Connect with us

NEWS

5 ธันวาคม วันดินโลก (World Soil Day) – จุดเริ่มต้นจาก ร.9

Published

on

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้วนั้น ยังถือว่าเป็น “วันดินโลก” ที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลกและนักปฐพีชาวไทยภาคภูมิใจ

จากข้อมูลของ กรมพัฒนาที่ดิน ระบุว่า

“วันดินโลก (World Soil Day)” คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลก 60,000 คน จะเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี ซึ่งนักปฐพีวิทยาของไทยทุกคนภาคภูมิใจ เนื่องจากวงการปฐพีวิทยานานาชาติ มีฉันทานุมัติเลือกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันดินโลก และนักปฐพีวิทยาของไทยมีส่วนร่วมในการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

การเกิดขึ้นของ “วันดินโลก (World Soil Day)” มีความเกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Science : IUSS) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) จึงควรบันทึกจุดเริ่มต้นและความเป็นมาของ “วันดินโลก” เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับทราบอย่างถูกต้อง

แนวความคิดของการจัดตั้งวันดินโลก

วันดินโลก

เริ่มต้นจากที่มีการประชุมวิทยาศาสตร์ทางดินของโลก ครั้งที่ 17 ณ กรุงเทพมหานคร ในปี 2545 มีนักวิทยาศาสตร์ทางดินจากทั่วโลกมาร่วมประชุม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรดิน รวมถึงการจัดตั้งโครงการพระราชดำริในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ

ซึ่งนิทรรศการดังกล่าว ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมประจักษ์ถึงพระวิสัยทัศน์ในการบริหารทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน โดยทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรดิน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์ทางดิน และผลสำเร็จจากการบริหารจัดการดินอย่างต่อเนื่องของพระองค์ เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการหารือเรื่องการจัดตั้ง “วันดินโลก” โดยที่ประชุมคณะกรรมการสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ มีมติให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันดินโลก เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ โดยใช้วันนี้เป็นวันรณรงค์ให้ชาวโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินที่มีต่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติและสภาพแวดล้อม และความจำเป็นต้องมีการจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างยั่งยืน

การขอพระบรมราชานุญาต ให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 คณะผู้บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพรบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรมแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกราบบังคมทูลเชิญให้ดำรงตำแหน่ง A life membership และยังได้กราบทูลขอพระบรมราชานุญาต ให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป้นวันดินโลก

การประกาศรับรองวันดินโลก โดยสหประชาชาติ

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประกาศสนับสนุนให้มีการจัดตั้งวันดินโลก โดยนำข้อเสนอเข้าบรรจุในวาระการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ประจำปี 2556 ซึ่งสหประชาชาติได้ประกาศรับรองอย่างเป้นทางการให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก และปี 2558 เป็น “ปีดินสากล (International Year of Soils 2015)” ในวันที่ 20 ธันวาคม 2556

ดังนั้น ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นอกจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้วนั้น ยังถือว่าเป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการในระดับสากลครั้งแรกอีกด้วย ประเทศไทย โดยกรมพัฒนาที่ดินจึงมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ที่มา : http://www.ldd.go.th/WEB_WorldSoilDay/wsd01_2.html

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

ผู้บริหาร เอช.ไอ.พี. มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ และ ซีเอ็มดี นิวส์ (เชียงใหม่) ผู้หลงไหลในการพัฒนาดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การเมือง และการท่องเที่ยว

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS

ประเทศเดียวในอาเซียน “ไทย” 1 ใน 14 ประเทศที่สามารถเดินทางไปเที่ยวยุโรปได้!

Published

on

หลังจากยุโรปถูกสั่งปิดการท่องเที่ยวร่วมกว่า 4 เดือน! ทำให้ร่างสุดทาง EU ได้ร่างรายชื่อ 14 ประเทศที่อนุญาตให้เข้ามาท่องเที่ยวในยุโรปได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ซึ่งทางสำนักข่าวต่างประเทศได้ระบุว่า การร่างรายชื่อประเทศที่ได้รับอนุญาต ต้องผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า พลเมืองของประเทศนั้นที่จะข้ามและเข้ามายังยุโรป ต้องเป็นประเทศที่ปลอดภัย อัตราการติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยจะเริ่มให้คนต่างประเทศเข้ามาดินแดนยุโรปได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม นี้เป็นต้นไป โดย 14 ประเทศที่ได้รับอนุญาตให้นักเดินทางจากประเทศ แอลจีเรีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จอร์เจีย, ญี่ปุ่น, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, นิวซีแลนด์, รวันดา, เซอร์เบีย, เกาหลีใต้, ไทย, ตูนิเซีย และอุรุกวัย สามารถเดินทางเข้าสู่ยุโรปได้

แม้ว่า 14 ประเทศยังจะได้รับอนุญาตให้เข้ายุโรปได้แล้ว แต่รายชื่อประเทศเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตลอดทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อสังเกตสถานการณ์โควิด-19 ในแต่ละประเทศ

สำหรับสหรัฐอเมริกายังมีสถานการณ์ที่น่าห่วงเป็นอย่างมาก เพราะยังมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมร่วมกันอยู่ตลอด ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ในอเมริกาควบคุมได้ยากกว่าประเทศอื่น ๆ

นอกจากรายชื่อประเทศในกลุ่มสีเขียวแล้ว สหภาพยุโรปยังร่างรายชื่อประเทศ “กลุ่มสีแดง” ไว้ราว 50 ประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่จะยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ายุโรปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเหล่านั้นยังอยู่ในขั้นน่าเป็นกังวล นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา บราซิล และรัสเซีย แล้ว ยังมี อิสราเอล ตุรกี และซาอุดิอาระเบีย ด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ประเทศไทยเรา ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสู่ยุโรปได้ แต่การกลับมายังไทยก็ต้องกักตัวตามสถานที่ที่รัฐจัดให้ เพื่อความมั่นใจ ควรเช็กสถานการณ์ให้ดีก่อนการเดินทางจะดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์ , PPTV Online

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

“นายก” แจงยุทโธปกรณ์กองทัพของมันต้องมี “เพื่อลูกหลาน”!!

Published

on

นายก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ชี้แจงระหว่างพิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2564 วงเงินกว่า 3.3 ล้านล้านบาท เรื่องการจัดงบประมาณซื้อ “ยุทโธปกรณ์ที่ใช้งบประมาณแบบผูกพันข้ามปี” โดยให้เหตุผลว่า “ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เป็นของเก่ากว่า 80% จึงต้องซื้อใหม่ เพื่อเป็นการลดงบประมาณการซ่อมบำรุง”

วันที่ 1 ก.ค. 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการชี้แจงเรื่องงบประมาณสำหรับการซื้อยุทโธปกรณ์แบบผูกพันข้ามปี ระหว่างพิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วงเงินกว่า 3.3 ล้านบาท โดยมีเนื้อหาการชี้แจงช่วงแรกว่า

การผูกพันงบประมาณข้ามปีเนื่องจากการซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ ต้องใช้เวลาในการผลิต และผ่อนชำระเพราะราคาแพง เราจึงต้องปรับยุทโธปกรณ์ของเรา ซึ่งต้องเรียนก่อนว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้รับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ เลย ทำให้มีของเก่ากว่า 70-80% ดังนั้นส่วนที่เราจัดหามาทดแทน เพื่อเป็นการไม่เปลืองงบประมาณในการซ่อมบำรุง เพราะเรามีภารกิจสำคัญอย่าง การป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งอาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดก็ได้ ทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยอาจเป็นปัญหากับเราในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันมีข้าราชการทหารเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นตามหลักการที่ควรจะมี 

ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำเพิ่มเติมอีกว่า ยุทโธปกรณ์ชุดนี้ ไม่ได้มีสร้างไว้ขายหน้าร้านพร้อมรับรอง “ต้องรอการผลิตใหม่ทั้งหมด” จึงขอให้เข้าใจด้วย ส่วนอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การป้องกันแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีคนหลายหมื่นที่เฝ้าอยู่แนวชายแดน ทำให้ปัญหาลดน้อยลงไป และนอกจากนี้เรายังมีภารกิจสนับสนุนองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราก็มีภารกิจต่อประชาคมโลกด้วย พร้อมกับทิ้งคำพูดช่วงท้ายเอาไว้ว่า

ขอขอบคุณภาพจาก : Thaipublica

“หลายคนมีลูกหลานเป็นทหารทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเราต้องห่วงใยเขา ถ้าหากเราไม่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยให้เข้าได้ใช้งานเพื่อป้องกันตัวเอง ในขณะที่ยุทโธปกรณ์รอบด้านมีความร้ายแรงมากขึ้น มันก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียของลูกหลานของท่าน และของพวกเรากันเอง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ส่วนทางฝั่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กองทัพมีภารกิจหลัก 2 ประการคือ

  • การเตรียมกำลังกองทัพ
  • การใช้กำลังกองทัพ

ดังนั้นการเตรียมกำลังพลก็ต้องพร้อมทั้งในยามปกติ ทั้งเรื่องกำลังพล การศึกษา และยุทโธปกรณ์

เรื่องการใช้กำลังนั้นทางกระทรวงกลาโหมทราบดี ว่าภัยคุกคามในอนาคตนั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องยาเสพติด การหลบหนีข้ามชาติ ภัยพิบัติ โรคติดต่อ ซึ่งทำให้ทางกองทัพ ได้พิจารณาปรับโครงสร้าง และการบริหารจัดการ เพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ดังเห็นได้จากสถานการณ์ COVID-19 กองทัพได้มีการเข้าช่วยเหลือ ด้านสาธารณสุขด้านต่างๆ มีชุดแพทย์ และสถานกักกันโรคกว่า 32 แห่ง 

สุดท้ายการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม ได้มีแผนการปรับปรุงกองทัพมาโดยตลอด มีการยุบหน่วย ปรับดึงระดับกองพล เพื่อให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ จึงมีการปรับเปลี่ยนเรื่องระบบกำลังโดยมีการรับกำลังพลสำรองเข้ามาทำงานปกติ เพื่อช่วยลดภาระงบประมาณ แทนที่จะเข้ามารับราชการประจำตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งต่อไปนี้ ยังมีกำลังพลเรือนกลาโหมทำงานในด้านธุรการ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ด้านทหารอีกด้วย 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

เปิดให้เที่ยวแล้ว! “ดอยสุเทพ – ดอยปุย” แต่ต้องจองคิวล่วงหน้า!!

Published

on

อุทยานดอยสุเทพ – ดอยปุย เปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก 1 ก.ค. 2563 โดยการเปิดให้บริการครั้ง จะเปิดให้บริการบางแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น มีการจำกัดนักท่องเที่ยวเผื่อป้องกันการเกิดพื้นที่แออัด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว 7 แห่ง คือ 

ขอขอบคุณภาพจาก : Facebook อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
  • น้ำตกห้วยแก้ว (50 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกมณทาธาร (50 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกแม่สา (100 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกตาดหมอก (30 คน/ช่วงเวลา)
  • น้ำตกหมอกฟ้า (50 คน/ช่วงเวลา)
  • ถ้ำฤาษี (10 คน/ช่วงเวลา)
  • สันก่ (20 คน/ช่วงเวลา)

หากต้องการใช้บริการเพื่อเข้าพื้นที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 ที่ จะต้องมีการจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชั่น QueQ , สวมหน้ากากอนามัย , ตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ , ลงทะเบียนการเข้าออกด้วยแอปพลิเคชั่นไทยชนะ , ชำระค่าบริการ , ท่องเที่ยวโดยเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร และตอนนี้ยังไม่เปิดให้เล่นน้ำตกได้ในช่วงนี้

ทั้งนี้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ยังคงไม่เปิดให้บริการ เช่น ลานกางเต็นท์ดอยปุย รวมทั้งเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทุกเส้นทาง เพื่อลดการแพร่เชื้อโรคตามมาตรการป้องกัน COVID-19 อีกทั้งเป็นการให้พื้นที่ป่าได้พักฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ สำหรับการจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ต้องมีการยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบกรมอุทยานฯต่อไป ส่วนผู้ที่ใช้เส้นทางในการออกกำลังกาย สามารถใช้เส้นทางถนนหลักได้เท่านั้น

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending