Connect with us

LOCAL

10 วัดสวยเชียงใหม่ สุดอลังการ ที่ต้องแวะไปทำบุญในช่วงปีใหม่

10 วัดสวยเชียงใหม่ สุดอลังการ ที่ต้องแวะไปทำบุญในช่วงปีใหม่ จะมีที่ไหนบ้าง นักท่องเที่ยวทั้งหลายปักหมุดกันไว้ได้เลย เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดบ้านเด่น วัดอุโมงค์ สวย ๆ ทั้งนั้นเลยได้ทั้งเที่ยวได้ทั้งบุญแน่นอนในปีนี้

Published

on

10 วัดสวยเชียงใหม่ สุดอลังการ ที่ต้องแวะไปทำบุญในช่วงปีใหม่จะมีที่ไหนบ้าง นักท่องเที่ยวทั้งหลายปักหมุดกันไว้ได้เลย

1. วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดประจำเชียงใหม่

วัดสวยเชียงใหม่ที่แรกก็ต้องวัดดอยสุเทพ ถ้ามาเชียงใหม่ถ้าจะไม่แวะมาที่นี่วัดพระธาตุดอยสุเทพก็เรียกว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่นะครับ เพราะเป็นวัดประจำจังหวัดเชียงใหม่ที่มีความสวยงามเป็นดับต้น ๆ โดยจุดเด่นอยู่ที่มีบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน ประมาณ 300 ขั้น ที่เป็นการทดสอบความศรัทธาชาวพุทธศาสนิกชรว่าแรงศรัทธาจะมากแค่ไหนถ้าเดินขึ้นไปถึงก็นับว่าสุดยอดเลยครับ สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

วัดพระธาตุดอยสุเทพ ขอบคุณภาพจาก : https://www.museumthailand.com/th/2943/storytelling/มนต์ขลังแห่งนครพิงค์/

2. วัดพระสิงห์วรวิหาร แห่งประวัติศาสตร์

วัดพระสิงห์ก็เป็นอีกหนึ่งวัดสวยเชียงใหม่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งแผ่นดินล้านนานับแต่อดีต เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ แล้วยังถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่) อีกด้วย สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลได้ที่  https://www.facebook.com/วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

ภาพวัดพระสิงห์จาก http://www.dhammathai.org/watthai/north/watphrasing.php

3. วัดเจดีย์หลวง

1 ใน 10 วัดสวยเชียงใหม่อีกหนึ่งวัดเป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย โดยสมัยพระนางจิระประภา เกิดแผ่นดินไหวทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง เหมาะกับการไปเยี่ยมชมตอนเย็น ๆ จะสวยมาก

วัดเจดีย์หลวง ขอบคุณภาพจาก https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/4370

4. วัดพันเตา วัดที่ทำบุญแล้วได้บุญเป็นพันเท่า

ถัดจาดวัดเจดีย์หลวงข้าง ๆ กันเป็นวัดพันเตา เดิมเป็นเขตสังฆาวาสและพื้นที่หล่อพระอัฎฐารสของวัดเจดีย์หลวง ต่อมาได้สร้างเป็นวัดพันเตา แต่เดิมคนเชียงใหม่เรียกที่นี่ว่าวัด “ปันเต้า” (พันเท่า) อันหมายถึงการที่มาทำบุญเพียงหนึ่งจะได้บุญกลับไปเป็นพันเท่า สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลได้ที่  https://www.facebook.com/watpantao

ขอบคุณภาพจาก https://www.wongnai.com/reviews/79ebe38b564744f2b56e3206af48bf61

5. วัดอุโมงค์ วัดสำหรับวิปัสสนากรรมฐาน 

หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่รักความสงบเราขอแนะนำวัดนี้เลยกับวัดอุโมงค์ วัดที่ตั้งอยู่ในตำบลสุเทพ มีอุโมงค์เก่าแก่ที่ปัจจุบันใช้สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระหว่างปี พ.ศ.1900-2000 แต่เดิมคงเป็นภาพจิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และนกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ  สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลได้ที่  http://www.watumong.org

ภายในวัดอุโมงค์ภาพจาก https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/954336/

6. วัดเชียงมั่น วัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่

 เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ มีมาตั้งแต่สมัยแรกสร้างเมือง เมื่อ พ.ศ. 1839 พญามังราย ได้ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่นถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า “วัดเชียงมั่น” และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ช้างล้อม บริเวณพื้นที่หอประทับของพระองค์

วัดเชียงหมั่นวัดแรกที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ห้ามหลาด
ขอบคุณภาพจาก https://www.พาไปวัด.com/th/story/category/detail/id/8/iid/148

7. วัดพระธาตุดอยคำ วัดสำหรับนักเสี่ยงโชค

วัดพระธาตุดอยคำขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจ มีประชาชนขึ้นไปสักการะและบนบานเป็นจำนวนมาก และนอกจากจะเป็นที่สักการบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ เข้าไปสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/DoiKhamTemple

คุณภาพจาก https://www.thairath.co.th/lottery/lotto/1920915

8.วัดป่าดาราภิรมย์ วัดสวยเชียงใหม่ ที่ใครก็ห้ามพลาด

เนื่องจากที่ดินของวัดอยู่ติดกับตำหนักดาราภิรมย์ สวนเจ้าสบายของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ต่อมาทายาทของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ถวายที่ดินอันเป็นเขตพระราชฐานให้แก่วัด จึงได้ถวายน่มแก่วัดใหม่ว่า “วัดป่าดาราภิรมย์” นั่นเอง สามารถเข้าไปสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/watphadarabhirom

ขอบคุณภาพจาก https://sites.google.com/site/kornlifestyle/home/wad-pa-dara-phirmy-c-cheiynghim

9. วัดบ้านเด่น สะหรีศรีเมืองแกน สถานที่ที่เป็นมากกว่าวัด

ภายในวัดเต็มไปด้วยต้นโพธิ์ ที่ชาวเหนือเรียกว่า “ต้นสะหลี” รวมถึงวัดตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณที่เรียกว่า “เมืองแกน” จึงเป็นที่มาของชื่อวัดว่า “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนทางจิตใจมากกว่าการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และยังเป็นสถานที่นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดทั้ง 12 ราศีอีกด้วย เข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ : https://www.facebook.com/watbanden

ขอบคุณภาพจาก http://www.painaidii.com/business/139007/photo/6/lang/th/

10. วัดศรีสุพรรณ

วัดศรีสุพรรณ วัดนี้ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดสุพรรณนะแต่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่นี่แหละ ในวัดมีพระอุโบสถเงิน ซึ่งเป็นพระอุโบสถที่ปฏิสังขรณ์จากฐาน และเขตพัทธสีมาของอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุด ทำให้ที่นี่เป็นพระอุโบสถเงินหลังแรกในไทยเลยทีเดียว ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระเจ้าเจ็ดตื้อ พระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระประธาน

คุณภาพจาก https://paikondieow.com/watsrisuphan-chiangmai/

เป็นยังไงกันบ้างกับวัดที่เรารวบรวมมาให้ในวันสิ้นปีใหม่แบบนี้ใครอยากเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้วล่ะก็ก็ปักหมุดไปทั้ง 10 วัดนี้ได้เลยครับ รับรองว่าปีหน้าชีวิตดี ปังปุริเย่แน่นอน!!

มาเที่ยวเชียงใหม่กันนะครับจังหวัดนี้เป็นจังหวัดสีเขียว ไม่ล็อคดาวน์! ศบค.กำหนดความเสี่ยงตามพื้นที่ 4 สี อ้างอิงตามนี้เลยค้าบ https://cutt.ly/0jo82lY

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CULTURE

“ข้าวซอย” รสชาติแห่งการเปลี่ยนผ่าน ความอร่อยแห่งวัฒนธรรมผสม

ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้จัก “ข้าวซอย” อาหารเหนือรสชาติเข้มข้น ถูกปาก ถูกใจใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า เดิมทีแล้วกว่าจะเป็นข้าวซอยหน้าตาอย่างที่เราคุ้นเคยทุกวันนี้ได้ผ่านอะไรมาบ้าง

Published

on

ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้จัก “ข้าวซอย” อาหารเหนือรสชาติเข้มข้น ถูกปาก ถูกใจใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า เดิมทีแล้วกว่าจะเป็นข้าวซอยหน้าตาอย่างที่เราคุ้นเคยทุกวันนี้ได้ผ่านอะไรมาบ้าง

สงครามล้างเผ่าพันธุ์ จุดกำเนิดการเดินทางของข้าวซอย

คาราวานพ่อค้าชาวฮ่อที่สามเหลี่ยมทองคำ ขอบคุณภาพจาก cpamedia.com

ว่ากันว่าเดิมทีข้าวซอยนั้นเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวจีนฮ่อ หรือจีนมุสลิมที่ได้อพยพเข้ามาทำมาค้าขาย และทำอาชีพในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดิมทีแล้วอาหารเมนูนี้มีชื่อว่า “ปาปาแซ”

แต่จุดกำเนิดของการเดินทางของเมนูแสนอร่อยขึ้นชื่อนี้ มาพร้อมกับเรื่องราวการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวจีนฮ่อ โดยเดิมทีแล้ว คำว่า “ฮ่อ” คือชื่อเรียกของคนจีนที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งต้นกำเนิดของคนเหล่านี้อยู่ตรงกับแถบบริเวณประเทศคาซัคสถาน กีรจีสถาน ทาจิกิสถาน และ อูสเบกิสถานในปัจจุบัน

ชาวฮ่อถูกนำมาเป็นทหารร่วมกองทัพของมองโกล และถูกส่งไปควบคุมอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์และเส้นทางการเดินทางในจีน และต่อมาจึงได้อยู่อาศัย รับวัฒนธรรมผสมปนเปกันจนลืมวัฒนธรรมรากเหง้าไป เหลือเพียงศาสนาอิสลาม และภาษาอาหรับเพียงเท่านั้น

จนถึงปี พ.ศ.2399 ชาวฮั่นได้เริ่มจุดชนวนความขัดแย้ง สังหารหมู่ชาวฮ่อโดยมีราชวงศ์ฮั่นหนุนหลัง เกิดสงครามมายาวนานถึง พ.ศ.2420 ชาวฮั่นที่เหลือรอดจากการล้างเผ่าพันธุ์ร่นอพยพมาอยู่ที่มณฑลยูนยานทางตอนใต้ของจีน ได้ขอเข้ามาพักพิงอยู่อาศัยที่ทางตอนเหนือของตำบลข่วงสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เรียกว่า “หนองฮ่อ” ชาวจีนฮ่อที่อพยพมาพอตั้งหลักแหล่งได้ก็ประกอบอาชีพค้าขายที่ตนถนัด ซึ่งส่วนหนึ่งก็เปิดร้านอาหารขาย “ข้าวซอย” นั่นเอง

แรกเริ่ม “ข้าวซอย” ไม่ได้ใส่กะทิ

จริง ๆ แล้ว ต้นตำหรับของข้าวซอยทุกวันนี้คือ เส้นที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวดอยผสมกับน้ำ ไม่ได้มีไข่เป็นส่วนผสมอย่างทุกวันนี้ และราดด้วยแกงไก่สับหรือเนื้อสับ เพราะชาวฮ่อนั้นนับถือศาสนาอิสลามจึงไม่ทานเนื้อหมู เมนูนี้มีชื่อเรียกว่า “ปาปาแซ” ปัจจุบันหาทานยากมาก แต่ที่จังหวัดเชียงใหม่ยังมีขายอยู่หนึ่งร้านที่บ้านฮ่อ

มีการสันนิษฐานว่า เหตุผลที่ข้าวซอยในปัจจุบันมีส่วนผสมของกะทิก็เพราะว่าอาจได้รับอิทธิพลมาจกาอาหารพม่าที่มีชื่อว่า “อนโน เขาสะเว” (Ohn-No Khao Swe) ที่มีหน้าตาคล้ายข้าวซอยแต่จะไม่ได้หนักเครื่องเทศเหมือนของไทย กินกับพริกแห้งคั่วน้ำมัน โรยด้วยเส้นทอดกรอบ และใส่กะทิเพราะในอดีตอาหารเหนือแทบทุกเมนูไม่มีการใส่กะทิ ส่วนแกงฮังเลนั้นก็รับมาจากพม่าเช่นกัน

ปัจจุบันข้าวซอยสามารถถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

  • ปาปาแซ หรือข้าวซอยฮ่อ
  • ข้าวซอยอิสลาม มีการใส่กะทิเพิ่มลงไป และเส้นแบน
  • ข้าวซอยคนเมือง ในน้ำแกงจะต้มกะทิลงไปพร้อมกันเลย ไม่ได้แยกใส่ทีหลังเหมือนข้าวซอยอิสลาม น้ำแกงจึงเข้มข้นเป็นพิเศษ

ทำไมถึงชื่อ “ข้าวซอย”

น่าจะเดากันได้ไม่ยากอยู่แล้ว เพราะในสมัยก่อนเส้นข้าวซอยที่ทำมาจากแป้งข้าวเนียวดอย เมื่อผสมน้ำ นวดกันจนเข้าที่แล้ว ก็จะถูกรีดเป็นแผ่นและใช้มีดซอยนั่นเอง แต่ก็มีอีกหนึ่งความเป็นไปได้ที่คำว่า “ข้าวซอย” จะเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “ขาสะเว” (Khao Swe) ของพม่าที่แปลว่า ก๋วยเตี๋ยว ด้วยเช่นกัน

พอลองมานึกดูแล้ว ที่จังหวัดเชียงใหม่ของเราก็มีร้านข้าวซอยให้ทุกคนได้เลือกอร่อยตามความชอบเยอะแยะมากมายอยู่เหมือนกัน แล้วร้านโปรดของเพื่อน ๆ คือร้านอะไรกันบ้างเอ่ย มาแชร์กันได้นะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ข้าวซอยเนื้อภาคเหนือ, phusompor

เปิดตำนาน “ลาบ” ที่เป็นมากกว่าสุดยอดอาหารของล้านนา แต่คือที่มาของเครื่องเทศ การค้าและการเมือง

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

เช็กขั้นตอนลงทะเบียน “เรารักกัน” สำหรับผู้ไม่ได้รับสิทธิ์เราชนะ เงื่อนไข ม.33

Published

on

เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ในประเด็นผู้ไม่ได้รับสิทธิ์ “เราชนะ”
โดยเฉพาะผู้ไม่ผ่านเงื่อนไข ผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งทางรัฐบาลมีนโยบายการช่วยเหลือเยียวยาด้วยโครงการ “เรารักกัน” โดยมีวิธีการลงทะเบียนดังนี้

1. ตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ์โครงการ “เรารักกัน”
  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม 
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 
  • ไม่ได้รับสิทธิ์โครงการเราชนะ 
  • ไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินรวมกันเกิน 500,000 บาท
2. ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์โครงการ “เรารักกัน”
  • วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2564 : ลงทะเบียนและตรวจสอบการได้รับสิทธิ์ ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com
  • วันที่ 15-21 มีนาคม 2564 : กดใช้งานและกดยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง
  • วันที่ 22 และ 29 มีนาคม และ 5 และ 12 เมษายน 2564 : ผู้ได้รับสิทธิ์ จะได้วงเงินผ่าน “เป๋าตัง” 1,000 บาท จำนวน 4 ครั้ง
  • วันที่ 22 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2564 : เริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าภายใต้โครงการ “เราชนะ” ได้

3. กรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ตรวจสอบสิทธิ์แล้วไม่ได้รับสิมธิ์ตามโครงการ ม.33
  • วันที่ 15–28 มี.ค. 2564 : ยื่นขอทบทวนสิทธิ์
  • วันที่ 5 – 11 เม.ย. 2564 : กดใช้งานและยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • วันที่ 5 และ 12 เม.ย. 2564 : รัฐบาล จะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท
  • วันที่ 5 เม.ย. – 31 พ.ค. 2564 : เริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าภายใต้โครงการ”เราชนะ” ได้

เท่านี้ก็สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ “เรารักกัน” ได้แล้ว อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอเผื่อมีการเปลี่ยนแปลงและเพื่อผลประโยชน์ของตนเองกัน

ที่มา : Thairath

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LOCAL

เชียงใหม่ประกาศ มาตรการผ่อนคลายสถานการณ์ Covid-19

Published

on

เชียงใหม่ผ่อนมาตรการ

หลังจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมาสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในพื้นที่จนต้องมีมาตรการควบคุมเข้มงวด

ล่าสุดจังหวัดเชียงใหม่ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ม.ค.64) ประกาศผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด 19 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 64 มีเนื้อหาโดยย่อดังนี้

คำสั่งที่ 14/2564 เรื่อง ให้งดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนัน
  • ชนไก่
  • ชกมวย
  • แข่งม้า
  • ชนโค
  • กัดปลา
  • ไพ่ผ่องไทย
คำสั่งที่ 15/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด 19 ในสถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ

1. ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มเปิดดำเนินการได้ตามที่กฎหมายกำหนด

2. สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ทุกแห่ง เปิดให้บริการได้ตามที่กฎหมายกำหนด และมีมาตรการเพิ่มเติม คือ

– จัดให้มีและเปิดระบบระบายอากาศ และระบบหมุนเวียนอากาศภายในสถานที่ดังกล่าว ไม่น้อยกว่า 10 ACH (Air Change per Hour) ตามมาตรฐานของทางราชการ ตลอดระยะเวลาที่เปิดบริการ

– ให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการด้วยแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เท่านั้น โดยงดเว้นการลงทะเบียนด้วยการเขียนลงสมุด หากมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้ผู้ประกอบการบันทึกชื่อ-สกุล พร้อมหมายเลขโทรศัพท์เก็บไว้

– ให้จัดทำป้ายโดยมีสารสำคัญ ได้แก่ จำนวนพื้นที่ให้บริการโดยมีหน่วยเป็นตารางเมตร จำนวนผู้ใช้บริการที่สามารถรองรับได้ (4 ตารางเมตร ต่อ 1 คน) จำนวนผู้เข้าใช้บริการในขณะนั้นและจำนวนคงเหลือที่สามารถให้บริการได้ เพื่อลดความแออัดของผู้เข้าใช้บริการ

– ตรวจคัดกรองผู้เข้าใช้บริการตามาตรฐานของศบค.กำหนด

คำสั่งที่ 16/2564 เรื่อง ผ่อนคลายมาตรการการจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

1. กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 200 คน ดำเนินการได้โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด

*กรณีที่ผู้เข้าร่วมจัดกิจกรรมเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้เจ้าของสถานที่รายงานต่อศูนย์ปฏิบัติควบคุมโรคประจำพื้นที่ (ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน

2. กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน แต่ไม่เกิน 500 คน หากมีความจำเป็นในการจัดกิจกรรม ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่โดยต้องยื่นแผนการจัดกิจกรรมและมาตรการป้องกันโรคล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

3. กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500 คน ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งและมาตราการคัดกรองสูงสุดและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่

ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งทั้ง 3 ฉบับ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับตามพรบ.โรคติดต่อ หรือต้องระวางคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพรบ.ฉุกเฉิน


นอกจากนี้ยังมีประกาศมาตราการควบคุมการเดินทางเข้าพื้นที่สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ต่างๆสู่จังหวัดเชียงใหม่ ดังนี้

ขั้นตอนการเดินทางสำหรับผู้ที่มาจาก “พื้นที่สีแดงเข้ม”

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 1 จังหวัด สมุทรสาคร
1. ก่อนเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลงทะเบียน แอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
2. รับการตรวจอุณหภูมิ สังเกตอาการ
3. ใช้งานแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”
4. แจ้งเหตุผลการเดินทาง
– แสดงเอกสารเป็นฟอร์มราชการตามที่ศบค. กำหนด เช่น เอกสารรับรองความจำเป็น/การปฏิบัติหน้าที่/การติดต่อราชการ
* ขอได้ที่ อำเภอ นายจ้าง หรือต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่ไปติดต่อราชการ
5. ต้องกักตัว 14 วัน และหรือ มีการตรวจสอบหาเชื้อ

ขั้นตอนการเดินทางสำหรับผู้ที่มาจาก “พื้นที่สีแดง”

พื้นที่ควบคุมสูงสุด 4 จังหวัด กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี

1. ติดตั้งและลงทะเบียนแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”
2. รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานและปฏิบัติตามคำแนะนำบนแอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
3. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นให้แสดงเหตุผลความจำเป็นพร้อมหลักฐาน
4. ต้องสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการผิดปกติให้แจ้งเจ้าพนักงานโรคติดต่อในพื้นที่ เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาล

ขั้นตอนการเดินทางสำหรับผู้ที่มาจาก “พื้นที่สีส้ม”

พื้นที่ควบคุม 20 จังหวัด กาญจนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สิงห์บุรี ตราด ตาก นครนายกนครปฐม ปราจีนบุรี เพชรบุรี ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง

1. ก่อนเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลงทะเบียน แอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
2. ปฏิบัติตามคำแนะนำบนแอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
3. ใช้งานแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”

ขั้นตอนการเดินทางสำหรับผู้ที่มาจาก “พื้นที่สีเหลือง”

พื้นที่เฝ้าระวังสูง 17 จังหวัด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร สุโขทัย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา สงขลา ยะลา นราธิวาส

1. ก่อนเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลงทะเบียน แอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
2. ปฏิบัติตามคำแนะนำบนแอปพลิเคชัน “CM-CHANA”
3. ใช้งานแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”

สามารถอ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ : ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ , Chiangmai News

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Advertisement

Trending