช่วยเหลือ ด้านสาธารณสุขด้านต่างๆ มีชุดแพทย์ และสถานกักกันโรคกว่า 32 แห่ง 

สุดท้ายการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม ได้มีแผนการปรับปรุงกองทัพมาโดยตลอด มีการยุบหน่วย ปรับดึงระดับกองพล เพื่อให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ จึงมีการปรับเปลี่ยนเรื่องระบบกำลังโดยมีการรับกำลังพลสำรองเข้ามาทำงานปกติ เพื่อช่วยลดภาระงบประมาณ แทนที่จะเข้ามารับราชการประจำตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งต่อไปนี้ ยังมีกำลังพลเรือนกลาโหมทำงานในด้านธุรการ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ด้านทหารอีกด้วย 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

เปิดให้เที่ยวแล้ว! “ดอยสุเทพ – ดอยปุย” แต่ต้องจองคิวล่วงหน้า!!

Published

on

อุทยานดอยสุเทพ – ดอยปุย เปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก 1 ก.ค. 2563 โดยการเปิดให้บริการครั้ง จะเปิดให้บริการบางแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น มีการจำกัดนักท่องเที่ยวเผื่อป้องกันการเกิดพื้นที่แออัด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว 7 แห่ง คือ 

ขอขอบคุณภาพจาก : Facebook อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
  • น้ำตกห้วยแก้ว (50 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกมณทาธาร (50 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกแม่สา (100 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกตาดหมอก (30 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกหมอกฟ้า (50 คน/ช่วงเวลา)
  • ถ้ำฤาษี (10 คน/ช่วงเวลา)
  • สันก่ (20 คน/ช่วงเวลา)

หากต้องการใช้บริการเพื่อเข้าพื้นที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 ที่ จะต้องมีการจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชั่น QueQ , สวมหน้ากากอนามัย , ตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ , ลงทะเบียนการเข้าออกด้วยแอปพลิเคชั่นไทยชนะ , ชำระค่าบริการ , ท่องเที่ยวโดยเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร และตอนนี้ยังไม่เปิดให้เล่นน้ำตกได้ในช่วงนี้

ทั้งนี้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ยังคงไม่เปิดให้บริการ เช่น ลานกางเต็นท์ดอยปุย รวมทั้งเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทุกเส้นทาง เพื่อลดการแพร่เชื้อโรคตามมาตรการป้องกัน COVID-19 อีกทั้งเป็นการให้พื้นที่ป่าได้พักฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ สำหรับการจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ต้องมีการยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบกรมอุทยานฯต่อไป ส่วนผู้ที่ใช้เส้นทางในการออกกำลังกาย สามารถใช้เส้นทางถนนหลักได้เท่านั้น

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending