Connect with us

TRAVEL

รถไฟกรุงเทพ – เชียงใหม่ รถไฟแบบตู้นอนรุ่นล่าสุด พร้อมให้ใช้งานแล้ว !

Published

on

นั่งรถไฟสายกรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ แบบไม่เหนื่อย พร้อมนอนสบายตลอดทาง เหยียดตัวนอนราบได้ที่สุดแล้ว 180 องศา ความสะดวกสบายครบถ้วนที่สุด 

ใกล้ถึงช่วงสิ้นปี ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวสำหรับเชียงใหม่ เพื่อมาสัมผัสกับความหนาวได้ในสิ้นปีนี้ ใครบ้างที่ยังไม่ได้ลงมือวางแผน ว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ ตอนนี้ทางการรถไฟไทยได้มีการปรับรถไฟโฉมใหม่ในเส้นทางอุตราวิถี กรุงเทพ – เชียงใหม่และ เชียงใหม่ – กรุงเทพ ขบวน 9/10 ที่เปลี่ยนโฉมจนแทบจะจำหน้าตาเดิมไม่ได้ มีทั้งการเปลี่ยนแปลงเบาะที่นั่งใหม่ ตกแต่งภายในให้ดูหรูหรามากขึ้น และสิ่งพิเศษที่สุด คือการเพิ่มออฟชั่นเสริมความสะดวกสบายมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเช่นกัน

ที่นั่งชั้น 1 เพิ่มความหรูหรามากขึ้นในส่วนที่นั่งพิเศษ ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายขึ้นไปอีก 

ที่นั่งชั้น 2 ปรับเปลี่ยนสไตล์เบาะที่นั่ง เพิ่มความทันสมัย ให้กับโซนที่นั่งชั้นนี้มาก

ในส่วนของตู้เสบียงอาหารนั้นก็ได้รับการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ด้วยเช่นกัน 
โดยการเพิ่มมินิมาร์ทเข้ามาให้มากขึ้น ช่วยให้การหาอะไรทานยามหิวได้สะดวก มีให้เลือกเยอะมากกว่าเดิม ไม่ต้องเสียเวลาหากินที่อื่น หรือต้องรอคนขึ้นมาขายบนรถอีกแล้ว

หากใครที่กำลังกังวลเรื่องอุปกรณ์ หรือตัวอำนวยความสะดวกเสริมในจุดเล็กจุดน้อย ยังคงมีการให้บริการ ปลั๊กไฟทุกเตียง จอทีวี สุขาระบบปิด ห้องอาบน้ำอุ่น และฟรี wifi

ความใส่ใจของการเปลี่ยนโฉมใหม่สำหรับรถไฟตู้นอน อุตราวิถีสายกรุงเทพ – เชียงใหม่ นี้ยังมีการเปิดให้บริการตู้เฉพาะสุภาพสตรีหรือสุภาพสตรีมีครรภ์ และเด็ก (สงวนให้เฉพาะเพศหญิงตามบัตรประชาชน ส่วนเด็กอายุต้องไม่เกิน 12 ปี จึงจะสามารถใช้บริการได้) อีกทั้งยังมีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ซึ่งมีทางเดินที่กว้างขวาง ห้องน้ำ ลิฟต์ช่วยยกรถเข็นหน้าประตู และยังมีวิลแชร์สำรองให้กับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ เพิ่มเติมที่สำคัญคือมีอักษรเบลล์ไว้ให้สำหรับผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะอีกด้วย

ตารางการเดินรถไป-กลับ จะเป็นช่วงเวลาออกจาก กรุงเทพ ไป เชียงใหม่
ออกเวลา 18:00 น. ถึงเชียงใหม่ 07:15 น.
ช่วงเวลาเดินรถออกจากเชียงใหม่ ไป กรุงเทพ
ออกเวลา 18:00 น. ถึงกรุงเทพเวลา 06:50 น.

ราคาค่าโดยสารชั้น 1 จะอยู่ที่ เตียงบน 1,453 บาท เตียงล่าง 1,653 บาทและเหมาห้อง 2,453 บาท ชั้น 2 เตียงบน 941 บาท เตียงล่าง 1,041 บาท 

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1690 การรถไฟแห่งประเทศไทย ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณที่มารูปภาพ : https://www.sanook.com/travel/1401069/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]

นักศึกษาฝึกงานที่ชื่นชอบในงานเขียน เขียนทุกอย่างที่ชอบด้วยมือคู่เดิม เพราะคงไม่มีใครเปลี่ยนมือได้สำหรับงานเขียน แม้แต่ลายมือที่อยู่ในตัวอักษรแต่ละตัว ผ่านงานเขียนก็เหมือนกัน

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TRAVEL

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอยอินทนนท์ รถติดแน่น เช็กให้ชัวร์ก่อนขึ้น

Published

on

ใคร ๆ ก็อยากไปดอยอินทนนท์

มาเชียงใหม่ทั้งทีใคร ๆ ก็อยากไปดอยอินทนนท์ เพราะฤดูไหนก็เที่ยวได้! วิวทะเลหมอกสวยงาม ยามแสงอาทิตย์กระทบกลายเป็นท้องฟ้าสีทองอร่ามตา โดยตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าตั้งแต่เช้าตรู่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันขับรถมุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์กันหนาแน่น ทำให้เกิดการจราจรแออัด 

จุดที่มีรถติดหนักและเวลาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

▪ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรขาขึ้นในช่วงเวลา 09.30-09.45 น. รวม 15 นาที เพื่อระบายรถลงจากกิ่วแม่ปานและยอดดอย

▪ บริเวณด่านตรวจจุดที่ 1 ถึงด่านตรวจจุดที่ 2 มีสภาพการจราจรหนาแน่น ซึ่งจะเป็นในเวลาช่วงเช้าตรู่ ตั้งแต่ 05.00-09.00 น.

▪ บริเวณกิ่วแม่ปานและยอดดอยอินทนนท์ มีสภาพการจราจรติดขัดระดับ 4-5 ตั้งแต่เวลา 05.00-12.00 น.

ความคึกคักของนักท่องเที่ยว

ด้วยสภาพอากาศที่ยังหนาวเย็นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้ตามอุทยานและแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งบรรยากาศคึกคัก ตามดอยต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติเดินป่าที่กิ่วแม่ปาน ก็มารอเข้าคิวกันตั้งแต่เช้าเช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากช่วงนี้ ขณะที่ถนนหนทางเริ่มมีรถต่างจังหวัดเข้ามาหนาแน่น จนการจราจรหนาแน่นมากในทุกช่วง คาดว่าจะหนาแน่นไปจนถึงต้นปีหน้าเลยทีเดียว

ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อขึ้นดอยอินทนนท์

ด้วยการจราจรที่ติดขัดหลายช่องทางแบบนี้ผู้ที่กำลังเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์ควรระมัดระวัง สามเส้นทางดังกล่าว และศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางขึ้น พร้อมตรวจเช็กสภาพให้พร้อม รถก่อนออกเดินทางกันนะครับโดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

1. อย่าใส่ “รองเท้าส้นสูง” ไม่งั้นได้เดินเท้าเปล่าชัวร์
2. พกน้ำและอาหารไปด้วย ไม่ต้องเยอะ เอาแค่พอดับกระหายได้
3. สัมภาระเอาไปพอประมาณ สิ่งที่ไม่จำเป็นอย่าถือไป เพราะอาจหล่นหายและน้ำหนักจะกลายเป็นภาระได้
4. คนที่มีโรคประจำตัวเช่นหืดหอบ หรือโรคหัวใจ ไม่แนะนำให้ไปเดินครับ
5. อย่ามัวแต่มองวิวครับ มองทางบ้าง เพราะเส้นทางค่อนข้างแคบ และเป็นทางระดับตลอดเส้น
6. สำคัญสุดคือ ปฏิบัติตามคนนำทางและข้อห้ามของที่นี่อย่างเคร่งครัดครับ

รวมภาพบรรยากาศตลอดทั้งวัน ของทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ขอบคุณที่มาภาพจาก : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

โพสต์โดย CMD News ข่าวเชียงใหม่ออนไลน์ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2019

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

เมื่อปางช้างแม่สา หันมาปลดโซ่ตรวน! อนุรักษ์ช้างมากขึ้น มีความสุขมากกว่าเดิม

Published

on

คงไม่มีใครอยากเห็นการถูกทรมานกับสัตว์ทั้งนั้น โดยเฉพาะสัตว์ที่คู่บ้าน คู่เมืองอย่าง “ช้าง”

ด้วยความที่ปัจจุบันช้างป่าในไทย มีประมาณ 2,000-3,000 ตัว และมีประชากรที่เลี้ยงช้างไทยอยู่หลายพันคน ซึ่งเริ่มเกิดการเลี้ยงช้างแบบอนุรักษ์ขึ้นมา เนื่องจากมูลนิธิในต่างประเทศเริ่มเข้ามาตรวจสอบปางช้างในไทยที่เลี้ยงเพื่อการท่องเที่ยว ยังมีการบังคับช้างให้ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว

แต่ไม่นานนักเกินรอ! ปางช้างหลายแห่งเริ่มหันมาเลี้ยงช้างในแบบอนุรักษ์มากขึ้น มีการปลดโซ่ตรวน ปลดแหย่ง ปลดตะขอ เพื่อให้ช้างรอดพ้นจากการถูกทรมาน และ “ปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ “คือหนึ่งในปางช้างที่ใหญ่ในภาคเหนือ กับความน่ายินดีที่ได้ผันตัวมาเลี้ยงช้างเพื่อการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์มากกว่าเดิม

ด้วยความที่กระแสการต่อต้านการเลี้ยงช้างด้วยความทรมานมีมากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับการอนุรักษ์ธรรมชาติก็บูมในช่วงนี้ แต่ทุกอย่างมักมีทางออกเสมอ ควรปรับวิธีการเลี้ยงช้างไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเวลาเปลี่ยน ก็ควรจะก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่การอยู่กับที่ และที่สำคัญสามารถเน้นให้คนและช้างอยู่รอด อยู่ร่วมกันด้วยความยั่งยืน

ปางช้างแม่สา จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงอาหารและโภชนาการที่ดีเหมาะแก่ช้างทุกเชือก และความเป็นอยู่ต้องความสะอาด มีสัตวแพทย์คอยมั่นตรวจร่างกายให้กับทุกๆเชือก เพราะช้างบางตัวก็มีอายุมากขึ้น ต้องคอยดูแลให้ดี เพื่อให้ช้างทุกตัวมีความสุขที่สุด และสุดท้ายปางช้างแม่สาจะต้องก้าวไปสู่โหมดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมคนรักช้างทั่วโลกได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล จาก ไทยรัฐ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

TRAVEL

สดร. แถลงแล้ว เตรียมพบกับ “ท้องฟ้าจำลอง” ที่เชียงใหม่ กุมภาพันธ์นี้ !

Published

on

เปิดกำหนดการให้ท้องฟ้าจำลองเชียงใหม่ ที่จะเปิดให้ทุกคนได้เข้าชมภายในปี 2563 เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมแถลงการณ์เรื่องราวน่าสนใจจากหมวดดาราศาสตร์ในปี 2563 ถึง 10 เรื่อง

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้เปิดบ้านหอดูดาว
ณ อุทยาดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อแถลงการถึง “10 เรื่องดาราศาสตร์ที่น่าสนใจในปี 2563” ทั้งเรื่องน่าสนใจดาราศาสตร์ในปี 2563 ก็ยังมีการอัปเดตความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐานดาราศาสตร์และห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์สุดไฮเทค

10 เรื่องดาราศาสตร์มีอะไรที่น่าสนใจบ้างในปี 2563 จากคำแถลงของ สดร.

  • The Great Conjunction 2020 ดาวพฤหัสบดีเคียงดาวเสาร์ ใกล้ที่สุดในรอบ 397 ปี (20-23 ธันวาคม 2563) ระยะห่างเพียง 0.1 องศา

จันทรุปราคาเงามัว และสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย

  • ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี
  • ดาวเคราะห์ใกล้โลก
  • ฝนดาวตก มีตลอดทั้งปี 
  • NASA ส่งยาน MARS 2020 มุ่งสู่ดาวอังคาร
  •  อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ครบวงจรแห่งใหม่ของไทย 
  • ติดตั้งจานรับสัญญาณกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ณ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ (กุมภาพันธ์ 2563)
  • ปักหมุดหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 4 ของไทย หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น (25 กรกฎาคม) 
  • การพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ “ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูง”

แถลงเตรียมเปิดให้บริการท้องฟ้าจำลอง ภายในเดือน กุมภาพันธ์ 2563

        หลังจากที่ สดร. ได้แถลงการณ์ทั้ง 10 เรื่องที่น่าสนใจกับดาราศาสตร์ปี 2563 รวมถึงแถลงการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการท้องฟ้าจำลอง ในเดือน กุมภาพันธ์ 2563 แล้ว เราลองมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับท้องฟ้าจำลองกันดีกว่า

            อาคารท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการ ประกอบไปด้วยส่วนของท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัล ที่มีความละเอียดสูงถึง 8K มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 17 เมตร สามารถจุผู้เข้าชมได้ทั้งหมด 160 คน และยังมีพื้นที่รองรับสำหรับผู้พิการอีกด้วย อาคารหอดูดาวเป็นการสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าด้วยกล้องโทรทัศน์หลายรูปแบบ ทางส่วนของนิทรรศการดาราศาสตร์แบบมีปฏิสัมพันธ์ทั้งหมด 19 โซน คือ การสำรวจระบบสุริยะ เสียงแห่งเอกภพ การเกิดเฟสดวงจันทร์ การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง เครื่องตรวจจับรังสีคอสมิกฝีมือคนไทย สเปกตรัมกับการศึกษาทางดาราศาสตร์ การสังเกตกลุ่มดาวบนท้องฟ้า รูม่านตา กับความเข้มแสง การเกิดฤดูกาล การเปรียบเทียบน้ำหนักบนดาวเคราะห์ น้ำหนักของคุณบนดาวเคราะห์ การเกิดพายุบนดาวเคราะห์แก๊ส อุกกาบาต วิวัฒนาการดาวฤกษ์ ไทม์ไลน์การเกิดเอกภพ ลูกตุ้มเพนดูลัมกับการพิสูจน์การหมุนของโลก ภารกิตยานสำรวจดาวอังคาร ภารกิจพิชิตดวงจันทร์และนิทรรศการภาพถ่ายดาราศาสตร์ โดยกำหนดการเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบ ที่จะสามารถเข้ารับชมท้องฟ้าจำลอง จะสามารถเข้ารับชมได้ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งยังไม่ทราบวันเวลาที่แน่ชัด

โดยในวันที่ 27 มกราคม 2563 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอุทยานดาราศาสตร์สิรินธรเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทางดาราศาสตร์ของประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่สำคัญอย่างมากในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Advertisement

Trending