Connect with us

TRAVEL

ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ฉายแสงลอดผ่านประตูหอคำหลวง 1 ปีมีครั้ง

Published

on

1 ปีมีเพียงแค่ครั้งเดียว !! กับปรากฏการณ์พระอาทิตย์ฉายแสงลอดผ่านประตูหอคำหลวง

อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างเฝ้ารอเก็บภาพบรรยากาศความประทับใจกับพระอาทิตย์อัสดงที่ส่องผ่านประตูหอคำหลวงซึ่งในปี 2562 นี้ได้เริ่มสร้างความมหัศจรรย์ให้กับทุกท่านแล้ว ในช่วงเวลา 16.50 – 17.20 น. ของทุกวัน

ซึ่งคาดว่าจะมีให้ชมยาวไปจนถึงช่วงปลายเดือนธันวาคม 2562 ณ หอคำหลวง ขอบอกได้เลยว่าห้ามพลาดโดยพระอาทิตย์จะเคลื่อนลงต่ำผ่านช่องประตูด้านข้างตรงกลางทั้งสองประตูพร้อมกันในช่วงเวลา 16.50 น.

และสาดแสงผ่านช่องประตูเป็นลำแสงใหญ่ ในช่วงเวลา 17.00 น. จากนั้นอีก 5 นาที หรือในเวลา 17.15 น. ก็จะเริ่มเคลื่อนผ่านหน้าต่างหอคำหลวงทุกบานจนลับขอบฟ้าลงทางทิศตะวันตกในเวลา 17.20 น.

นับเป็นไฮไลท์สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมเทศกาลชมสวน (Flora Festival) ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงปีละ1 ครั้ง เหมือนเป็นอีกหนึ่ง Unseen ของ จ.เชียงใหม่เลยทีเดียว เพราะจะชมได้เฉพาะช่วงเดือนธันวาคมเท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อุทยานหลวงราชพฤกษ์

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TRAVEL

CMD PLAY – เต็มอิ่มกับอาหารสูตรลับโบราณ พร้อมทิ้งตัวลงนอนที่สวนทูนอิน

Published

on

“เราอยากให้คนมีเวลาปลีกเวลาจากสังคมคอนกรีตให้มาสู่สังคมของใบไม้บ้าง”

– รงค์ วงษ์สวรรค์

CMD PLAY วันนี้ชวนทุกไป “เต็มอิ่มกับอาหารสูตรลับโบราณ พร้อมทิ้งตัวลงนอนที่สวนทูนอิน”

จากรังนอนแห่งสุดท้ายของพญาอินทรีย์แห่งอักษร “รงค์ วงษ์สรรค์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ สู่สวนสวรรค์กลางป่า Tune in Home and Garden


“สวนทูนอิน” ตั้งอยู่ที่ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แค่เพียง 35 กิโลเมตรห่างจากป่าคอนกรีตกลางตัวเมืองเชียงใหม่

ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็จะนำคุณเข้าสู่โลกอีกใบที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ พร้อมให้คุณได้เสพธรรมชาติรอบตัวอย่างเต็มที่

โดยชื่อของ “สวนทูนอิน” หรือ Tune In Garden ถึงแม้จะสำเนียงและการออกเสียงคล้าย ๆ กับภาษาเหนือก็ตาม

แต่ชื่อนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากคาถาของเหล่าฮิปปี้ที่ว่า “Turn on, tune in, drop out” ของ Timothy Leary ที่มีความหมายว่า

“ความสัมพันธ์ของเพื่อนมนุษย์ด้วยจิตอันแสนบริสุทธิ์ จะเชื่อมโยงโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน”

อีกทั้งยังมีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า “การค่อย ๆ ปรับจูน ร่างกายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติรอบตัวอีกด้วย”

และปัจจุบันนี้ “สวนทูนอิน” ดูแลโดย คุณติ๋ม สุมาลี วงษ์สวรรค์ หรือที่รู้จักกันในนาม “มาดามวารินชําราบ” ภรรยาที่อยู่เคียงข้างอาจารย์รงค์มาชั่วชีวิต

ขอบคุณรูปภาพจาก : Tune In Garden


ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่นอกจากธรรมชาติให้คุณได้เสพกันอย่างเต็มที่แล้ว ป้าติ๋มยังเข้าครัวพร้อมบริการด้วย “เมนูอาหารประจำครอบครัววงษ์สวรรค์ สำรับโบราณที่หาทานได้ยากมาก ที่ทุกเมนูคือเมนูจานโปรดของคุณรงค์อีกด้วย”

โดยทุกเมนูป้าติ๋มใส่ความตั้งใจ และเลือกใช้วัสดุที่ปลูกภายในสวนทูนอินและคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพราะนี่คือปัจจุบันและความทรงจำที่แสนล้ำค่าของป้าติ๋มที่มีให้คุณรงค์และสวนทูนอิน

สำหรับคนที่เคยมาเป็นแขกของสวนทูนอินครั้งแรก ป้าติ๋มจะเสิร์ฟ “ม้าฮ่อ” เมนูเรียกน้ำย่อยโบราณ

จากนั้นจึงตามมาด้วย “แตงโมปลาแห้ง” ที่เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนจะต้องตกหลุมรักเมนูที่หาทานได้ยากนี้อย่างแน่นอน


แกงส้มเปลือกแตงโม ปลาตะเพียนทอดกับน้ำปลายำ ซี่โครงหมูอบกะหล่ำปลี และเมนูของหวาน ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด สูตรพิเศษ รับรองเลยว่า “เต็มอิ่ม” อย่างแน่นอน

 

สำหรับใครที่สนใจแวะไปเยี่ยมเยือนสวนทูนอิน สามารถสำรองห้องพักและทานอาหารได้ โทร 053-879251, 087-1852951 หรือแฟนเพจ Tune In garden

*ที่นี่รับลูกค้าจำนวนจำกัดต่อวัน และต้องจองล่วงหน้าก่อนไปทานเท่านั้น

ขอบคุณรูปภาพเพิ่มเติมจาก : Tune In garden

ขอบคุณรูปภาพจาก : Tune In Garden
ขอบคุณรูปภาพจาก : Tune In Garden
ขอบคุณรูปภาพจาก : Tune In Garden
ขอบคุณรูปภาพจาก : Tune In Garden
ขอบคุณรูปภาพจาก : Tune In Garden

Continue Reading

NEWS

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกาศ”สงวนสิทธิ์การเข้า-ออกมหาลัย หวังลดปริมาณรถ”

Published

on

Credit Photo : SCMC : Smart Campus Management Center

เตือนกันอีกครั้ง !! เมื่อล่าสุดทาง “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าพื้นที่สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเข้า-ออก มหาวิทยาลัยวัตถุประสงค์ของมาตรการตรวจบัตรผ่านเข้า – ออก 24 ชั่วโมง

วัตถุประสงค์ของมาตรการตรวจบัตรผ่านเข้า – ออก 24 ชั่วโมง

1. เพื่อลดจำนวนยานพาหนะที่ใช้เส้นทางภายในมหาวิทยาลัย
เป็นทางผ่านเข้า-ออก ซึ่งมีมากกว่า 5,000 คัน/วัน

2. ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน

3. สามารถติดต่อกับผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างสะดวกรวดเร็วในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือกรณีทำผิดกฎจราจรภายในมหาวิทยาลัย เช่น จอดรถกีดขวางทางจราจร หรือจอดรถในที่ห้ามจอด เป็นต้น

แต่หากคุณยังไม่มีบัตรก็ยังสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรได้ที่

สามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ http://www.scmc.cmu.ac.th/ และติดต่อรับบัตรได้ที่ศูนย์บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ มช. สำนักงานมหาวิทยาลัย 3 ชั้น 2 ในว้นและเวลาราชการ

ในกรณีทำบัตรสูญหาย
1. ลงทะเบียนใหม่ทางเว็บไซต์ข้างต้น
2. ในช่องหมายเหตุ ให้ระบุว่า “บัตรชำรุดสูญหาย” โดยมีค่าบริการ ครึ่งหนึ่งของราคาปกติ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://scmc.cmu.ac.th/

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  SCMC , CM108.com

Continue Reading

TRAVEL

ใกล้สิ้นปี เทรนด์เที่ยวอุทยานรับลมหนาวมาแรง! – ชวนคนปลูกจิตสำนึกเรื่องทิ้งขยะ

Published

on

ลมหนาวยามสิ้นปีใกล้เข้ามาแล้วในใจใครหลาย ๆ คน และในตอนนี้คงจะวางแพลนเที่ยวอุทยานกางเต็นท์รับลมหนาวไปกับเพื่อนๆ หรือคนรู้ใจแล้วล่ะสิ แต่คุณรู้หรือไม่ครับว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ที่ทางอุทยานกังวัลและเริ่มมีการรณรงค์ชวนคนปลูกจิตสำนึก เน้นย้ำก็คือ “เรื่องทิ้งขยะ”

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ทางอุทยานชวนคนมาปลูกจิตสำนึกเรื่อง “ทิ้งขยะ” ?

เนื่องจากสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2562 ทางเฟซบุ๊ก “ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 – แพร่” โพสต์ภาพกวางป่าถ่ายกวางตายใกล้อุทยานหนักเกือบ 200 กก.

ซึ่งลักษณะภาพนอกไม่พบบาดแผลใดๆ พร้อมระบุว่า หลังเปิดผ่าอวัยวะภายใน ได้พบความผิดปกติที่ ไต หัวใจ ปอด ในกระเพาะอาหาร ส่วนในรูเมน พบขยะพลาสติก จำนวน 7 กิโลกรัม ประกอบด้วยซองกาแฟ ซองเครื่องปรุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถุงพลาสติกจำนวนมาก ถุงดำ ถุงมือยาง ผ้าเช็ดมือ กางเกงในผู้ชาย เชือกฟาง เป็นต้น

แต่นี้ก็อาจยังไม่ใช่สาเหตุหลัก ที่ทำให้หลายๆ อุทยานเริ่มชวนกัน รณรงค์ชวนคนปลูกจิตสำนึก เน้นย้ำ “เรื่องทิ้งขยะ” เพราะอีกหนึ่งสาเหตุหลักนั้นอาจเนื่องด้วยจากประชากรเริ่มหันไปท่องเที่ยวอุทยานกันมากขึ้นจนทำให้ก่อเกิดมีขยะที่มากขึ้นตามไปด้วย

อ้างอิงจากสถิติคนเที่ยวอุทยานในแต่ละปี

ทุก ๆ ปีไม่ว่าจะครอบครัวไหน เพื่อนกลุ่มไหน หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติเองก็มันจะชอบออกไปเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ และกิจกรรมยอดนิยมที่สุดก็คือจะหนีไม่พ้น การตั้งแคปแคมป์ ปิกนิก จัดปาตี้เล็กๆ หรือไปเดินเที่ยวชมความสวยงามของอุทยาน

ซึ่งอ้างอิงได้จากสถิติการท่องเที่ยว ของ “สำนักอุทยานแห่งชาติ” ที่พบตัวเลขน่าสนใจดังนี้

สถิตินักท่องเที่ยวตุลาคม 2561-มิถุนายน 2562 มีประชากรท่องเที่ยวรวมทั้งหมด 17 ล้านคน รวมตลอดทั้งปี


สถิตินักท่องเที่ยวตุลาคม 2560-มิถุนายน 2561 มีประชากรท่องเที่ยวรวมทั้งหมด 15 ล้านคน รวมตลอดทั้งปี


สถิตินักท่องเที่ยวตุลาคม 2559-มิถุนายน 2560 มีประชากรท่องเที่ยวรวมทั้งหมด 14.7 ล้านคน รวมตลอดทั้งปี

และเมื่อประชากรในอุทยานแห่งชาติเริ่มเยอะสิ่งที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้นปัญหาที่หลายคนน่าจะทราบและคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ “ปัญหากองขยะ” ที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้ตั้งใจอยากให้เกิดขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า ในละปีขยะในอุทยานนั้นมักจะมีจำนวนสองเท่าของจำนวนผู้ที่เข้ามาเที่ยวพักในอุทยาน

หากคิดกันเล่น ๆ สถิตินักท่องเที่ยวตุลาคม 2560-มิถุนายน 2561 มีประชากรท่องเที่ยวรวมทั้งหมด 15 ล้านคน รวมตลอดทั้งปี เท่ากับว่า มีขยะอยู่ในอุทยานมากถึง 15 ล้านชิ้นเลยทีเดียว


เมื่อขยะเยอะเต็มอุทยานอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ ??

แน่นอนล่ะครับในเมื่อขยะเยอะขึ้นในแต่ล่ะปีก็ส่งผลต่างๆ ตามมาต่อระบบนิเวศของทางอุทานไม่ว่าจะธรรมชาติที่สวยงามไปจนถึงสัตว์ป่าที่อยู่อาศัยในป่าด้วยเช่นกัน

ยกตัวอย่างที่เป็นข่าวจากหลายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็น

Credit Photo : thaipbs

เก้ง-กวาง ทรมานก่อนตาย เหตุเพราะกินถุงพลาสติก

สัตว์ที่มีความคุ้นเคยกับคนจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากขยะมากที่สุด เช่น เก้ง กวาง พวกมันจะกินขยะทุกชนิดทั้งพลาสติก โลหะ อลูมิเนียม โดยที่ไม่รู้ว่าของเหล่านั้นเป็นสิ่งอันตรายถึงชีวิต ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักพบเจอบ่อยมากที่สุด

Credit Photo : thaipbs

ช้างป่า “เข้าใจผิด” คิดว่าถุงขนมเป็นดินโป่ง

ช้างเป็นสัตว์อีกประเภทที่กินขยะพลาสติก โดยจะกินถุงขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็ม ซึ่งคล้ายกับรสของดินโป่งอาหารที่ช้างชื่นชอบ เมื่อกินเข้าไปแล้วแม้ช้างจะสามารถขับถ่ายถุงขนมออกมาได้ แต่ก็พบว่าในอึของช้างมีเลือดออก ซึ่งนายสัตวแพทย์ภัทรพล คาดว่าความคมของขอบถุงขนมอาจจะบาดกระเพาะและลำไส้

จึงทำให้ทางอุทยานเริ่มตะหนักเห็นถึงประเด็ดสำคัญของทางเรื่องขยะ และได้เริ่มมี“การ รณรงค์ชวนคนปลูกจิตสำนึกเรื่องการทิ้งขยะในอุทยาน” แต่ก็ไม่ค่อยเป็นผลมากเท่าใด

จนกระทั่งลมหนาวปลายปีใกล้เข้ามาทางอุทยานจึงอยากชวนคุณมาปลูกจิตสำนึกเรื่องทิ้งขยะกัน

ด้วยปัญหาต่างๆ ที่ก่อให้เกิดภัยอันตรายจากขยะสู่เหล่าบรรดาสัตว์ในป่าอุทยานทางอุทยานจึงอยากผ่านเตือนทุกคนว่า “หยุดทิ้งขยะ = คืนชีวิตให้สัตว์ป่า” และยังได้มีวิธีแนะนำการจัดการไม่ให้ขยะไปสู่น้องๆ สัตว์อีกด้วย

Credit Photo : thaipbs

และพวกเราก็ขอเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ขอวิงวอนให้ช่วยคุณนั้นลดการทิ้งขยะภายในอุทยานเพื่อป้องกันสัตว์ป่ามากินกองขยะที่เรานั้นไม่ได้ตั้งใจและช่วยกันรักษาพันธ์สัตว์ป่าต่างๆให้อยู่กับเราได้ดูกันนาน ๆ นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Thaipbs , สำนักอุทยานแห่งชาติ , ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 – แพร่

Continue Reading
Advertisement

Trending