Connect with us

NEWS

เช็ดรองเท้ารอ 2 กุมภาพันธ์นี้ “วิ่งไล่ลุง ชุดใหญ่” มาแน่ !

Published

on

(ขอบคุณรูปภาพจาก : BBC Thai)

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาที่กรุงเทพฯ ได้มีการรวมตัวกันทำกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง”และ “เดินเชียร์ลุง” ในวันเดียวกัน แต่คนละสถานที่ ลองมาดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันดีกว่า

สำหรับกิจกรรมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการทำกิจกรรมวันเด็กอย่างครึกครื้นในวันที่ 11 มกราคม 2563 โดยหลังจากกิจกรรมวันเด็กในวันที่ 12 มกราคม 2563 ก็ดูเหมือนกับว่าได้มีวันผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกหนึ่งวันทันที เพราะว่ามีการจัดกิจกรรมงานวิ่งและงานเดิมพร้อมกันในวันนั้น ถึงแม้จะคนสถานที่ก็ตามแต่ 

งานแรกเป็นงานกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : ฐานเศรษฐกิจ)

โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่ลานกิจกรรมสวนรถไฟ กรณีของงานวิ่งไล่ลุงนี้ได้มีการประกาศเชิญชวนประชาชนกันตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 กันล่วงหน้ามาค่อนข้างหลายเดือน ด้วยระยะเวลาในการเชิญชวน พร้อมกับการเตรียมตัวในการจัดการที่ใช้เวลาอย่างมาก ซึ่งมีรายละเอียดและกำหนดการเบื้องต้นตามนี้

ระยะเวลากิจกรรม เข้าพื้นที่ได้เมื่อ 04.30 น. เริ่มออกวิ่ง 06.30 น. และ 07.15 น.

สถานที่ สวนรถไฟ ระยะทางประมาณ 2.58 กม./รอบ

ยอดผู้ลงทะเบียนวันที่ 5 ม.ค. ประมาณ 10,000 คน (วันงานจริงมีผู้เข้าร่วมประมาณ 13,000 คน)

ค่าลงทะเบียน 600 บาท และไม่มีค่าใช้จ่าย

ของที่ระลึก เสื้อ ป้าย เหรียญ(เฉพาะผู้ลงทะเบียนและจ่ายเงินเท่านั้น)

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Facebook page วิ่งไล่ลุง)
(ขอบคุณรูปภาพจาก : Facebook page วิ่งไล่ลุง)

กิจกรรมภายในงานที่จัดขึ้นเป็นการจัดกิจกรรมงานวิ่ง “ครั้งแรก” ของกลุ่มนิสิตนักศึกษา ทางด้านนายบอล-ธนวัฒน์ ก็ได้กล่าวว่า “หากงานกิจกรรมมีการผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะว่าทางฝ่ายนิสิตนักศึกษาได้จัดกิจกรรมการวิ่งนี้เป็นครั้งแรก และพยายามขอคำปรึกษาจากนักวิ่งหรือผู้จัดงานที่มีประสบการณ์ด้วย” ทั้งนี้ภายในกิจกรรมมีการปล่อยนักวิ่งออกเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกเวลา 06.30 น. ให้นักวิ่งที่ต้องการแข่งขันจริงจังเริ่มวิ่งก่อนเป็นจำนวน 4,000 คน จะมีการมอบเหรียญและมอบโล่รางวัล ส่วนช่วงเวลา 07.15 น. สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนแต่ต้องการมาให้กำลังใจ หรือร่วมกิจกรรม จะออกวิ่งที่เวลาดังกล่าวจำนวนประมาณ 6,000 คน ในช่วงเวลาการวิ่งนักวิ่งทุกคนจะได้รับน้ำดื่มที่จุด 2 กม. (2 แก้ว/คน) ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนจ่ายเงินไว้จะได้รับอาหารว่าง ส่วนทางด้านผู้ที่มาเข้าร่วมจะมีการแจกกล้วยเป็นของว่างให้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครรวมถึงฝ่ายพยาบาลอีกหลายร้อยชีวิต ที่เข้ามาอาสาดูแลงานนี้ด้วย แต่ก็ได้มีการเปิดช่องว่างให้ผู้สอดส่องกิจกรรมได้เข้ามาทำการสังเกตการณ์ เพื่อรักษาความสงบด้วย 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : BBC Thai)
(ขอบคุณรูปภาพจาก : Facebook page วิ่งไล่ลุง)

หลังจากเสร็จกิจกรรมการวิ่ง จะมีการประชาสัมพันธ์พร้อมกับพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมงานกันอีกไม่นาน ก็ได้ทำการยุติกิจกรรมและจบลงภายในช่วงเวลาเช้าทันที ภาพที่เราได้เห็นหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมคือ “แทบไม่เห็นเศษขยะหรือพลาสติกบนพื้นเลย” เนื่องด้วยเวลาในการจัดเตรียมงานที่ทำมาค่อนข้างนาน ทำให้ความพร้อมของงานถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

งานที่สองเป็นงานกิจกรรม “เดินเชียร์ลุง”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : ฐานเศรษฐกิจ)

จัดขึ้นที่สวนลุมพินี ทางด้านของกรณีเดินเชียร์ลุงนี้ เป็นเหมือนกิจกรรมที่ออกมาในเวลาที่ไล่เลี่ยกับกิจกรรมแรก แต่ว่าช่วงเวลาในการเผยแพร่ข้อมูลของงานกิจกรรมนั้นมีขึ้นจริงเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 ก่อนวันงาน 4 วันเท่านั้น ทำให้ดูเหมือนว่า ช่วงเวลาในการเตรียมงานนั้นค่อนข้างน้อยไปหรือไม่ แต่จากภาพเหตุการณ์ก็ถือว่ามีการรวมตัวของประชาชนไม่น้อย และมีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นเหมือนกัน ลองมาดูภาพรวมงานเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้อต้นกันดีกว่า

ระยะเวลากิจกรรม เข้าพื้นที่ได้เมื่อ 06.30 น. เริ่มเดิน 09.00 น.

สถานที่ สวนลุมพินี ระยะทางประมาณ 2.5 กม./รอบ

ยอดผู้ลงทะเบียนวันที่ 5 ม.ค. ประมาณ 3,000 คน (วันงานจริงมีผู้เข้าร่วมประมาณ 8,000 คน)

ค่าลงทะเบียน ไม่มีค่าใช้จ่าย

ของที่ระลึก เสื้อ หมวก เข็มกลัด เฉพาะ 1,000 คนแรก และมีศิลปินมาวาดภาพให้ ได้รับภายใน 10 นาที

(ขอบคุณรูปภาพจาก : the momentum)
(ขอบคุณรูปภาพจาก : the momentum)

กิจกรรมภายในงานจัดขึ้นเป็นงานกิจกรรมเชิงรวมตัวกัน เพื่อชุมนุมมากกว่าการจัดงานวิ่ง หรืองานเดิม จากภาพที่เราเห็นจากผู้สื่อข่าวหลายช่องทาง หรือแม้แต่การแชร์ภาพต่อกันในโลกโซเชียลจะเห็นได้ชัดเจนว่า เป็นการรวมตัวกันเพื่อชุมนุม พูดคุยกันมากกว่ากิจกรรงานเดิน มีทั้งการแสดงออกผ่านการกระทำหลายรูปแบบที่หาดูภาพได้โดยทั่วไป มีการถือป้ายเชียร์จากผู้เข้าร่วมงานหลายคน ภายในงานมีการแจกอาหารเช้ากับกาแฟไว้ให้ผู้เมาเข้าร่วมงาน มีแก้วแจกเพื่อให้เติมน้ำเปล่าภายในงานได้ฟรี เริ่มเดินพร้อมกันทั่วงานในเวลา 09.00 น. โดยใช้คำว่า “รองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ” กล่าวว่าเป็นการมาเดินเชียร์ลุงแบบรักษ์โลก  มีรถห้องน้ำกว่า 10 คันที่มาให้บริการ และจบกิจกรรมในเวลา 11.30 น.

(ขอบคุณรูปภาพจาก : มติชน)
(ขอบคุณรูปภาพจาก : มติชน)

ภาพรวมของกิจกรรมภายในงานนั้นมีการกระทำที่สะท้อนถึงการสื่อความหมายในรูปแบบต่างๆ ที่เราได้เห็นกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงความรักษ์โลก แต่ในกรณีรักษ์โลกที่ว่านี้ ยังไม่มีภาพเหตุการณ์ที่แสดงออกถึงการรักษ์โลกแต่อย่างใด

เชียงใหม่เตรียมพร้อมหรือยัง ? กับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง

“ประชาธิปไตยจะเบ่งบาน”
(ขอบคุณรูปภาพจาก : Facebook page วิ่งไล่ลุง)

ถึงแม้ว่าในวันเดียวกันที่เชียงใหม่ ณ ประตูท่าแพ ก็ได้มีกิจกรรมวิ่งไล่ลุงแบบจัดขึ้นพร้อมกัน มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ครั้งนี้อาจเป็นเพียงแค่การจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็นการประกาศเชิญชวน เพื่อให้ประชาชนในเชียงใหม่ทราบถึงงานที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต

เพราะว่าใน “วิ่งไล่ลุง” ที่เพิ่งจบกิจกรรมไปเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 ได้มีการประกาศล่วงหน้าภายในงานว่า เตรียมพบกันอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะที่การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นภายในสวนรถไฟทางด้านผู้จัดงานกล่าวว่า “โดนข่มขู่หลายครั้ง ก่อนที่จะจัดงาน” แต่ก็แสดงถึงความบริสุทธิ์ใจว่า นี่เป็นเพียงแค่งานกิจกรรมแสดงออกของประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่การหยั่งเสียงเพื่อเรียกชุมนุมแต่อย่างใด 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook page วิ่งไล่ลุง

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS

รวมวาทะกรรมแสดงความเห็น “ม็อบธรรมศาสตรจะไม่ทน”

Published

on

หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพการชุมนุมในธรรมศาสตร์ ที่มีเนื้อหาส่วนหนึ่งเกี่ยวกับสถาบัน ทำให้มีนักการเมืองหลายคน ออกมาแสดงความเห็นกับการชุมนุมในครั้งนี้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมของม็อบธรรมศาสตร์จะไม่ทัน ว่า “ตลอดชีวิตที่ตนทำงานด้านการเมือง คือ การทำงานการเมืองภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ส่วนตัวเห็นด้วยกับการต่อสู้กับระบอบเผด็จการในประเทศไทย ที่บริหารประเทศได้ล้มเหลวจนทำให้ประชาชนต้องตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อของเหล่านักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน คือ

  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • การยุบสภา
  • หยุดคุกคามประชาชน

ตนเห็นด้วยว่าเหมาะสม และอยู่ในวิสัยที่หลายฝ่ายจะหาทางร่วมมือกันได้ แต่ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งแบ่งฝ่ายของคนในชาติ จนอาจก่อให้เกิดการยึดอำนาจอีกครั้ง

คุณกรณ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า

ขอขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

ได้มีการออกแถลงการณ์ว่า อย่าให้ประวัติศาสตรซ้ำรอย ประเทศมีบทเรียนมากพอแล้ว หลีกเลี่ยงการก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันฯ​ ชุมนุมภายใต้กฎหมาย โดยมีการระบุข้อความที่เผยแพร่ออกไปว่า

“พรรคกล้า – KLA Party จะต้องไม่มีส่วนร่วมกับความขัดแย้งใดในสังคม ทุกครั้งที่เราแสดงออก ต้องเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์หรือเป็นการหาทางออกให้เหตุการณ์นั้นๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เราจะไม่ยอมตกอยู่ในวังวนเดิมของการเมืองแบบเก่า ที่สร้างแต่ความขัดแย้ง แบ่งแยกผู้คน และสร้างความรุนแรง”

สุดท้ายคุณกรณ์ยังยืนยันอีกว่า สิทธิทางความคิดและความเชื่อของผมคือ “ระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)

ขอขอบคุณภาพจาก : Line today

ได้มีการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัวโดยมีข้อความว่า

“ขอทวงความรับผิดชอบของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางกฎหมายและจริยธรรมต่อคนไทยที่รักชาติรักสถาบันฯ ต่อการปล่อยให้เสรีภาพอันเกินขอบเขตในการอภิปราย ปลุกระดมในเนื้อหา และข้อเสนอระหว่างชุมนุม ที่จาบจ้วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องมีคำตอบให้คนไทยทั้งประเทศมากกว่าคำว่า ขอโทษ แค่นี้ครับ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขอขอบคุณภาพจาก : Thairath

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ว่า ตนนั้นติดตามดูอยู่ตลอด จะไม่ดูได้อย่างไร แต่เมื่อดูแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ กับสิ่งที่ผู้ชุมนุกได้เสนอมาทั้ง 10 ข้อ ที่ต้องการให้ยกเลิกข้อบังคับและกฎหมายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก

ขอขอบคุณภาพจาก : Thairath

ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์และการออกความเห็น เรื่องการชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

“อานนท์ นำภา” มาตามนัด! ขึ้นเวทีปราศรัยที่เชียงใหม่ท่ามกลางผู้ชุมนุมกว่า 500 คน!!

Published

on

ในช่วงเย็นวันที่ 9 ส.ค. 63 ณ ข่วงประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ มีผู้ชุมนุมเข้าร่วมกว่า 500 คน ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักศึกษาและเยาวชนนักเรียน พร้อมกับกลุ่มประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่แต่งตัวมาเสื้อสีดำ เพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมทั้งมีการติดตั้งเครื่องเสียง และรอรับ นายอานนท์ นำภา ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากศาลในคดีชุมนุมที่กรุงเทพ โดยมีกำลังตำรวจคอยดูแลรักษาความสงบกว่า 100 นาย ซึ่งภายในการชุมนุมได้มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อให้ถึง 50,000 รายชื่อ ในการยื่นเสนอเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย 

ขอขอบคุณภาพจาก : khaosod

แต่ทว่าภายในการชุมนุมไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีการแจ้งจากรถเครื่องเสียงของทางตำรวจ เพื่อให้เลิกการชุมนุม เนื่องจากผิด พรบ.ชุมนุม ที่ไม่ได้มีการให้แจ้งล่วงหน้าก่อน จากการสืบค้นข้อมูล ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หากมีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ได้มีการยกเลิกชั่วคราวสำหรับ พรบ.ชุมนุมไปแล้ว ซึ่งแปลว่าหากต้องการใช้ พรบ.ชุมนุม ต้องมีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเสียก่อน แต่ท้ายที่สุดได้คำตอบจากทางตำรวจว่า ประกาศใช้ 2 อย่างควบคู่กันไป ทั้งนี้การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เป็นเวลาที่ นายอนนท์ นำภา จะขึ้นมาปราศรัย 

โดยเน้นย้ำ 3 ข้อเรียกร้องของประชาชนปลดแอก

ขอขอบคุณภาพจาก : BBC THAI
  1. ให้หยุดการคุกคามประชาชน
  2. ให้มีการยุบสภา
  3. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ก่อนจะจบการชุมนุมต่อเนื่องจากการรวบรวมรายชื่อ 50,000 ชื่อเพื่อยื่นเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ได้มีการแจกหนังสือ สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย ฟรีจำนวนกว่า 100 ที่จัดพิมพ์โดย นายอานนท์ นำภา อีกด้วย และสุดท้ายการชุมนุมสิ้นสุดลงหลังจากการปราศรัยจนจบในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนแยกย้ายกันกลับ โดยไม่เกิดความวุ่นวาย แล้วเสร็จในเวลา 19.40 น.  

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

รมช.มหาดไทย บุกพื้นที่น้ำท่วมเชียงใหม่ พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่

Published

on

หลังจากน้ำท่วมในบางพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมเข้ามาดูความเรียบร้อยของสะพานเหล็กที่ขาดในช่วงน้ำท่วมทำให้การสัญจรต้องตัดขาด

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา นายนิพนธ์  บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)  พร้อมด้วยคณะ  ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการป้องกัน  พร้อมมอบแนวทางการแก้ไขปัญหาและสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานสถานการณ์

นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนได้ติดตามสถานการณ์อุกทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงมหาดไทยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งให้ติดตามคาดการณ์ลักษณะอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำในพื้นที่  เตรียมพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการแก้ไขอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนได้ทันที

ในคราวเดียวกัน สำหรับความคืบหน้าการติดตั้งสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็ก) จุดทางเบี่ยงสะพานขาดบนถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย กม.ที่ 32 อ.ดอยสะเก็ด ได้ทำการบดอัดคอสะพานเสร็จเรียบร้อยสามารถเปิดเส้นทางให้ประชาชนได้สัญจรผ่านไปมาได้เป็นปกติ รถเล็กน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 20 ตัน สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติแต่ขอความร่วมมือผู้ใช้รถในขณะขับผ่านสะพานควรระมัดระวังในการใช้ความเร็ว สำหรับรถบรรทุก 10 ล้อ และรถพ่วงเพื่อความปลอดภัยขอให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางนี้ก่อน

จากนั้น รมช.มหาดไทยได้นำถุงยังชีพข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มสะอาด จำนวน 400 ชุด มอบบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ตและ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเพื่อช่วยเป็นแรงกำลังใจบำรุงขวัญให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending