Connect with us

POLITICS

ย้อน TIMELINE การโหวตสวน และการ Move On อย่างรวดเร็วของคุณศรีนวล บุญลือ

Published

on

หลังจากเวทีการเมืองห่างหายจากเรื่อง “งูเห่า” มาสักพักใหญ่ ก็เกิดเหตุการณ์เผยไต๋ “งูเห่า” ขึ้นอีกครั้งในพรรคสีส้ม แล้วครั้งนี้มาในนาม งูเห่าจากส.ส.เชียงใหม่ ที่เคยได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น

หลังจากที่มีข่าวออกมาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ว่า น.ส.ศรีนวล บุญลือ 
ส.ส.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในรายชื่อทั้ง 4 ของส.ส.ที่โดนมติขับไล่ออกจากพรรค พร้อมเผยความในของตัวเองด้วยว่า

“ช่วงเวลาผ่านมาในการทำงาน ตนรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากในการทำงาน ขอบคุณพรรคที่ให้อิสระแก่ตนเอง ณ เวลานี้”

ท่ามกลางเสียงครหาในโลกโซเชียลมีเดีย เกิดคำถามขึ้นมามากมาย ถึงช่วงหาเสียงการเลือกตั้งซ่อมของ ส.ส.เชียงใหม่คนนี้ ครั้งหนึ่งที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขึ้นมาช่วยหาเสียงด้วยตัวเอง จนได้รับเสียงจากประชาชนเขต 8 อย่างท่วมท้น จนได้เข้ามาเป็นตัวแทนในที่สุด แต่วันนี้กลับเผยคำพูดสัมภาษณ์ดังกล่าวออกมาในทีท่า “งูเห่า” อย่างแท้จริงแล้ว

ข่าวออกมาได้ไม่นานเท่าไหร่นัก บทสัมภาษณ์ที่เพิ่มขึ้นมา จากคำพูดของคุณศรีนวล บุญลือ ได้จุดชนวนขึ้นมาอีกครั้งในวันที่ 17 ธันวาคม 2562 หลังจากที่พึ่งออกข่าวกับบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ไปได้ไม่นาน

“ประชาชนในพื้นที่เข้าใจดีอยู่แล้ว ที่ประชาชนเลือกตนเข้ามาเป็น ส.ส. เพราะว่าเป็นคนทำงาน ทำให้มีคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เลือกเพราะพรรค”

หลังจากทราบเหตุการณ์เรื่องคำพูด จากคำสัมภาษณ์ของคุณศรีนวล บุญลือไปแล้ว เราจะลองมาย้อยรอยเรื่องสถิติการโหวตสวนของคุณศรีนวลกันดู ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง รวมถึงการสรุปเหตุการณ์สำหรับการประชุมขับไล่ส.ส.ออกจากพรรค อนาคตใหม่ถึง 4 รายชื่อ รวมถึง ส.ส.เชียงใหม่คนนี้ด้วย

ย้อนรอยสถิติ โหวตสวน ชนวนเด้ง คุณศรีนวล บุญลือ ออกจากพรรคอนาคตใหม่

หากย้อนกลับไปถึงสถานการณ์ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลายครั้งที่ผ่านมา จะมีข่าวเรื่องราวการโหวตส่วนของ ส.ส. เชียงใหม่อยู่บ้างบางครั้ง ในจำนวนการโหวตสวนบางครั้งเหล่านั้นยังมีข่าวลือ หรือเหตุการณ์บางอย่างที่ตามมา เป็นเหมือนชนวนเบื้องต้นเพื่อเสริมเหตุผลการเป็น “งูเห่าส้ม” ของ ส.ส.เชียงใหม่ คนนี้หรือไม่

โหวตสวนครั้งที่ 1

เรามาเริ่มกันที่ สถิติการโหวตสวนครั้งที่ 1 ของ นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ในการประชุมสาระพิจารณา พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)โอนกำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยบัญชาการถวายการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์​ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ตามที่คณะรัฐมนตรี(ค.ร.ม.)เป็นผู้เสนอ โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบรวมทั้งหมดกว่า 374 เสียง ท่ามกลางเสียงฝ่ายค้านเพียงแค่ 70 เสียง งดออกเสียงอีก 2 เสียง จากสถิติดังกล่าว ใน 70 เสียงของฝ่ายค้าน ควรจะมีเพิ่มเข้ามาอีก 4 เสียง แต่กลับมีการโหวตสวนกับมติของพรรคที่ “ไม่เห็นด้วย” แต่ส.ส.ทั้ง 4 รายชื่อนี้โหวต 
“เห็นด้วย” ไปในเสียงเดียวกันกับฝ่ายรัฐบาล มีรายชื่อดังนี้ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เป็น ส.ส.ในรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด 4 คน รวมถึง ส.ส.เชียงใหม่ที่กำลังมีข่าวดังอยู่ตอนนี้ด้วย

โหวตสวนครั้งที่ 2

สถิติการโหวตสวนครั้งที่ 2 ของ นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ เกิดขึ้นในวันที่ 
20 พฤศจิกายน 2562 สำหรับการประชุมสภาฯครั้งนี้ ฝ่ายค้านได้เสนอขอนำญัตติเรื่อง 
“ขอให้ผู้แทนราษฎร ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาและหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ขึ้นมาพิจารณา ต่อ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 โดยสรุปผลโหวตในที่ประชุม มีมติไม่เห็นด้วย 241 เสียง เห็นด้วย 229 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และเช่นเดิม มี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่รวม 3 รายชื่อที่ทำการโหวตสวนกับมติของพรรค หนึ่งใน 3 เสียงที่โหวตสวนยังคงมีชื่อของ ส.ส.เชียงใหม่เช่นเดิม ทั้ง 3 ชื่อมีดังนี้ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ทั้ง 3 ส.ส.ในรายชื่อนี้ รวมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ของทุกคนแล้ว ที่มีการโหวตสวนกับมติพรรค

จากสถิติครั้งที่สอง เรื่องการนำเสนอเรื่องดังกล่าว ทางฝั่ง นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับเรื่องดังกล่าวว่า “จากการโหวตสวนพรรคฝ่ายค้านของตน เกิดขึ้นเพราะว่ามองเห็นถึงความสำคัญของกฎหมายตัวนี้จะออกมาช่วยคุ้มครองสถาบันครอบครัวที่มี เด็ก สตรี ผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความบอบบางทางกฎหมาย ซึ่งต้องได้รับการปกป้อง เพราะนี่คือจุดยืนในการเป็นส.ส.ของตน ซึ่งตนเองมองเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงได้เลือกโหวตให้ฝั่งรัฐบาล เพื่อพี่น้องประชาชน”

ในส่วนของชนวนเรื่องความอึดอัดการทำงานภายในพรรคของ คุณศรีนวล บุญลือ ก็เริ่มมีรอยร้าวกับสมาชิกพรรคแล้วเหมือนกัน จากการถูกเพื่อนส.ส.ในพรรคอนาคตใหม่เริ่มแอนตี้ตนเอง ไม่มีการเรียกเข้าประชุมหรือพูดคุยกันแต่อย่างใด เพราะทุกคนมองว่าตนคือ “งูเห่า”ของพรรค ทางด้านคุณศรีนวลเองก็ยังยืนยันเช่นเดิมว่า “ตนไม่ได้เป็นงูเห่าและไม่เคยรับเงินใครเพื่อยกมือ”

โหวตสวนครั้งที่ 3  

ส่วนสถิติการโหวตสวนในครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับการโหวตสวนครั้งที่ 2 
ของนางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ในการพิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ผลการลงมติอยู่ที่ เห็นด้วย 246 เสียง ไม่เห็นด้วย 74 เสียง งดออกเสียง 148 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียงอีก 1 เสียง ทางด้านของส.ส. พรรคอนาคตใหม่ 3 รายชื่อเดิม ยังคงมีรายชื่อของ ส.ส.เชียงใหม่ นางศรีนวล บุญลือเช่นเดิม ที่ได้ลงมติเห็นด้วยกับฝ่ายรัฐบาล เป็นการโหวตสวนกับมติพรรคอนาคตใหม่ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

มติเอกฉันท์ สถานการณ์สำหรับการโหวตมติพรรคขับไล่ ส.ส. 4 คน รวมถึง ส.ส.เชียงใหม่ 

หลังจากที่เกิดการโหวตสวนจากทาง นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ทั้ง 3 ครั้งที่ทำการโหวตสวนมติพรรคอนาคตใหม่ ได้มีการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ในการประชุมวิสามัญใหญ่ครั้งนี้ มีการพิจารณากรณีของส.ส. ทั้งหมด 4 คน ที่มีการลงมติสวนทางกับพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่เขต 8 , นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทุบุรี เขต 2 , พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1 และ นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7 ซึ่งในที่ประชุมฯมีมติเห็นด้วยมากถึง 250 เสียง ให้ขับออกจากากรเป็นสมาชิก พรรคอนาคตใหม่ และได้มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.และที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา 

สถานการณ์ในปัจจุบันของ ส.ส.ทั้ง 4 คน ตามกฎหมายมาตรา 101 (9) ของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ ส.ส. ที่ถูกที่ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ขับออกจากพรรคด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 หากสามารถหาพรรคสังกัดใหม่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่พรรคการเมืองมีมติขับออก จะยังไม่พ้นสภาพการเป็นส.ส.

ทางด้าน นางสาวศรีนวล บุญลือ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อในวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ว่าตนไม่ได้ตกใจกับมติพรรคดังกล่าวเลย เพราะที่ผ่านมาในการทำงานร่วมกับพรรค รู้สึกอึดอัดมากอยู่แล้ว เมื่อสรุปผลแล้วพรรคมีมติดังกล่าวตนรู้สึกขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ ที่มอบ “อิสรภาพ” ให้แก่ตน และในขณะนี้ ยังไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อเข้ามาให้ไปร่วมพรรคการเมืองใด ส่วนข่าวลือเรื่องการเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กำลังพิจารณาอยู่

ถึงแม้ว่าการโหวตสวนจะเป็นเหตุผลหลักในที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคอนาคตใหม่ แต่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากการโหวตสวนภายในการประชุมสภาผู้แทนฯแล้ว ยังมีการโหวตไม่เห็นด้วยเรื่องแฟลชม็อบของทางพรรคอีกต่างหาก จากส.ส. ทั้ง 4 คน รวมถึง นางสาวศรีนวล บุญลือ ด้วย

วันที่ 18 ธันวาคม 2562 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายทะเบียนพรคคการเมือง แถลงการยืนยันแล้วว่า นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่
ที่พึ่งถูกมติขับพ้นออกจากพรรคอนาคตใหม่ ได้เข้าร่วมกับ พรรคภูมิใจไทย แล้วเมื่อวันที่
17 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมานี้

หลังจากเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข ฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกับพรรคในวันที่ผ่าน และเมื่อเวลา 10:00 น. นางสาวศรีนวล บุญลือ ได้เดินทางมาถึงรัฐสภา ณ เวลาดังกล่าว เพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมสภาฯ โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายคน ร่วมต้อนรับก่อนพาขึ้นไปรับประทานอาหารร่วมกันในห้องรับรอง ของพรรคภูมิใจไทย

แกนนำ – ส.ส. พรรค ภูมิใจไทย ต้อนรับ และพา คุณศรีนวล ไปที่ห้องพักพรรคของพรรคภูมิใจไทย

ชื่อ : นายวศิน ศรีเจริญวนะกิจ

ตำแหน่ง : Content Creator Trainee

นักศึกษาฝึกงานที่ชื่นชอบในงานเขียน เขียนทุกอย่างที่ชอบด้วยมือคู่เดิม เพราะคงไม่มีใครเปลี่ยนมือได้สำหรับงานเขียน แม้แต่ลายมือที่อยู่ในตัวอักษรแต่ละตัว ผ่านงานเขียนก็เหมือนกัน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS

รวมวาทะกรรมแสดงความเห็น “ม็อบธรรมศาสตรจะไม่ทน”

Published

on

หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพการชุมนุมในธรรมศาสตร์ ที่มีเนื้อหาส่วนหนึ่งเกี่ยวกับสถาบัน ทำให้มีนักการเมืองหลายคน ออกมาแสดงความเห็นกับการชุมนุมในครั้งนี้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมของม็อบธรรมศาสตร์จะไม่ทัน ว่า “ตลอดชีวิตที่ตนทำงานด้านการเมือง คือ การทำงานการเมืองภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ส่วนตัวเห็นด้วยกับการต่อสู้กับระบอบเผด็จการในประเทศไทย ที่บริหารประเทศได้ล้มเหลวจนทำให้ประชาชนต้องตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อของเหล่านักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน คือ

  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • การยุบสภา
  • หยุดคุกคามประชาชน

ตนเห็นด้วยว่าเหมาะสม และอยู่ในวิสัยที่หลายฝ่ายจะหาทางร่วมมือกันได้ แต่ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งแบ่งฝ่ายของคนในชาติ จนอาจก่อให้เกิดการยึดอำนาจอีกครั้ง

คุณกรณ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า

ขอขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

ได้มีการออกแถลงการณ์ว่า อย่าให้ประวัติศาสตรซ้ำรอย ประเทศมีบทเรียนมากพอแล้ว หลีกเลี่ยงการก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันฯ​ ชุมนุมภายใต้กฎหมาย โดยมีการระบุข้อความที่เผยแพร่ออกไปว่า

“พรรคกล้า – KLA Party จะต้องไม่มีส่วนร่วมกับความขัดแย้งใดในสังคม ทุกครั้งที่เราแสดงออก ต้องเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์หรือเป็นการหาทางออกให้เหตุการณ์นั้นๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เราจะไม่ยอมตกอยู่ในวังวนเดิมของการเมืองแบบเก่า ที่สร้างแต่ความขัดแย้ง แบ่งแยกผู้คน และสร้างความรุนแรง”

สุดท้ายคุณกรณ์ยังยืนยันอีกว่า สิทธิทางความคิดและความเชื่อของผมคือ “ระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)

ขอขอบคุณภาพจาก : Line today

ได้มีการโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัวโดยมีข้อความว่า

“ขอทวงความรับผิดชอบของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางกฎหมายและจริยธรรมต่อคนไทยที่รักชาติรักสถาบันฯ ต่อการปล่อยให้เสรีภาพอันเกินขอบเขตในการอภิปราย ปลุกระดมในเนื้อหา และข้อเสนอระหว่างชุมนุม ที่จาบจ้วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องมีคำตอบให้คนไทยทั้งประเทศมากกว่าคำว่า ขอโทษ แค่นี้ครับ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขอขอบคุณภาพจาก : Thairath

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ว่า ตนนั้นติดตามดูอยู่ตลอด จะไม่ดูได้อย่างไร แต่เมื่อดูแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ กับสิ่งที่ผู้ชุมนุกได้เสนอมาทั้ง 10 ข้อ ที่ต้องการให้ยกเลิกข้อบังคับและกฎหมายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก

ขอขอบคุณภาพจาก : Thairath

ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์และการออกความเห็น เรื่องการชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

POLITICS

ด่วน! ตำรวจจับกุม นาย“อานนท์ นำภา”หน้าที่พัก ตามหมายจับจากการชุมนุมเยาวชนปลดแอก

Published

on

By

ด่วน!!! ตำรวจจับกุม นาย“อานนท์ นำภา” แล้วหลังปราศรัยเรื่องสถาบันกษัตริย์ ในการการชุมนุมเยาวชนปลดแอก

ขอบคุณรูปภาพจาก : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

นาย“อานนท์ นำภา” คือใคร เขาคือทนายความด้านสิทธิมนุษยชนผู้นี้ได้สวมบทบาทนักปราศรัยทางการเมือง และปราศรัยได้อย่างเผ็ดร้อนและเสนอให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทย ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2020 ที่ผ่านมา โดยเป็นครั้งแรกที่การชุมนุมปราศรัยทางการเมืองของไทยจะนำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์มาพูดถึง โดยถูกตั้งข้อหาทั้ง 7 ข้อหา ดังนี้

1. ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

2. ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด

3.ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

4. ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด

5. ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร

6. ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน

7. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ล่าสุดปรากฏว่าไม่ได้มีแค่นาย อานนท์คนเดียวที่ถูกจับในครั้งนี้ ยังมีรายงานว่า ภานุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ ระยอง” เยาวชนนักเคลื่อนไหวจากระยองที่ขึ้นเวทีชูป้ายไล่ ‘ประยุทธ์’ ที่การชุมนุม เยาวชนปลดแอก เหมือนอานนท์ก็โดนจับด้วยข้อหาเดียวกันและถูกนำตัวไป สน. สำราญราษฎร์ เช่นกัน

ขอบคุณรูปภาพจาก : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ขอบคุณรูปภาพจาก : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ขอบคุณข้อมูลจาก

เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS

ยาวไป! เมื่อ ศคบ. ชุดใหญ่อนุมัติ พรก.ฉุกเฉินฯ ต่ออีก 1 เดือนเรียบร้อยแล้ว!!

Published

on

หลังจากที่ ศคบ. ชุดเล็กได้มีการเสนอต่อที่ประชุมชุดใหญ่ ทำให้ในที่ประชุม ศคบ. ชุดใหญ่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ค. 63 ได้มีการพิจารณาขยายช่วงเวลา พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งครั้งนี้จะกินช่วงเวลายาวไปจนถึงถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

 ซึ่งนี่ถือเป็นการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินฯ ครั้งที่ 5 แล้ว ในการนำมาใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรค COVID-109 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายักรัฐมนตรี และ ประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไว้รัส โคโรนา 2019 (COVID-19) ได้กล่าวตอบโต้ต่อสื่อว่า

“พรก.ฉุกเฉินฯ มีไว้ใช้เพื่อความเป็นเอกภาพและบูรณาการในการทำงาน ไม่ได้เอา พรก.ฉุกเฉิน ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องการชุมนุม เพราะมี พรบ.การชุมนุมสาธารณะ อยู่แล้ว”

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending