Connect with us

TRAVEL

บานสะพรั่งเต็มดอย “ดอกไฮเดรนเยีย” ที่ ดอยขุนแปะ

Published

on

บานเต็มดอยแล้วกับ “ดอกไฮเดรนเยีย” ที่ ดอยขุนแปะ อ. จอมทอง ด้วยความงดงามในฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน ที่ปลูกมากกว่า 20 ไร่  มีทั้ง สีฟ้าเข้ม สีขาว สีม่วง

บอกเลยหนาวนี้! ใครจะมาต้องรีบวางแผนแล้วออกเดินทางได้เลย เพราะคาดว่าชาวบ้านจะเก็บเกี่ยวส่งออกหลายล้านดอกเลยทีเดียว

ซึ่งเจ้าของไร่แห่งนี้ ได้กล่าวอีกว่า ดอกไฮเดรนเยีย จะออกดกมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคม จนถึงธันวาคม และส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกมายาวนานแล้ว ซึ่งถือโอกาสอันดีที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย

สำหรับดอกไฮเดรนเยียเป็นพืชพื้นเมืองในแถบเอเชียตะวันออก อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้ มีถิ่นกำเนิดมาจากจีนและญี่ปุ่น ซึ่งมีสีที่สดใสและเปลี่ยนไปตามค่ากรด เบส ในดิน และสามารถทนต่ออากาศหนาวเย็นได้อย่างดี

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

เปิดแล้ว!! “อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่” วันหยุดแบบนี้ต้องพาครอบครัวไป

Published

on

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ เปิดแล้ว บนพื้นที่กว่า 54 ไร่ ณ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จมาเป็นประธรานในพิธีเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา

โดย อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ แห่งนี้มีวัตถุประสงค์ให้ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้เข้ามาทำการศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นสำนักงานใหญ่ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ พร้อมดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองหลวงแห่งดาราศาสตร์ของไทย

โดยชื่อของ หอดูดาวแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงราชทานพระนามที่แห่งนี้ให้ชื่อว่า “อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร”

ส่วนต่างงานต่างๆภายใน’อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร’ 

  • อาคารสำนักงานใหญ่ เป็นในส่วนของงานวิจัยและพัฒนา
  • อาคารปฏิบัติการพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์
  • อาคารท้องฟ้าจำลองและจัดนิทรรศการ ระบบดิจิทรัล 360 องศา ความละเอียดสูงสุด 8K
  • อาคารหอดูดาวติดกล้องโทรทัศน์สะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร
  • ลานกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับกิจกรรมด้านราดาศาสตร์

กำหนดเวลาการให้บริการ ‘อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร’ 

ให้บริการวัน อังคาร – ศุกร์ เวลา 9:00 – 16:00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น. หยุดทุกวันจันทร์ โดยภายในมีการจัดนิทรรศการดังนี้…

  • ฉายภาพยนตร์จำลอง – เรียนรู้การชมภาพยนตร์และดวงดาว 30 นาที
  • ภาพยนตร์ดาราศาสตร์ 30 นาที รอบฉาย 11:00 น. และ 14:00
  • กิจกรรมดูดาว NARIT Public Night ทุกวันเสาร์ 18: 00-22: 00 น.
  • ค่าชมภาพยนตร์จำลองนักเรียน 30 บาท / คนทั่วไป 50 บาท

โดยสรุปแล้ว ‘อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร’ จะเป็นศูนย์รวมศิลปวิทยาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ เป็นแหล่งบ่มเพาะนักวิจัยด้านดาราศาสตร์ บริการข้อมูลและฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงกิจกรรมทางดาราศาสตร์ทุกชนิด

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading

TRAVEL

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอยอินทนนท์ รถติดแน่น เช็กให้ชัวร์ก่อนขึ้น

Published

on

ใคร ๆ ก็อยากไปดอยอินทนนท์

มาเชียงใหม่ทั้งทีใคร ๆ ก็อยากไปดอยอินทนนท์ เพราะฤดูไหนก็เที่ยวได้! วิวทะเลหมอกสวยงาม ยามแสงอาทิตย์กระทบกลายเป็นท้องฟ้าสีทองอร่ามตา โดยตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าตั้งแต่เช้าตรู่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันขับรถมุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์กันหนาแน่น ทำให้เกิดการจราจรแออัด 

จุดที่มีรถติดหนักและเวลาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

▪ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรขาขึ้นในช่วงเวลา 09.30-09.45 น. รวม 15 นาที เพื่อระบายรถลงจากกิ่วแม่ปานและยอดดอย

▪ บริเวณด่านตรวจจุดที่ 1 ถึงด่านตรวจจุดที่ 2 มีสภาพการจราจรหนาแน่น ซึ่งจะเป็นในเวลาช่วงเช้าตรู่ ตั้งแต่ 05.00-09.00 น.

▪ บริเวณกิ่วแม่ปานและยอดดอยอินทนนท์ มีสภาพการจราจรติดขัดระดับ 4-5 ตั้งแต่เวลา 05.00-12.00 น.

ความคึกคักของนักท่องเที่ยว

ด้วยสภาพอากาศที่ยังหนาวเย็นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้ตามอุทยานและแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งบรรยากาศคึกคัก ตามดอยต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติเดินป่าที่กิ่วแม่ปาน ก็มารอเข้าคิวกันตั้งแต่เช้าเช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากช่วงนี้ ขณะที่ถนนหนทางเริ่มมีรถต่างจังหวัดเข้ามาหนาแน่น จนการจราจรหนาแน่นมากในทุกช่วง คาดว่าจะหนาแน่นไปจนถึงต้นปีหน้าเลยทีเดียว

ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อขึ้นดอยอินทนนท์

ด้วยการจราจรที่ติดขัดหลายช่องทางแบบนี้ผู้ที่กำลังเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์ควรระมัดระวัง สามเส้นทางดังกล่าว และศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางขึ้น พร้อมตรวจเช็กสภาพให้พร้อม รถก่อนออกเดินทางกันนะครับโดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

1. อย่าใส่ “รองเท้าส้นสูง” ไม่งั้นได้เดินเท้าเปล่าชัวร์
2. พกน้ำและอาหารไปด้วย ไม่ต้องเยอะ เอาแค่พอดับกระหายได้
3. สัมภาระเอาไปพอประมาณ สิ่งที่ไม่จำเป็นอย่าถือไป เพราะอาจหล่นหายและน้ำหนักจะกลายเป็นภาระได้
4. คนที่มีโรคประจำตัวเช่นหืดหอบ หรือโรคหัวใจ ไม่แนะนำให้ไปเดินครับ
5. อย่ามัวแต่มองวิวครับ มองทางบ้าง เพราะเส้นทางค่อนข้างแคบ และเป็นทางระดับตลอดเส้น
6. สำคัญสุดคือ ปฏิบัติตามคนนำทางและข้อห้ามของที่นี่อย่างเคร่งครัดครับ

รวมภาพบรรยากาศตลอดทั้งวัน ของทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ขอบคุณที่มาภาพจาก : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

โพสต์โดย CMD News ข่าวเชียงใหม่ออนไลน์ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2019

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

เมื่อปางช้างแม่สา หันมาปลดโซ่ตรวน! อนุรักษ์ช้างมากขึ้น มีความสุขมากกว่าเดิม

Published

on

คงไม่มีใครอยากเห็นการถูกทรมานกับสัตว์ทั้งนั้น โดยเฉพาะสัตว์ที่คู่บ้าน คู่เมืองอย่าง “ช้าง”

ด้วยความที่ปัจจุบันช้างป่าในไทย มีประมาณ 2,000-3,000 ตัว และมีประชากรที่เลี้ยงช้างไทยอยู่หลายพันคน ซึ่งเริ่มเกิดการเลี้ยงช้างแบบอนุรักษ์ขึ้นมา เนื่องจากมูลนิธิในต่างประเทศเริ่มเข้ามาตรวจสอบปางช้างในไทยที่เลี้ยงเพื่อการท่องเที่ยว ยังมีการบังคับช้างให้ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว

แต่ไม่นานนักเกินรอ! ปางช้างหลายแห่งเริ่มหันมาเลี้ยงช้างในแบบอนุรักษ์มากขึ้น มีการปลดโซ่ตรวน ปลดแหย่ง ปลดตะขอ เพื่อให้ช้างรอดพ้นจากการถูกทรมาน และ “ปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ “คือหนึ่งในปางช้างที่ใหญ่ในภาคเหนือ กับความน่ายินดีที่ได้ผันตัวมาเลี้ยงช้างเพื่อการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์มากกว่าเดิม

ด้วยความที่กระแสการต่อต้านการเลี้ยงช้างด้วยความทรมานมีมากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับการอนุรักษ์ธรรมชาติก็บูมในช่วงนี้ แต่ทุกอย่างมักมีทางออกเสมอ ควรปรับวิธีการเลี้ยงช้างไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเวลาเปลี่ยน ก็ควรจะก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่การอยู่กับที่ และที่สำคัญสามารถเน้นให้คนและช้างอยู่รอด อยู่ร่วมกันด้วยความยั่งยืน

ปางช้างแม่สา จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงอาหารและโภชนาการที่ดีเหมาะแก่ช้างทุกเชือก และความเป็นอยู่ต้องความสะอาด มีสัตวแพทย์คอยมั่นตรวจร่างกายให้กับทุกๆเชือก เพราะช้างบางตัวก็มีอายุมากขึ้น ต้องคอยดูแลให้ดี เพื่อให้ช้างทุกตัวมีความสุขที่สุด และสุดท้ายปางช้างแม่สาจะต้องก้าวไปสู่โหมดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมคนรักช้างทั่วโลกได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล จาก ไทยรัฐ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
Advertisement

Trending