Connect with us

TRAVEL

เปิดวาร์ป! บุพเฟ่ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมในเชียงใหม่ แถมราคาสบายกระเป๋า

Published

on

ไม่ว่าจะปีไหนเมนูยอดฮิต ท็อปชาร์ต คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ ต้องยกให้ “อาหารญี่ปุ่น” ทั้งซาชิมิเนื้อปลาช่ำๆ สด สะอาด และเมนูต้องหลากหลาย บอกเลยว่าคออาหารญี่ปุ่นต้องห้ามพลาด ร้านเด็ด! ที่จะมาแนะนำวันนี้!!!!

ร้าน Ai ToMoE Japanese Food

บุพเฟ่ร้านนี้มีให้เลือกหลายแบบ เริ่มตั้งแต่โปร 399 บาทเป็นต้นไป จนถึงระดับพรีเมี่ยม ราคา 649  ซึ่งร้านนี้บอกเลยว่าเนื้อแซลม่อน ทูน่า ชิ้นโต ๆ แม้กระทั่งหอยนางรมตัวยักษ์ที่เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ไม่ใช่มีแค่ปลาดิบอย่างเดียว แต่ยังมีหม้อไฟชาบูคุ้มมาก

ร้าน ซูชิมั้ย

ร้านเริ่มต้นราคาโดยขายซูชิเป็นคำ เริ่มต้นคำละ 15 บาท แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะทีเด็ดเขามีทั้งซาชิมิที่มีเนื้อพรีเมี่ยม และเมนูอื่น ๆอีกมากมาย และที่ไม่แพ้ที่อื่นคือ มีอูนางิ(ปลาไหลญี่ปุ่น) และ อูนิ(ไข่หอยเม่น) ที่ละมุนลิ้น ใครอยากลิ้มลองกรุบๆ ก็ไปหาทานได้นะ แล้วราคาก็เริ่มต้น 15 บาท จนถึงหลักร้อย

ร้าน Tengoku de Cuisine

บุฟเฟต์สาขา 1 และ 2 มีให้บริการทั้งอาหารญี่ปุ่นและปิ้งย่าง พร้อมอาหารกว่า 32 ชนิด ทำสดใหม่จัดเต็มไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ สลัดมากิ ซูชิ ข้าวปั้น กุ้งเทมปุระ เกี๊ยวซ่า ฯลฯ แต่เมนูที่มาแล้วไม่ควรพลาดคือ Beef Tataki หรือเนื้อยำ และ Natsudenkaku มะเขือม่วงราดซอส ราคาเริ่มต้น 800 บาท

ร้าน Yamato Japanese Buffet

ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหนองหอย อาหารของที่นี่เขาทำสดใหม่ทุกวัน แถมมีเมนูมากถึง 100 รายการ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ ชาบู กุ้ง หอย ปู ปลา ซุปกา ราคาเริ่มอยู่ที่ 449 บาท เท่านั้นเอง บอกเลยว่าคุ้มมาก

ร้าน Daiso Sushi

ทางร้านคัดสรรความสด ใหม่ มาระดับพรีเมี่ยม แต่จ่ายในราคาคุ้ม ๆ เริ่มต้นที่ 499-699 บาท เท่านั้น กับเมนูที่หลากหลาย ยังไม่พอสายเนื้อห้ามพลาด!! เพราะมีชาบูกับเนื้อลายหินอ่อนที่มีมันแทรกอยู่ โอวโห้ว กินปุ้บละลายในปาก ใครชอบความหลากหลาย ต้องยกให้เลย

เป็นไงกันบ้าง นี่เป็นเพียงร้านอาหารญี่ปุ่นในเชียงใหม่น้ำจิ้ม ๆ เท่านั้น เพราะว่ามีอีกมากมาย แต่ถ้าใครมีร้านไหนเด็ด ถูกใจ อย่าลืม แวะมาบอกเราด้วยนะคะ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

เปิดแล้ว!! “อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่” วันหยุดแบบนี้ต้องพาครอบครัวไป

Published

on

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ เปิดแล้ว บนพื้นที่กว่า 54 ไร่ ณ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จมาเป็นประธรานในพิธีเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา

โดย อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ แห่งนี้มีวัตถุประสงค์ให้ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้เข้ามาทำการศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นสำนักงานใหญ่ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ พร้อมดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองหลวงแห่งดาราศาสตร์ของไทย

โดยชื่อของ หอดูดาวแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงราชทานพระนามที่แห่งนี้ให้ชื่อว่า “อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร”

ส่วนต่างงานต่างๆภายใน’อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร’ 

  • อาคารสำนักงานใหญ่ เป็นในส่วนของงานวิจัยและพัฒนา
  • อาคารปฏิบัติการพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์
  • อาคารท้องฟ้าจำลองและจัดนิทรรศการ ระบบดิจิทรัล 360 องศา ความละเอียดสูงสุด 8K
  • อาคารหอดูดาวติดกล้องโทรทัศน์สะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร
  • ลานกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับกิจกรรมด้านราดาศาสตร์

กำหนดเวลาการให้บริการ ‘อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร’ 

ให้บริการวัน อังคาร – ศุกร์ เวลา 9:00 – 16:00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น. หยุดทุกวันจันทร์ โดยภายในมีการจัดนิทรรศการดังนี้…

  • ฉายภาพยนตร์จำลอง – เรียนรู้การชมภาพยนตร์และดวงดาว 30 นาที
  • ภาพยนตร์ดาราศาสตร์ 30 นาที รอบฉาย 11:00 น. และ 14:00
  • กิจกรรมดูดาว NARIT Public Night ทุกวันเสาร์ 18: 00-22: 00 น.
  • ค่าชมภาพยนตร์จำลองนักเรียน 30 บาท / คนทั่วไป 50 บาท

โดยสรุปแล้ว ‘อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร’ จะเป็นศูนย์รวมศิลปวิทยาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ เป็นแหล่งบ่มเพาะนักวิจัยด้านดาราศาสตร์ บริการข้อมูลและฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงกิจกรรมทางดาราศาสตร์ทุกชนิด

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading

TRAVEL

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอยอินทนนท์ รถติดแน่น เช็กให้ชัวร์ก่อนขึ้น

Published

on

ใคร ๆ ก็อยากไปดอยอินทนนท์

มาเชียงใหม่ทั้งทีใคร ๆ ก็อยากไปดอยอินทนนท์ เพราะฤดูไหนก็เที่ยวได้! วิวทะเลหมอกสวยงาม ยามแสงอาทิตย์กระทบกลายเป็นท้องฟ้าสีทองอร่ามตา โดยตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าตั้งแต่เช้าตรู่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันขับรถมุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์กันหนาแน่น ทำให้เกิดการจราจรแออัด 

จุดที่มีรถติดหนักและเวลาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

▪ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรขาขึ้นในช่วงเวลา 09.30-09.45 น. รวม 15 นาที เพื่อระบายรถลงจากกิ่วแม่ปานและยอดดอย

▪ บริเวณด่านตรวจจุดที่ 1 ถึงด่านตรวจจุดที่ 2 มีสภาพการจราจรหนาแน่น ซึ่งจะเป็นในเวลาช่วงเช้าตรู่ ตั้งแต่ 05.00-09.00 น.

▪ บริเวณกิ่วแม่ปานและยอดดอยอินทนนท์ มีสภาพการจราจรติดขัดระดับ 4-5 ตั้งแต่เวลา 05.00-12.00 น.

ความคึกคักของนักท่องเที่ยว

ด้วยสภาพอากาศที่ยังหนาวเย็นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้ตามอุทยานและแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งบรรยากาศคึกคัก ตามดอยต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติเดินป่าที่กิ่วแม่ปาน ก็มารอเข้าคิวกันตั้งแต่เช้าเช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากช่วงนี้ ขณะที่ถนนหนทางเริ่มมีรถต่างจังหวัดเข้ามาหนาแน่น จนการจราจรหนาแน่นมากในทุกช่วง คาดว่าจะหนาแน่นไปจนถึงต้นปีหน้าเลยทีเดียว

ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อขึ้นดอยอินทนนท์

ด้วยการจราจรที่ติดขัดหลายช่องทางแบบนี้ผู้ที่กำลังเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์ควรระมัดระวัง สามเส้นทางดังกล่าว และศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางขึ้น พร้อมตรวจเช็กสภาพให้พร้อม รถก่อนออกเดินทางกันนะครับโดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

1. อย่าใส่ “รองเท้าส้นสูง” ไม่งั้นได้เดินเท้าเปล่าชัวร์
2. พกน้ำและอาหารไปด้วย ไม่ต้องเยอะ เอาแค่พอดับกระหายได้
3. สัมภาระเอาไปพอประมาณ สิ่งที่ไม่จำเป็นอย่าถือไป เพราะอาจหล่นหายและน้ำหนักจะกลายเป็นภาระได้
4. คนที่มีโรคประจำตัวเช่นหืดหอบ หรือโรคหัวใจ ไม่แนะนำให้ไปเดินครับ
5. อย่ามัวแต่มองวิวครับ มองทางบ้าง เพราะเส้นทางค่อนข้างแคบ และเป็นทางระดับตลอดเส้น
6. สำคัญสุดคือ ปฏิบัติตามคนนำทางและข้อห้ามของที่นี่อย่างเคร่งครัดครับ

รวมภาพบรรยากาศตลอดทั้งวัน ของทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ขอบคุณที่มาภาพจาก : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

โพสต์โดย CMD News ข่าวเชียงใหม่ออนไลน์ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2019

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

เมื่อปางช้างแม่สา หันมาปลดโซ่ตรวน! อนุรักษ์ช้างมากขึ้น มีความสุขมากกว่าเดิม

Published

on

คงไม่มีใครอยากเห็นการถูกทรมานกับสัตว์ทั้งนั้น โดยเฉพาะสัตว์ที่คู่บ้าน คู่เมืองอย่าง “ช้าง”

ด้วยความที่ปัจจุบันช้างป่าในไทย มีประมาณ 2,000-3,000 ตัว และมีประชากรที่เลี้ยงช้างไทยอยู่หลายพันคน ซึ่งเริ่มเกิดการเลี้ยงช้างแบบอนุรักษ์ขึ้นมา เนื่องจากมูลนิธิในต่างประเทศเริ่มเข้ามาตรวจสอบปางช้างในไทยที่เลี้ยงเพื่อการท่องเที่ยว ยังมีการบังคับช้างให้ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว

แต่ไม่นานนักเกินรอ! ปางช้างหลายแห่งเริ่มหันมาเลี้ยงช้างในแบบอนุรักษ์มากขึ้น มีการปลดโซ่ตรวน ปลดแหย่ง ปลดตะขอ เพื่อให้ช้างรอดพ้นจากการถูกทรมาน และ “ปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ “คือหนึ่งในปางช้างที่ใหญ่ในภาคเหนือ กับความน่ายินดีที่ได้ผันตัวมาเลี้ยงช้างเพื่อการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์มากกว่าเดิม

ด้วยความที่กระแสการต่อต้านการเลี้ยงช้างด้วยความทรมานมีมากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับการอนุรักษ์ธรรมชาติก็บูมในช่วงนี้ แต่ทุกอย่างมักมีทางออกเสมอ ควรปรับวิธีการเลี้ยงช้างไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเวลาเปลี่ยน ก็ควรจะก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่การอยู่กับที่ และที่สำคัญสามารถเน้นให้คนและช้างอยู่รอด อยู่ร่วมกันด้วยความยั่งยืน

ปางช้างแม่สา จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงอาหารและโภชนาการที่ดีเหมาะแก่ช้างทุกเชือก และความเป็นอยู่ต้องความสะอาด มีสัตวแพทย์คอยมั่นตรวจร่างกายให้กับทุกๆเชือก เพราะช้างบางตัวก็มีอายุมากขึ้น ต้องคอยดูแลให้ดี เพื่อให้ช้างทุกตัวมีความสุขที่สุด และสุดท้ายปางช้างแม่สาจะต้องก้าวไปสู่โหมดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมคนรักช้างทั่วโลกได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล จาก ไทยรัฐ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
Advertisement

Trending