Connect with us

NEWS

ข่าวดีวันนี้ ‘ออสเตรเลีย’ เพาะเชื้อ ‘ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่’ ในห้องแล็บสำเร็จ

Published

on

อีกหนึ่งข่าวดีของชาวโลก เพราะล่าสุด นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันปีเตอร์ โดเฮอร์ตี ของประเทศ ออสเตรเลีย ได้ทำการเพาะเชื้อ ‘ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่’ ในห้องแล็บสำเร็จแล้ว

แถลงการณ์ของสถาบันปีเตอร์ โดเฮอร์ตี ได้ออกมาเปิดเผยว่า “ทีมนักวิจัยออสเตรเลีย ได้นำตัวอย่างเชื้อไวรัสอู่ฮั่น มาจากผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง นำมาเพาะเชื้อในห้องแล็บจนประสบความสำเร็จครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์จากทั่วโลกมีข้อมูลสำคัญในการรักษา เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ มีโอกาสทำการรักษาให้สำเร็จได้”

โดย ดร.จูเลียน ดรูซ จากโรงพยาบาลโรยัล เมลเบิร์น กล่าวว่า “การที่เรามีเชื้อไวรัสจริง จะทำให้เรามีความสามารถในการกำจัด และรับรองวิธีการทดสอบทั้งหมด รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่าง และลักษณธเฉพาะต่างๆออกมาได้”

กล่าวโดยสรุป

การค้นพบในครั้งนี้หมายความว่า นักวิทยาศาสตร์จะมีความสามารถในการสร้างวิธีตรวจแอนตี้บอดี้ ซึ่งจะสามารถตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการได้ และจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมที่แม่นยำและชัดเจนขึ้น ถึงความรุนแรงของการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น และอัตราการตายที่แท้จริง รวมไปถึงช่วยในการประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนด้วย 

มีข่าวดีออกมาแบบนี้ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแพทย์ของไทยจะได้รับการพัฒนา และสามารถจะรักษา เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นี้ได้อย่างจริงจังสักทีนะครับ

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) ประกอบด้

1. การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น
2. หากไปประเทศจีนมาในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางด้วย
3. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด ในที่ชุมชนควรสวมหน้ากากอนามัย
4. อยู่ห่างจากผู้มีอาการของทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม
5. หมั่นล้างมือด้วยสบู่และให้น้ำไหลผ่านอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ
6. ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น

ขอบคุณข้อมูลการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จาก คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1410

ที่มา : https://www.tnnthailand.com/content/27520

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]

ข่าว สังคม เศรษฐกิจ การเมืองภาคเหนือ ต้องเขาคนนี้ สุขสันต์ สิริภูริภัค หรือ เกม cnx หนุ่มนักเขียนรูปหล่อ หน้าใหม่ไฟแรง ติดตามผลงานของเขาได้ที่นี่ Chiang Mai Daily News

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS

รวมวาทะกรรมแสดงความเห็น “ม็อบธรรมศาสตรจะไม่ทน”

Published

on

หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพการชุมนุมในธรรมศาสตร์ ที่มีเนื้อหาส่วนหนึ่งเกี่ยวกับสถาบัน ทำให้มีนักการเมืองหลายคน ออกมาแสดงความเห็นกับการชุมนุมในครั้งนี้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมของม็อบธรรมศาสตร์จะไม่ทัน ว่า “ตลอดชีวิตที่ตนทำงานด้านการเมือง คือ การทำงานการเมืองภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ส่วนตัวเห็นด้วยกับการต่อสู้กับระบอบเผด็จการในประเทศไทย ที่บริหารประเทศได้ล้มเหลวจนทำให้ประชาชนต้องตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อของเหล่านักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน คือ

  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • การยุบสภา
  • หยุดคุกคามประชาชน

ตนเห็นด้วยว่าเหมาะสม และอยู่ในวิสัยที่หลายฝ่ายจะหาทางร่วมมือกันได้ แต่ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งแบ่งฝ่ายของคนในชาติ จนอาจก่อให้เกิดการยึดอำนาจอีกครั้ง

คุณกรณ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า

ขอขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

ได้มีการออกแถลงการณ์ว่า อย่าให้ประวัติศาสตรซ้ำรอย ประเทศมีบทเรียนมากพอแล้ว หลีกเลี่ยงการก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันฯ​ ชุมนุมภายใต้กฎหมาย โดยมีการระบุข้อความที่เผยแพร่ออกไปว่า

“พรรคกล้า – KLA Party จะต้องไม่มีส่วนร่วมกับความขัดแย้งใดในสังคม ทุกครั้งที่เราแสดงออก ต้องเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์หรือเป็นการหาทางออกให้เหตุการณ์นั้นๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เราจะไม่ยอมตกอยู่ในวังวนเดิมของการเมืองแบบเก่า ที่สร้างแต่ความขัดแย้ง แบ่งแยกผู้คน และสร้างความรุนแรง”

สุดท้ายคุณกรณ์ยังยืนยันอีกว่า สิทธิทางความคิดและความเชื่อของผมคือ “ระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)

ขอขอบคุณภาพจาก : Line today

ได้มีการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัวโดยมีข้อความว่า

“ขอทวงความรับผิดชอบของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางกฎหมายและจริยธรรมต่อคนไทยที่รักชาติรักสถาบันฯ ต่อการปล่อยให้เสรีภาพอันเกินขอบเขตในการอภิปราย ปลุกระดมในเนื้อหา และข้อเสนอระหว่างชุมนุม ที่จาบจ้วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องมีคำตอบให้คนไทยทั้งประเทศมากกว่าคำว่า ขอโทษ แค่นี้ครับ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขอขอบคุณภาพจาก : Thairath

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ว่า ตนนั้นติดตามดูอยู่ตลอด จะไม่ดูได้อย่างไร แต่เมื่อดูแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ กับสิ่งที่ผู้ชุมนุกได้เสนอมาทั้ง 10 ข้อ ที่ต้องการให้ยกเลิกข้อบังคับและกฎหมายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก

ขอขอบคุณภาพจาก : Thairath

ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์และการออกความเห็น เรื่องการชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

“อานนท์ นำภา” มาตามนัด! ขึ้นเวทีปราศรัยที่เชียงใหม่ท่ามกลางผู้ชุมนุมกว่า 500 คน!!

Published

on

ในช่วงเย็นวันที่ 9 ส.ค. 63 ณ ข่วงประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ มีผู้ชุมนุมเข้าร่วมกว่า 500 คน ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักศึกษาและเยาวชนนักเรียน พร้อมกับกลุ่มประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่แต่งตัวมาเสื้อสีดำ เพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมทั้งมีการติดตั้งเครื่องเสียง และรอรับ นายอานนท์ นำภา ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากศาลในคดีชุมนุมที่กรุงเทพ โดยมีกำลังตำรวจคอยดูแลรักษาความสงบกว่า 100 นาย ซึ่งภายในการชุมนุมได้มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อให้ถึง 50,000 รายชื่อ ในการยื่นเสนอเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย 

ขอขอบคุณภาพจาก : khaosod

แต่ทว่าภายในการชุมนุมไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีการแจ้งจากรถเครื่องเสียงของทางตำรวจ เพื่อให้เลิกการชุมนุม เนื่องจากผิด พรบ.ชุมนุม ที่ไม่ได้มีการให้แจ้งล่วงหน้าก่อน จากการสืบค้นข้อมูล ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หากมีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ได้มีการยกเลิกชั่วคราวสำหรับ พรบ.ชุมนุมไปแล้ว ซึ่งแปลว่าหากต้องการใช้ พรบ.ชุมนุม ต้องมีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเสียก่อน แต่ท้ายที่สุดได้คำตอบจากทางตำรวจว่า ประกาศใช้ 2 อย่างควบคู่กันไป ทั้งนี้การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เป็นเวลาที่ นายอนนท์ นำภา จะขึ้นมาปราศรัย 

โดยเน้นย้ำ 3 ข้อเรียกร้องของประชาชนปลดแอก

ขอขอบคุณภาพจาก : BBC THAI
  1. ให้หยุดการคุกคามประชาชน
  2. ให้มีการยุบสภา
  3. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ก่อนจะจบการชุมนุมต่อเนื่องจากการรวบรวมรายชื่อ 50,000 ชื่อเพื่อยื่นเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ได้มีการแจกหนังสือ สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย ฟรีจำนวนกว่า 100 ที่จัดพิมพ์โดย นายอานนท์ นำภา อีกด้วย และสุดท้ายการชุมนุมสิ้นสุดลงหลังจากการปราศรัยจนจบในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนแยกย้ายกันกลับ โดยไม่เกิดความวุ่นวาย แล้วเสร็จในเวลา 19.40 น.  

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

รมช.มหาดไทย บุกพื้นที่น้ำท่วมเชียงใหม่ พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่

Published

on

หลังจากน้ำท่วมในบางพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมเข้ามาดูความเรียบร้อยของสะพานเหล็กที่ขาดในช่วงน้ำท่วมทำให้การสัญจรต้องตัดขาด

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา นายนิพนธ์  บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)  พร้อมด้วยคณะ  ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการป้องกัน  พร้อมมอบแนวทางการแก้ไขปัญหาและสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานสถานการณ์

นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนได้ติดตามสถานการณ์อุกทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงมหาดไทยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งให้ติดตามคาดการณ์ลักษณะอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำในพื้นที่  เตรียมพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการแก้ไขอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนได้ทันที

ในคราวเดียวกัน สำหรับความคืบหน้าการติดตั้งสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็ก) จุดทางเบี่ยงสะพานขาดบนถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย กม.ที่ 32 อ.ดอยสะเก็ด ได้ทำการบดอัดคอสะพานเสร็จเรียบร้อยสามารถเปิดเส้นทางให้ประชาชนได้สัญจรผ่านไปมาได้เป็นปกติ รถเล็กน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 20 ตัน สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติแต่ขอความร่วมมือผู้ใช้รถในขณะขับผ่านสะพานควรระมัดระวังในการใช้ความเร็ว สำหรับรถบรรทุก 10 ล้อ และรถพ่วงเพื่อความปลอดภัยขอให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางนี้ก่อน

จากนั้น รมช.มหาดไทยได้นำถุงยังชีพข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มสะอาด จำนวน 400 ชุด มอบบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ตและ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเพื่อช่วยเป็นแรงกำลังใจบำรุงขวัญให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending